โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

6 เรื่องควรรู้ก่อนลงทุนกองทุนรวม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2566 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2566 เวลา 05.09 น.

เปิด 6 เรื่องที่นักลงทุนควรรู้ก่อนลงทุนในกองทุนรวม

สำหรับมือใหม่ หรือ มนุษย์เงินเดือน เมื่อเลือกที่จะเริ่มต้นลงทุนอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เพราะสินทรัพย์ลงทุนบนโลกใบนี้มีหลากหลายประเภท ดังนั้นแล้ว กองทุนรวม จึงเป็นตัวหนึ่งทำให้ชีวิตการลงทุนง่ายขึ้น

รู้จัก “กองทุนรวม (Mutual Fund)” คือ การระดมเงินลงทุนจากคนจำนวนมาก แล้วให้ “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพ และมีความเชี่ยวชาญในการลงทุน นำเงินของเราไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน และแบ่งผลตอบแทน กลับมาให้เรา เมื่อสามารถทำกำไรได้ ทำให้การลงทุนนั้นง่ายขึ้นมากในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวม 6 เรื่องที่นักลงทุนควรรู้ ได้แก่

สำรวจตนเอง

ก่อนจะลงทุนสิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือ การสำรวจตนเอง คือดูว่ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากหรือน้อยเพียงใด โดยการสำรวจความเสี่ยงนั้นสามารถทำได้โดยตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงจากธนาคาร บลจ. หรือตัวแทนจำหน่ายที่ท่านเปิดบัญชีซื้อ-ขายกองทุนรวม อย่างไรก็ตาม บางท่านอาจรับความเสี่ยงได้ไม่ตรงกับแบบประเมินที่ทำก็เป็นได้ หากยังไม่เคยลงทุนจริง

โดยในช่วงตอบแบบสอบถามสามารถรับความเสี่ยงได้สูง แต่เมื่อลงทุนกลับไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ต่ำ เนื่องจากจริตการลงทุนของแต่ลงคนแตกต่างกันไป ดังนั้นสำหรับมือใหม่แล้ว การลงทุนในครั้งแรกอาจใช้เงินลงทุนจำนวนไม่มากเพื่อทดสอบความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น และสามารถเลือกลงทุนให้ตรงกับความเสี่ยงที่รับได้ในครั้งถัด ๆ ไป

ดูนโยบายการลงทุน

นโยบาย การลงทุน ในกองทุนรวมหลัก ๆ จะแบ่งเป็น 5 ประเภท

  • กองทุนรวมตลาดเงิน : ลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้ระยะสั้นทั้งภาครัฐและเอกชน ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจะต่ำที่สุดถ้าเทียบกับกองทุนในประเภทอื่น ๆ

  • กองทุนรวมตราสารหนี้ : ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้บริษัทเอกชน มีความผันผวนมากขึ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน ความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง

  • กองทุนรวมตราสารทุน : ลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งในและนอกประเทศ ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ก็มีโอกาสขาดทุนสูงขึ้นเช่นเดียวกับพอร์ตการลงทุน

  • กองทุนรวมทางเลือก แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

  • กองทุนที่ลงทุนกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ ให้เช่า: ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า โดยนำเงินค่าเช่ามาจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน ความเสี่ยงปานกลาง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ

  • ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมัน ทองคำ ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนผันผวนตามราคาโภคภัณฑ์

5. กองทุนรวมผสม : ลงทุนในสินทรัพย์ตั้งแต่ข้อ 1-ข้อ 4 ผสมกัน สัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์ต่าง ๆ จะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุน และการบริหารของผู้จัดการกองทุนนั้น ๆ ผลตอบแทนและความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสัดส่วนการลงทุนของกองทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต

ผลตอบแทนย้อนหลังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่นักลงทุนทั้งหน้าใหม่หน้าเก่านิยมดูก่อนการตัดสินใจลงทุนในกองทุนนั้น ๆ ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบกองทุนกับดัชนีมาตรฐานได้ดังนี้ เช่น

  • กองทุนหุ้นไทย เปรียบเทียบกับดัชนี SET Index TRI
  • กองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลก เปรียบเทียบกับดัชนี MSCI World Index

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมกองทุนก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก ซึ่งอาจเป็นตัวที่ทำให้ผลตอบแทนน้อยลงไปกว่าที่ควรจะเป็น เพราะต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาจ่ายค่าธรรมเนียม โดยค่าธรรมเนียมกองทุนนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

  • ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุุน : เป็นค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บทันทีเมื่อเกิดธุรกรรมซื้อ หรือขายกองทุนรวม โดยมีค่าธรรมเนียมที่เราควรรู้จักดังนี้
  • ค่าธรรมเนียมขาย : จะถูกเรียกเก็บเมื่อซื้อหน่วยลงทุน
  • ค่าธรรมเนียมซื้อ : จะถูกเรียกเก็บเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
  • ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ : จะถูกเก็บเมื่อทำรายการซื้อและขายหน่วยลงทุน
  • ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม : ค่าธรรมเนียมนี้จะคิดเป็น % ของ NAV ต่อปี โดยจะคิดรวมในหน่วยลงทุน ดังนั้นแล้ว อัตราผลตอบแทนที่เห็นนั้นจะเป็นผลตอบแทนที่รวมค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนไว้แล้ว ไม่ต้องนำมาคำนวณแยกอีกครั้งหนึ่ง

เงื่อนไขการซื้อ-ขาย

กองทุนรวมแต่ละกองมีเงื่อนไขการลงทุนไม่เหมือนกัน จึงต้องศึกษาในรายละเอียด

  • เงื่อนไขการซื้อ
  • จำนวนเงินซื้อขั้นต่ำในครั้งแรก และครั้งถัดไป
  • ระยะเวลาในการรับคำสั่งซื้อ : เช่น 08.30-15.00 น. หรือบางกองทุนอาจไม่สามารถทำรายการซื้อได้ทุกวันทำการ จะมีตารางการขายที่เป็นการเฉพาะเจาะจงวันที่
  • วิธีการซื้อ : เช่น ตัดบัตรเครดิต ตัดบัญชี สับเปลี่ยนกองทุน จ่ายเช็ค เป็นต้น
  • ช่องทางการซื้อ : เช่น ออนไลน์ สาขาของธนาคาร บลจ. ตัวแทนจำหน่าย
  • เงื่อนไขการขาย
  • จำนวนเงินขั้นต่ำในการขายคืน
  • ระยะเวลาในการรับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน : เช่น 08.30-15.00 น. หรือบางกองทุนอาจไม่สามารถทำรายการขายคืนได้ทุกวันทำการ จะมีตารางการขายที่เป็นการเฉพาะเจาะจงวันที่
  • ระยะเวลารับเงินค่าขายคืนกองทุนรวม เช่น การชำระเงินค่าขายคืน T+4 จะได้รับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนใน 4 วันทำการนับจากวันที่ขายคืน อย่างขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคือ วันศุกร์ หากไม่ติดวันหยุดใด ๆ
  • ช่องทางการซื้อ : เช่น ออนไลน์ สาขาของธนาคาร บลจ. ตัวแทนจำหน่าย

ตรวจสอบและติดตามอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าการลงทุนในกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนที่คอยปรับพอร์ตการลงทุนตามสถานการณ์ให้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรละเลยการติดตามการลงทุนอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็กลับมาทบทวนพอร์ตการลงทุนซักครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนที่ลงทุนอยู่ยังให้ผลตอบแทนอย่างที่คาดไว้ และหากสถานการณ์ตลาดหรือเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปก็สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้ทันเวลา ก่อนที่เราจะไปลงทุนนั้น เราต้องรู้จักตัวเองให้ดีซะก่อน ดังนั้น ตอบคำถามตัวเองว่า วันนี้เราลงทุนเพื่ออะไร เรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน เพราะแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน บางคนอาจจะบอกว่า กองทุนกองนี้ดี น่าลงทุน ให้ผลตอบแทนสูง แต่มีความเสี่ยงที่สูงกว่าระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ และเกินความเข้าใจของเรา เราก็ไม่ควรจะไปลงทุนโดยไม่ได้พิจารณาหรือศึกษาเพิ่มเติมให้ดีก่อน เพราะดีสำหรับเขา แต่อาจจะไม่ดีสำหรับเรา และไม่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์การลงทุนของเราก็ได้ และที่สำคัญที่สุดในโลกของการลงทุนก็คือ ประโยคที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูล : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...