โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก PCL บิ๊กตัวแทนขาย “เครื่องมือแพทย์” ชั้นนำ! พ่วง “ศูนย์แล็บวินิจฉัยโรค” ครบวงจร

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2567 เวลา 14.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

จับตาหุ้นน้องใหม่ไอพีโออย่าง บริษัท พี ซี แอล โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCL ผู้ดำเนินธุรกิจ ผลิต นำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์และน้ำยาตรวจวิเคราะห์โรคในประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์ธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 37 ปี เตรียมเดินหน้าเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พร้อมเข้าเทรดช่วงเดือนสิงหาคม 2567 นี้

ล่าสุดหัวเรือใหญ่อย่าง นายพิสิษฐ์ วรรณวิทยาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท PCL เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีธุรกิจอยู่ 3 แกนหลักด้วยกัน คือ 1.ธุรกิจนำเข้า-ผลิตและการจัดจำหน่ายสินค้าทางการแพทย์ ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นแกนหลักของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 80% โดยประเทศที่ PCL นำสินค้าเข้ามาจำหน่าย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นต้น และ 2.ศูนย์แล็บทางการแพทย์คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 15% และ 3.ธุรกิจด้านระบบซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ สัดส่วนอยู่ที่ 5% โดยระบบดังกล่าว PCL คือผู้พัฒนาขึ้นมาด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงปี 1997 ซึ่งจะใช้งานในการเชื่อมต่อข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการตรวจวินิจฉัยโรคและจัดส่งข้อมูลของผู้ป่วยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ของรัฐบาลและเอกชน

ขณะที่ ระบบซอฟต์แวร์ดังกล่าวถูกใช้อยู่ในหลังบ้าน กล่าวคือ หากโรงพยาบาลนำส่งหลอดเลือดของผู้ป่วยที่ต้องการตรวจวินิจฉัยโรคเข้ามาที่ศูนย์แพทย์ของ PCL จะสามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว และหากผลตรวจออกระบบจะยิงข้อมูลกับไปยังมือถือของแพทย์หรือระบบของโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ใช้ในโรงพยาบาลภายในประเทศเท่านั้น ที่ผ่านมา PCL ได้ให้บริการระบบซอฟต์แวร์นี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย จำนวน 25 โรงพยาบาล ซึ่ง PCL ได้มีการฝึกอบรมบุคลากรที่จะดูแลระบบดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อย

“ผมเชื่อว่าระบบซอฟต์แวร์ของบริษัทถือเป็นจุดแข็งเพราะว่าอนาคตเรื่อง IT และ AI นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ปัจจุบันบริษัทมุ่งสู่เทคโนโลยีวิเคราะห์ (Big Data) ซึ่งสามารถทำได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วและนับเจ้าเดียวที่ทำระบบ Big data นี้ มันส่งผลให้บริษัทก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้คู่แข็งยังตามหลังเราอยู่ อีกทั้งหากพูดถึงถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุปกรณ์ทางการทางการแพทย์ PCL นับเป็น TOP 3 ของประเทศในธุรกิจนี้”นายพิสิษฐ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจด้านการแพทย์ของ PCL ยังคงเน้นให้บริการแก่โรงพยาบาลภาครัฐภายในประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่มีเพียง 1-2 จังหวัดเท่านั้นที่บริษัทยังไม่ได้ให้บริการ และอีกสัดส่วน 20% ที่เหลือจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลศูนย์แพทย์ของมหาวิทยาลัย รวมถึงศูนย์วิจัย ทั้งนี้สัดส่วนของศูนย์วิจัยคิดเป็นเพียง 5% จาก 20% ที่ได้กล่าวไปข้างต้น

ขณะที่ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์และน้ำยาตรวจวิเคราะห์โรคต่างๆ ภายใต้ตราสินค้าของผู้ผลิต 36 ตราสินค้า ที่ผ่าน PCL ได้รับการรับรองและมีใบอนุญาตนำเข้าจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อย.) รวมถึงการตรวจวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเครื่องมือแพทย์

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตปีละประมาณ 10% ซึ่งเป็นไปตามกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์อยู่แล้ว รวมถึงทิศทางของผลงานธุรกิจในแต่ละไตรมาสของ PCL นั้นบริษัทขอชี้แจงให้นักลงทุนทราบว่า PCL จะแบ่งเป็นช่วงคือครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลัง ปกติแล้วช่วงครึ่งปีแรกนับเป็นช่วงที่บริษัทมีผลงานอยู่ในระบบที่ทรงตัว โดยคิดเป็นการเติบโตผลงานอยู่ที่ 45% สำหรับธุรกิจ เนื่องจากยังไม่ได้รับปัจจัยสนับสนุนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณที่ใช้ในการสั่งซื้อสินค้าของบรรดาโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่งบจะถูกเบิกจ่ายในช่วงเดือนตุลาคม หรือช่วงไตรมาส 2

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีหลังนับเป็นช่วงที่เป็นบริษัทจะมีผลงานที่โดดเด่น คิดเป็นการเติบโตอยู่ที่ 55% อันเนื่องมาจากได้รับปัจจัยสนับสนุนการเบิกจ่ายงบประมาณนั้นเอง โดยที่ผ่านมางานที่ PCL เคยได้รับจากการเบิกจ่ายงบของโรงพยาบาลภาครัฐ ลมากสุดยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครราชสีมาช่วง 1 ปี อยู่ที่เกือบ 100 ล้านบาท

สำหรับโครงการ 2 ปีข้างหน้าระหว่างปี (2567–2568) PCL วางแผนขยายธุรกิจไว้ 2 ส่วนหลักๆ คือ 1.การขยายธุรกิจในการลงทุนปรับปรุงห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และ 2.โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการบริการทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีชั้นสูง

นายพิสิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าปรับรูปแบบการดำเนินงานธุรกิจจาก Business-to-Business หรือ B2B สู่การเน้นทำธุรกิจแบบ Business-to-Customer หรือ B2C เนื่องจากช่วงการแพร่ระบาดของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บริษัทได้เรียนรู้ว่ากลุ่มประชาชนสามารถเข้าถึงบริการเกี่ยวกับแล็บตรวจสุขภาพได้โดยตรง ซึ่งช่วงนั้น PCL ได้ในบริการแก่ประชาชนมากกว่า 1 แสนคนในการตรวจวินิจฉัยโรค โดยพบว่าประชาชนได้แนะนำให้บริษัทเปิดบริการตรวจเลือดและบริการวินิจฉัยโรคอื่นๆ

ขณะที่ปัจจุบัน PCL ได้จัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินงานส่วนดังกล่าวผ่านการจดทะเบียนในหมวดหมู่คลินิกเวชกรรม ซึ่งมีแพทย์ดูแลเรื่องตรวจโรคเรียบร้อยแล้ว ศูนย์ดังกล่าวมีจุดเด่นเรื่องราคาที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวกและมีมาตรฐานสูง โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการในไตรมาส 1-2 ปี 2568 พร้อมกันนี้ PCL ยังเคยประสบการณ์ร่วมกับงานกับโรงพยาบาลสิริราชในเปิดบริการเจาะเลือดแบบ (Drive-thru) ประมาณ 4 ช่องจอด เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายให้แก่ประชาชนที่เข้าใช้บริการอีกด้วย

นอกจากนี้ PCL ได้คิดค้นนวัตกรรมเสริมในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เช่น เทคโนโลยีเครื่องมือและอุปกรณ์เชื่อมต่อกับท่อลมส่งหลอดเลือดความเร็วสูงแบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีระบบสายพาน ซึ่งมีการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปี 2566 ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นต้น และ PCL ยังมีเครื่องมือแขนกลอัจฉริยะสำหรับ (Lab Automation) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในเชิงพาณิชย์ ได้ภายในปี 2567 นี้

สำหรับผลการดำเนินงานช่วง 4 ปี (2563 – 2566) บริษัทมีรายได้ ดังนี้ สำหรับปี 2563 รายได้รวมอยู่ที่ 2,186.13 ล้านบาท, ต่อมาในปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 3,858.98 ล้านบาท ส่วนในปี 2565 อยู่ที่ 2,859.05 ล้านบาท และในปี 2566 อยู่ที่ 2,280.73 ล้านบาท

ทั้งนี้ PCL เตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 410 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 26.05% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

โดยการเสนอขาย IPO ของบริษัทมีวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.เพื่อใช้ลงทุนซื้อเครื่องมือวิเคราะห์โรคเพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดสำหรับธุรกิจผลิต นำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และน้ำยาตรวจวิเคราะห์โรค และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ โดยลงทุนในเครื่องมือวิเคราะห์โรค ได้แก่ เครื่องมือวิเคราะห์โรค เบาหวาน ไขมันในเลือด กรดยูริค ฮอร์โมนไทรอยด์ สารบ่งชี้มะเร็ง เป็นต้น 2.ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน จำนวนไม่เกิน 700 ล้านบาท (Briding Loan) ที่บริษัทนำมาใช้ในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และ 3.ลงทุนขยายกิจการ

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ แผนการลงทุนตามความจำเป็น ฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง แผนการขยายธุรกิจ และความเหมาะสมอื่นๆ รวมถึงการบริหารงานของบริษัทฯ ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...