โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บริษัทส่วนใหญ่ของโลกเป็น “ธุรกิจครอบครัว” มีส่วนต่อจีดีพีโลก 70-80%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 09.44 น.
Martin Roll ในงาน The 2nd SET Annual Conference

“มาร์ติน รอลล์” ที่ปรึกษาอาวุโส McKinsey & Company เผยบริษัทส่วนใหญ่ของโลก 75-85% เป็น “ธุรกิจครอบครัว” คิดเป็นสัดส่วน 70-80% ของจีดีพีโลก สร้างผลประกอบการประจำปีรวมกันกว่า 60-70 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 60% ของการจ้างงานทั่วโลก

วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นเจ้าภาพจัดงาน “The 2nd SET Annual Conference on Family Business : Family Business in the Globalized Asia” ขึ้นในวันที่ 1-2 สิงหาคม 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนศักยภาพธุรกิจครอบครัวในประเทศไทย

โดยมีผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาจากสถาบันชั้นนำระดับโลก พร้อมทั้งผู้ประกอบการชาวไทยจากหลายภาคธุรกิจมาร่วมบรรยาย อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน บริษัท สุภารา กรุ๊ป แอนด์ จีคิว แอพพาเรล จำกัด บมจ.บ้านปู บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด บมจ.อาปิโก ไฮเทค และ บมจ.ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์

เหตุผลที่ต้องจัดงานเพื่อส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยครั้งนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวนับเป็นรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจ กว่า 2 ใน 3 ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งมีอัตราการจ้างงานกว่า 1.3 ล้านอัตรา คิดเป็น 74% ของการจ้างงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

สอดคล้องกับภาพของธุรกิจครอบครัวในระดับโลกที่ นายมาร์ติน รอลล์ (Martin Roll) ที่ปรึกษาอาวุโสจากแมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey & Company) บรรยายไว้ในหัวข้อ “Fit for Generation : Essential of Successful Asian Family Business Strategy” ว่า ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ของโลกเป็นธุรกิจครอบครัวสัดส่วนถึง 75-85% มีส่วนต่อระบบเศรษฐกิจคิดเป็น 70-80% ของจีดีพีโลก โดยสร้างผลประกอบการประจำปีรวมกันสูงกว่า 60-70 ล้านล้านดอลลาร์ และมีสัดส่วน 60% ของการจ้างงานทั่วโลก

ด้วยกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวของชาวเอเชียให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว ต้องมองถึงความสำคัญทั้งในส่วนการกำหนดเป้าหมายของธุรกิจ (purpose) และสร้างเรื่องราวให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าใจพันธะทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น แบรนด์เสื้อผ้า จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) ที่มีความชัดเจนในการนำเสนอผ้าไหมให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์

และมีการตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) เพื่อแยกทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของบริษัท กับทรัพย์สินของบริษัทออกจากกัน จะไม่ใช่ทรัพย์สินของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

ที่สำคัญต้องมีธรรมนูญครอบครัว (Family constitution) ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ และสิทธิประโยชน์ที่แต่ละสมาชิกพึงได้รับ

ตรงนี้ รอลล์ได้แสดงตัวอย่างเครือสินค้าหรู LVMH ซึ่งมีทายาท 5 คน และหากทั้ง 5 คนนี้ ไม่มีธรรมนูญครอบครัวกำหนดไว้ชัดเจน ความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกันอาจทำให้ปัญหาที่ควรจะแก้ไขได้ ลุกลามบานปลาย

อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน แต่หากไร้ซึ่งการสื่อสารที่ดี ก็อาจจะบริหารธุรกิจให้ดำเนินต่อไปในระยะยาวได้ยากกว่าเดิม มาร์ติน รอลล์ จึงเน้นย้ำถึงความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological safety) หรือก็คือการพูด การถาม การมีข้อกังวล หรือทำผิดพลาดได้ โดยที่ไม่ถูกลงโทษหรือทำให้อับอาย

สุดท้ายนี้ รอลล์ได้แสดงข้อคิดเห็นว่าธุรกิจครอบครัวในภูมิภาคเอเชียยังถือว่าใหม่กับแนวทางที่เขากล่าวมา แต่เขาก็เชื่ออีกด้วยว่าเป็นเรื่องที่เรียนรู้กันได้ เพียงแค่ต้องคอยพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บริษัทส่วนใหญ่ของโลกเป็น “ธุรกิจครอบครัว” มีส่วนต่อจีดีพีโลก 70-80%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...