โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติไปเป็นเถ้าแก่เนี้ยหน้าเลือด

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 05.44 น. • คุนหมิง:昆明
เมื่อสาวโสดระยะสุดท้ายต้องเอาชีวิตรอดในยุคโบราณ นี่จึงเกิดเป็นตำนานเถ้าแก่เนี้ยหน้าเลือดที่ชอบท่องสโลแกนประจำตัวตอนจะขายสินค้า! [ค้าขายอย่างเสรี กำหนดราคาตามใจผู้ขาย] รับได้ก็ซื้อรับไม่ได้ก็ไสหัวไป!

ข้อมูลเบื้องต้น

จิ้มลิงค์ได้เลยจ้าาา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสาวโสดระยะสุดท้ายทะลุมิติมายังยุคโบราณ! แถมสถานการณ์ตอนที่ฟื้นขึ้นมาก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย กว่าจะเอาชีวิตรอดมาได้ก็แทบจะทำให้หญิงสาวที่ถึกและบึกบนเช่นเธอเกือจะได้ไปเกิดใหม่อีกรอบ

เอาล่ะเมื่อตั้งสติได้เธอก็พบปัญหาระดับชาติ!

เหตุไฉนทั้งเนื้อทั้งตัวของเด็กผอมแห้งที่เธอมาเกิดใหม่นี่ถึงมีแค่เหรียญทองแดงแค่ห้าเหรียญ!

แม้เจ้า!ตอนนี้เธอต้องการหาเงินอย่างเร่งด่วนที่สุด

"ท่านทั้งหลายในเมื่อสินค้าที่ท่านซื้อมาใช้การไม่ได้ สนใจจะซื้อกับข้าหรือไม่? "เกาหนิงซินใช้ท่าทางสงบนิ่งเจรจาการค้ากับคนลุ่มใหญ่ตรงหน้าอย่างมีชั้นเชิง

"หนูน้อยเจ้าอายุเท่าใดกันถึงกล้ามาทำการซื้อขายกับพวกข้า"

"ข้าน้อยอายุสิบเจ็ดแล้ว โตพอที่จะสามารถค้าขายได้ตามใจ"

"เจ้าลองว่าราคามา"

"ของสิ่งนี้สำคัญยิ่ง ข้าน้อยคิดราคามิตราภาพสองหมื่นตำทองเท่านั้น!"

"แม่หนูอย่าให้มันมากเกินไปนัก ขนาดคืนแรกของแม่นางมู่ตานยอดหญิงงามแห่งหออี้ถางในเมืองหลวงก็มีราคาแค่หนึ่งหมื่นตำลึงทองเท่านั้น"ชายชราที่ต่อรองราคาโกธรจนหนวดกระดิก

"งั้นท่านก็ไปหานางสิกลางป่าเขาเช่นนี้คงมีให้ท่านเลือกสักคนสองคน"

"เจ้า…!"

"เอาน่า…ราคานี้ลดอีกไม่ได้แล้วท่านผู้เฒ่าต้องเข้าใจว่ากลไกลของตลาดก็เป็นเช่นนี้

'ค้าขายอย่างเสรี กำหนดราคาตามใจผู้ขาย'อยากซื้อก็ต้องจ่ายให้ไหว!"

แนะนำตัวละคร

นางเอก

เกาหนิงซิน

พระเอก

เซียวเหลียง

ขอบคุณรูปภาพจาก:www.pinterest.com

บทนำ : เรื่องราวของ'เกาหนิงซิน'

ชีวิตของเธอ’เกาหนิงซิน’นับตั้งแต่เกิดจนอายุ39ปีถือได้ว่าเส้นทางชีวิตได้ดำเนินมาอย่างคุ้มค่าทุกช่วงเวลา ที่จริงเธอไม่ได้ใช้ชื่อนี้ชื่อเดิมที่พ่อแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิดคือ’เกาหนิงซี’สาเหตุที่เธอต้องเปลี่ยนชื่อเรียกทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอก็อายุ35ก็เพราะว่าคุณนายเกาที่เธอและพ่อเรียกจนติดปากไปให้อาจารย์ฮวงจุ้ยชื่อดังดูดวงให้บุตรสาวอันเป็นที่รักว่าเหตุใดจึงไม่มีแฟนหรือวางแผนที่จะแต่งงานเสียที ใช่แล้วแม่ของเธอที่เป็นศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้วยประวัติศาสตร์ชาติจีนแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งท่านนี้เป็นผู้หลงเชื่อในลัทธิงมงายขนานแท้ ไม่น่าเชื่อว่าแม่ของเธอจะไม่เคยถูกจับไปปรับทัศนคติเลยสักครั้งในช่วงเวลากวดขันของรัฐบาลในยุคนั้น

เอาเป็นว่าเจ้าหมอดูเก๊นั่นบอกแม่วัยชราของเธอว่าหากอยากให้บุตรสาวอันเป็นที่รักแต่งงานมีสามีจำต้องเปลี่ยนชื่อ! และชื่อที่มารดาวัยชราที่เป็นบุคคลอันทรงคุณค่าของประเทศก็เลือกชื่อ’หนิงซิน’ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ตามหลักเหตุและผลก็คือมารดาวัยชราของเธอชื่นชอบตัวละครนางสนมในซีรีย์หวังต้องห้ามชิงรักหักสวาทที่โด่งดังเมื่อปี2018

เธออยากจะรู้ว่าการเปลี่ยนใช้ชื่อตามตัวร้ายในละครที่ใช้ชีวิตอย่างสุดโต่งและจบชีวิตอย่างแสนอนาจอย่างนั้นจะส่งเสริมให้เธอมีโชคเรื่องความรักได้ยังไง

เกาหนิงซินสาวใหญ่สถานะ:โสด

ปัจจุบันประกอบอาชีพ:ศัลยแพทย์ฟรีแลนซ์ (ทำงานตามใจ ถูกชะตาก็รักษาด้วยราคาเป็นมิตร หากเหม็นขี้หน้าค่ารักษาก็กำหนดตามใจหมอ)

ช่วงวัยรุ่นเลือดร้อนเข้าร่วมกองกำลังพิเศษหนึ่งในหน่วยงานลับของรัฐบาล ปลดประจำการตอนอายุ30ตำแหน่งสุดท้ายที่ได้รับคือพลตรี

ชีวิตที่ผ่านมาช่างราบรื่นไร้อุปสรรคจนกระทั่งสิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปนับตั้งแต่เธอเปลี่ยนชื่อเข้าสู่ปีที่ี่สี่ ราวกับว่าปีนี้เป็นปีแห่งหายนะสามเดือนมานี้เธอโดนฟ้องร้องจากการผ่าตัดที่ตัวเธอไม่ได้เป็นคนลงมีด ใช่โรงพยาบาทพวกนั้นแอบอ้างชื่อเธอไปรักษาคนไข้โดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ บัดซบจริงๆ เห็นว่าเธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเลยคิดที่จะปีนขึ้นมาเหยียบบนหัวกันสินะ

กว่าจะสะสางเรื่องราวและยุติข้อพิพาทต่างๆ ได้ก็กินเวลาไปหลายเดือน พอเจอเรื่องอะไรอย่างนี้มันทำให้เธอรู้สึกว่าแก่แล้วจริงๆ อายุก็ปาไป39แล้วเลยช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผู้หญิงไปแล้ว

ไม่เป็นไรหรอกตอนที่เอาตัวออกไปเสี่ยงในสนามรบเธอก็ได้ทำการแช่แข็งไข่ของเธอไว้มากเกินพอ การทำเด็กหลอดแก้วในยุคนี้ถือได้ว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยไปมากแล้วตัวเธอก็เป็นหมอคนหนึ่งดังนั้นจึงไม่ได้เป็นกังวลกับการมีลูกเลยล่ะ

ณ เมืองหลวง ประเทศ M

โรงพยาบาลแองเจิลโมเรียล

“เกาคิดยังไงถึงจะมีลูก”

“ไมเคิลคุณไม่คิดว่านี่ถึงเวลาแล้วหรอ? ”เกาหนิงซินถามกลับนายแพทย์สูงวัยที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปี ในขณะที่หญิงสาวนอนราบอยู่บนเตียงผ่าตัดขั้นตอนการฝังตัวอ่อนกำลังจะเริ่มในไม่ช้า

“ใช่ๆ มันควรถึงเวลาแล้วนี่คือสิ่งที่ผมบอกกับคุณมาหลายปี”ไมเคิลได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจกับหญิงสาวรุ่นลูกตรงหน้า

ปัง!!!

หยุด! อย่า! ขยับ!

ประตูห้องผ่าตัดถูกถีบเปิดอย่างแรง ก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัวกองกำลังติดอาวุธครบมือก็กรูกันเข้ามาภายในห้องผ่าตัด ปืนทุกกระบอกต่างก็เล็งมายังจุดๆ เดียว

เกาหนิงซินเหลือบมองกลุ่มจุดที่แดงที่ถูกเล็งมาที่หน้าอกด้านซ้ายอย่างเย็นชา แม้จะคิดเอาไว้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงเข้าสักวันแต่ก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ ไมเคิลรู้จักกับเธอมานับสิบปีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นดั่งครอบครัว มีเรื่องลำบากอะไรที่เธอจะไม่ช่วย

“เกาฉันขอโทษพวกมันจับหลานชายของผมไป”ไมเคิลร้องไห้อย่างเสียใจเขาไม่มีทางเลือกจริงๆ

หญิงสาวไม่แม้แต่ชายตามองอดีตเพื่อนเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ไมเคิลก็รู้ว่าเธอสามารถช่วยหลานชายของอีกฝ่ายได้อย่างสบายๆ แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ทำแล้วก็หักหลังเธออย่างเลือดเย็น!

แปะ แปะ แปะ

“ช่างเป็นฉากที่สะเทือนใจจริงๆ ว่าไหมไทเกอร์…แหมเราก็รู้จักกันมาหลายปีผมนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเสือร้ายแห่งกองกำลังเรดไฮท์จะเป็นผู้หญิง”

“เจอาร์นึกว่าแกตายห่าไปตั้งนานแล้วเสียอีก โดนไปขนาดนั้นถ้าข้าเป็นเอ็งคงใช้ปืนกรอกปากให้ตายไปซะ คงไม่มีทางลอยหน้าลอยตาอยู่จนถึงทุกวันนี้”เกาหนิงซินจ้องอีกฝ่ายตาไม่กระพริบพร้อมกับคำพูดถากถางเพื่อยั่วโมโหอีกฝ่ายไม่หยุด

“อย่ามาทำเป็นปากดีกับกูหน่อยเลยตัวเองจะตายอยู่แล้วยังไม่เจียม”เจอาร์ตะคอกอย่างมีโทสะพร้อมกับกระชับปืนในมือแน่น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ตนเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่เจอาร์ก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยบทเรียนจากการเผชิญหน้ากันหลายครั้งสอนให้เขาระวังอีกฝ่ายในทุกๆ การเคลื่อนไหว

“มาถึงจุดนี้แล้วฉันคงไม่เก่งกาจขนาดสู้มือเปล่ากับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มใหญ่ได้หรอก เจอาร์ครั้งนี้ฉันตายพวกแกก็จบสิ้นเหมือนกัน!”

ฉืบ!

ก่อนที่ทุกคนจะเข้าใจสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดก็สายไปเสียแล้ว ทุกคนในห้องจ้องหญิงสาวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดด้วยสายตาเบิกกว้าง

เกาหนิงซินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยขับเน้นให้ดวงหน้าหวานซึ้งงดงามขึ้นอีกหลายส่วน ของเหลวอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาจากเส้นเลือดใหญ่ตรงลำคออย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าเริ่มพล่าเรือนลงทุกขณะ ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่เจอาร์ที่มาเพื่อสังหารอีกฝ่ายยังต้องยืนนิ่งอย่างช่วยไม่ได้

ชีวิตนี้นับว่าใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว

ไม่ว่าจะสร้างปาบกรรมจากการฆ่าหรือการไถ่บาปจากการเป็นหมอที่ช่วยชีวิตเธอล้วนทำมาหมด

นี่เป็นผลกรรมจากความใจอ่อนในวันนั้น ส่งผลให้ตนเดินมาเจอจุดจบในวันนี้

ช่างเถอะตายก็ตายแต่ห่วงสุดท้ายของเธอคือการไม่ได้ดูแลบุพการีจนวาระสุดท้าย ลูกสาวคนนี้อกตัญญูที่ต้องให้คนผมขาวส่งคนผมดำ

พ่อคะ แม่คะ

หนิงซินขอโทษ

มือที่กำมีดผ่าตัเอาไว้ค่อยๆคลายออกช้าๆ มีดผ่าตัดสีเงินอันเล็กหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังกังวาน

กริ๊ง

ฝากติดตามด้วยน้าา

บทที่ 1 ตื่นมากลางป่าเขา

"ท่านพี่ๆ"

"พี่ๆ"

"แอ้!"

เสียงเด็กมาจากไหนกันไม่ใช่ว่าเธอตายไปแล้วหรอ ใช่สิเส้นเลือดใหญ่ถูกตัดขาดเช่นนั้นจะมีชีวิตรอดมาได้ยังไง อ๊ะ?วอทเดอะ…แล้วทำไมเธอยังรู้สึกตัวอยู่ล่ะ โอ๊ย…ความรู้สึกปวดแป๊บแผ่ซ่านไปทั่วลำคอด้านซ้ายตรงตำแหน่งที่เธอใช้มีดผาตัดปลิดชีพตัวเอง

หรือนี่จะเป็นความรู้สึกสุดท้ายที่ติดมากับชีวิตหลังความตาย?

แล้ววิญญาณยังต้องหายใจเหมือนกับเธอในตอนนี้อยู่อีกหรอ เกาหนิงซินที่หลับตาอยู่ขมวดคิ้วอย่างคิดไม่ตกไหนจะเสียงเด็กที่ร้องอยู่ข้างหูนี่อีก ลองลืมตาขึ้นดูดีไหมจะได้รู้ๆไปเลย

วอท เดอะ เฮล?!

เมื่อหญิงสาวพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมาก็ต้องพบกับเรื่องช๊อคโลกตรงหน้า นี่มันเกิดอะไรขึ้น ด้วยประสบการณ์ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาทำให้เธอเก็บรายละเอียดรอบตัวอย่างรวดเร็ว พื้นที่โดยรอบล้วนเป็นป่ารกทึบคาดว่าคงจะห่างไกลจากแหล่งชุมชนเปป็นอย่างมาก ตัดควาคิดที่จะหาเครื่องมือสื่อสารเพื่อตติดต่อใครให้มาช่วยเหลือได้เลย ยิ่งตอนนี้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส…เอ๋

หญิงสาวยกแขนที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาสัมผัสลำคอข้างซ้ายของตน คลำไปคลำมาก็ต้องตกใจเพราะนอกจากความเรียบรื่นของผิวแล้วก็ไม่มีรอยบาดแผลใดๆเลย หลอกผีแล้ว! หรือว่าเจอาร์ให้ยาหลอนประสาทกับเธอก่อนที่จะนำเธอมาทิ้งไว้ในป่ากินคนงั้นหรอ

"ท่านพี่ท่านพื้นแล้วอาหมิงเป็นห่วงท่านแทบแย่"

"ใช่ๆอาจูก็เป็นห่วงท่านเช่นกัน"

"แอ้ๆๆ"นั่นคือเสียงร้องจากคนตัวเล็กสุดในกลุ่มเพราะยังพูดสื่อสารไม่ได้จึงเลือกที่จะส่งเสียงร้องอย่างน่ารักออกไปแทน

"พวกหนูเป็นใคร…แล้วเรียกใครว่าพี่?"เกาหนิงซินได้แต่ปลอบใจตัวเองว่านี่คือตลกร้าย แต่คนเป็นๆสามคนที่นั่งเรียงหน้าสลอนเป็นหัวผักกาดน้อยเรียงแถวหน้ากระดานส่งสายตาวิ๊งๆมาให้นี่คือความจริง

ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไปมากกว่านี้เกาหนิงซินเริ่มสำรวจร่างกายของตัวเองทันที ต้องตรวจให้แน่ใจว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่แต่ที่แน่ๆคือเธอยังมีชีวิตอยู่ หัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำอยู่ในอกคงหลอกกันไม่ได้อีกทั้งเธอได้ลองกลั้นหายใจดูแล้วผลคือเกือบขาดใจ

นี่…มันไม่เป็นวิทยาศาสร์เกินไปเธอแน่ใจว่าการลงมีดของศัลยแพทย์ระดับเอพลัสไม่มีทางพลาดได้ ซึ่งนั่นก็คือต่อให้มีเทพแห่งการรักษาปรากฎตัวก็ยื้อชีวิตเธอไว้ไม่ได้

เกาหนิงซินที่เงียบไปหลังจากเอ่ยปากออกมาม่กี่ประโยคพลางยกมือขึ้นมาสำรวจเงียบๆ นี่ไม่ใช่มือของเธออย่างแน่นอนจากการวิเคราะห์โครงสร้างของกระดูกนี่เป็นร่างกายของเด็กที่ยังโตไม่เต็มวัยคาดว่าคงอายุได้สิบหกสิบเจ็ด แล้วร่างนี้เป็นชายหรือหญิง

ไว้กว่าความคิดหญิงสาวเอื้อมมือคว้าหมับที่ช่วงล่างตรงจุดสำคัญที่บ่งบอกเพศสภาพของมนุษย์ทันที อืม…ไม่มีส่วนงอกส่วนย้อยถือว่าเธอทำบุญมากกว่าทำบาปสินะถึงได้มาอยู่ในร่างของเด็กผู้หญิงที่ผอมแห้งเป็นหนังหุ้มกระดูกเช่นนี้

คิดไม่ถึงว่าการที่เธอล้อเลียนมารดาวัยชราเอาไว้ว่างมงายไม่เป็นวิทยาศาสตร์ติดละครหลังข่าวบ้านิยายแนวเทพเซียนทะลุมิติอะไรเทือกนั้นจะทำให้เธอมีจุดจบเช่นนี้

ทะลุมิติหรอ

ยืมร่างคืนวิญญาณหรอ

นรกมันเถอะ!

เกาหนิงซินฝืนความเจ็บปวดที่ศีรษะผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว การทำเช่นนี้ส่งผลให้เลือดไปเลียงสมองไม่ทันจึงทำให้เธอหน้ามืดอย่างช่วยไม่ได้ แล้วกลุ่มความทรงจำกลุ่มหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ตระกูลเกาครอบครัวชาวนาอันแสนยากจน สมาชิกในครอบครัวมีทั้งหมดหกชีวิตสำหรับครอบครัวชานาทั่วไปสมาชิกในครอบครัวหกคนถือว่าไม่มาก แต่กับครอบครัวตระกูลเกาที่แสนยากจนในยากจนอีกทีถือว่ามีคนในครอบครัวมากเกินไป เกาหนิงซินคือลูกสาวคนโตมีน้องชายอีกสามคน สองคนแรกเป็นฝาแฝดอายุห้าขวบชื่อเกาหมิงกับเกาจูส่วนน้องเล็กอายุเพียงสองขวบชื่อเกาปิน

สาเหตุที่สี่พี่น้องตระกูลเกามาโผล่กลางป่าเขาเช่นนี้ก็มีที่มาที่ไปอยู่ เนื่องด้วยหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ประสบภัยแล้งติดต่อกันมาหลายปีชาวบ้านส่วนใหญ่จึงอพยพหนีความอดอยากไปจนหมดครอบครัวเกาก็เป็นหนึ่งในนั้น ในความทรงจำการเดินทางอย่างไร้จุดหมายของครอบครัวนี้กินเวลาไปเกือบหนึ่งปี สองสามีภรรยาแซ่เกาก็เสียชีวิตจากไข้ป่าไปเมื่อเดือนก่อน เหลือไว้เพียงเด็กสาวอายุสิบเจ็บกับเด็กน้อยอีกสามคน

ชีวิตตลอดหนึ่งเดือนที่ปราศจากพ่อแม่เกาหนิงซินดูแลน้องๆอย่างสุดความสามารถเพราะไร้ซึ่งเงินทองและที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งหญิงสาวจึงเลือกที่จะหากินในป่าเป็นหลัก จนวันนี้เจ้าตัวออกมาล่ากระต่ายป่า ด้วยมองไม่เห็นว่าด้านหน้าเป็นเนินเขาจึงลื่นตกลงไปหัวก็ไปกระแทกกับโขดหินเดิมคิดว่าตนไม่เป็นอะไรมากเมื่อปีนขึ้นมาจึงสลบไป

เกาหนิงซินที่ค้นความทรงจำของอีกฝ่ายจนเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างเป็นอย่างดี แม่เด็กคนนี้น่าจะบาดเจ็บจนสมองได้รับการกระทบกระเทือนบวกกับอาการขาดสารอาหารอย่างหนักจึงทำให้ช๊อคจนเสียชีวิต แล้ววิญญาณอย่างเธอก็เข้ามาแทนที่

ด้วยความเคยชินในอาชีพเกาหนิงซินไม่กล้าหย่อนยานกับร่างกายนี้แม้แต่น้อยอาการบาดเจ็บที่สมองถือเป็นระเบิดเวลาชนิดหนึ่ง จนกว่าจะติดดตามอาการอย่างใกล้ชิดจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นเธอถึงจะวางใจ หญิงสาวเริ่มจากตรวจสอบการมองเห็นเป็นอันดับแรก นิ้วชี้ขวาถูกยกขึ้นมาตั้งฉากในระดับสายตายพร้อมกับคล่อยๆเคลื่อนไปด้านซ้ายและขวาตามลำดับในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็เคลื่อนตามนิ้วไป เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติเธอจึงวางใจได้ในระดับหนึ่ง

"ท่านพี่…"

"ล้อพวกเจ้าเล่นเท่านั้น เห็นหรือไม่พี่สาวบาดเจ็บ"เกาหนิงซินได้แต่ปลอบใจหัวผักกาดน้อยทั้งสามเมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะปล่อยโฮอย่างกลั้นไม่อยู่ ด้วยการฝึกฝนของกองทัพทำให้ทักษะการแฝงตัวให้กลมกลืนกับสถานการณ์ของเธออยู่ในระดับดีเยี่ยม

หญิงสาวไม่พูดพร่ำให้มากก็รีบจัดการบาดแผลบนศีรษะอย่างลวกๆแล้วก็ลุกขึ้นไปอุ้มน้องเล็กมาผูกไว้กลางหลัง เสร็จแล้วก็หันไปหยิบกระต่ายป่าตัวอ้วนสองตัวขึ้นมามัดขารวมกันแล้วก็ผูกไว้รอบเอว ส่วนน้องชายอีกสองคนเธอก็อุ้มกระเตงทั้งซ้ายขวาเมื่อรู้สึกว่าได้ที่แล้วสองขาเรียวเล็กก็เริ่มก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาสี่พี่น้องอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งมาตลอดโชคดีที่ช่วงนี้เป็นฤดูร้อนหากเป็นหน้าหนาวหรือหน้าฝนเกรงว่าจะอาศัยอยู่ในป่าไม่ได้ หน้าฝนก็ต้องกังวลเรื่องน้ำป่าส่วนหน้าหนาวก็เกรงว่าจะะเเข็งตายเพราะไม่มีเครื่องนุ่งห่มที่มีคุณภาพพอ เมื่อเดินกันมาราวๆหนึ่งเค่อก็มาถึงปากถ้ำ ภายในไม่ได้กว้างใหญ่เท่าใดเพียงพอให้พวกเธออาศัยอยู่ได้ เกาหนิงซินสำรวจสัมภาระขอองทั้งครอบครัวอยู่รอบหนึ่งก็ได้แต่ถอนหายใจ

มีห่อผ้าอยู่สี่ห่อดูแล้วไม่ใหญ่มากบนพื้นถูกปูด้วยหญ้าซ้อนกันจนหนาปูทับด้วยเสื้อผ้าเก่าๆซึ่งเธอเดาได้ว่านั่นคงเป็นเสื้อผ้าติดกายของสองสามีภรรยาแซ่เกา นี่แหละคือความจนเมื่อถึงจุดนี้ไม่มีใครสนใจว่านี่คือของผู้ที่ล่วงลับ จุดนี้เจ้าของร่างเดิมถือว่าทำได้ดี คนตายก็ตายไปส่วนคนที่อยู่ก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป

เกาหนิงซินจัดแจงให้เด็กน้อยทั้งสามนั่งเล่นอยู่บนที่นอนหญ้า"พวกเจ้าทั้งสามคนเล่นกันไปก่อนพี่สาวจะก่อไฟทำอาหารเย็น เล่นด้วยกันดีๆอย่าทะเลาะกันเข้าใจหรือไม่"

"ขอรับ"เกาหมิงเกาจูพยักหน้าขานรับย่างรู้ความ

หญิงสาวหันมามองเจ้าหัวผักกาดคนเล็ก"แอ้ๆ"เจ้าหนูเกาปินส่งเสียงอย่างรู้ความ เมื่อเห็นว่าเด็กๆว่าง่ายเช่นนี้เธอก็ยิ่งเอ็นดูมากยิ่งขึ้น

เตาไฟที่ก่อขึ้นจากการนำก้อนหินมาวางเป็นทรงครึ่งวงกลมเธอมองอยู่สักพักก็คิดได้ว่าเจ้าของร่างนี้มีความฉลาดเฉลียวไม่น้อยเลยทีเดียวการก่อเตาในลักษณะนี้จะะช่วยเก็บความร้อนไ้อย่างดีอีกทั้งเป็นการประหยัดฟืนอีกด้วย ถ่านในเตายังไม่มอดนี่จึงช่วยประหยัดเวลาไม่น้อย นอกจากเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้เธอยังเห็นหัวเผือกหัวมันที่กองอยู่มุมถ้ำ ยังมีกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำเอาไว้จนเด็มอีกหลายกระบอก

แม้ครอบครัวนี้จะยากจนแต่เห็นได้ชัดว่าการเลือกมาอาศัยอยู่ในป่าของพวกเขาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ เกาหนิงซินเริ่มลงมือทำมื้อเย็นทันทีก่อนอื่นนำกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดเตรียมไว้เติมน้ำสะอาดลงไปนำไปวางไว้ในเตาไฟที่ถูกจุดเอาไว้ เสร็จแล้วเธอก็เดินไปเลือกหัวมันเทศมาสองหัวใช้มีดทำครัวเล่มเดียวในครอบครัวที่มีอยู่ปลอกเปลือกออกให้หมดแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นพอดีคำใส่ลงไปในกระบอกไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับต้นขาของผู้ชายตัวโต สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกทึ่งกับความอุดมสมบูรณ์ภายในป่าแห่งนี้ไม่ได้

รอให้น้ำเดือดและตัวมันเทศสุกหญิงสาวเดินออกไปเก็บผักป่าที่ขึ้นอยู่บริเวรรอบๆปากถ้ำมาหนึ่งกำมือใช้น้ำล้างให้สะอาดหั่นเป็นเส้นใส่ลงไปในมันเทศต้ม น้ำที่กำลังเดือดปุดๆส่งกลิ่นหอมหวานอบอวน เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารหญิงสาวเติมเกลือที่มีอยู่ราวๆสองร้อยกรัม ในความทรงจำเกลือถุงนี้ตั้งแต่ใช้เงินครึ่งหนึ่งในครอบครัวซื้อมามันก็แทบจะไม่ได้นำมาปรุงอาหารเลย

ซื้อมานอนกอดเช่นนี้ทำให้คนที่กินอาหารรสจัดมาตลอดเช่นเธอรู้สึกรับไม่ได้จริงๆ เติมเกลือลงไปในซุปเล็กน้อยเท่านี้ก็ใช้ได้ ซุปมันเทศต้องเคี่ยวอีกสักพักถึงจะใช้ได้ กระต่ายสองตัวที่ล่ามาได้ก็ถูกนำออกมาจัดการ ก่อนอื่นต้องถลกหนังผ่าท้องควักเครื่องในกระบวนการหล่านี้หญิงสาวลงมือได้อย่างคล่องแคล่ว หนังกระต่ายถูกนำไปผึ่งลมด้านนอกถ้ำส่วนเนื้อกระต่ายล้วนถูกทาด้วยเกลือบางๆด้วยมีเด็กน้อยกินด้วยจำนวนโซเดียมก็ต้องลดปริมาณลงไป

กระต่ายหนึ่งตัวถูกกางแผ่ออกใช้ไม้ไผ่ที่ผ่าครึ่งหนีบเอาไว้ซ้ายขวาส่วนปลายมัดด้วยเถาวัลย์เส้นเล็กกันตัวกระต่ายลื่นหลุด กระต่ายอีกตัวที่เหลือเธอนำกิ่งไผ่ตัดปลายแหลมเสียบเนื้อช่วงขาหน้าทั้งสองนำไปผึ่งแดดด้านนอกให้เป็นเนื้อแดดเดียวเก็บไว้ทำอาหารพรุ่งนี้ บรรยากาศนอนกลางดินกินกลางทรายอย่างนี้ชวนให้นึกถึงวันเก่าๆช่วงวัยรุ่นเลือดร้อนออกรบเพื่ออุดมการณ์ ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะเป็นยังไงบ้างท่านจะใจสลายหรือไม่ที่ลูกสาวเพียงนเดียวได้จากไปแล้ว

ซุปมันเทศได้ที่แล้วหญิงสาวใช้ใบไม้สดรองมือจับกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุซุปร้อนๆเอาไว้จนเต็มยกขึ้นมาวางพักไว้ พอดีที่ฟืนท่อนเล็กเผาไห้จนเหลือแต่ถ่านแดงๆเธอนำเนื้อกระต่ายเสียบไม้มาย่างทันที ไม่นานทั่วทั้งถ้ำก็อบอวนไปด้วยกลิ่นของเนื้อย่าง

"เอาล่ะเสร็จแล้ว เจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งหลายหยิบตะเกียบประจำตัวแล้วมากินข้าว"เกาหนิงซินหันไปเรียกบรรดาน้องชายที่นั่งยืดคอมองเธอทำอาหารมาพักใหญ่ เด็กหนอคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าของกินแล้วสินะ ทั้งสามเดินจูงมือกันมาอย่างพร้อมเพรียงในมือของสองแฝดถือตะเกียยบคู่เล็กส่วนเจ้าน้องเล็กยังใช้ตะเกียบไม่เป็นจึงถือช้อนคันเล็กมา

ชามไม้ไผ่สี่ใบถูกนำมาวางบนพื้นที่ปูด้วยใบไม้ใบใหญ่ ชามไม้ไผ่นี้บิดาแซ่เกาเป็นคนทำขึ้นมาแม้การใช้มีดทำครัวที่ลับกับหินมานับครั้งไม่ถ้วนในการตัดแต่งไม้ไผ่ลำหนาให้เรียบเนียนไร้เสี้ยนเล็กๆจำต้องใช้ความพยายามอย่างมากชามพวกนี้ถูกทำออกมาได้อย่างสวยงาม เธอสำรวจมีดทำครัวเล่มนั้นแล้วถือได้ว่าการหลอมเหล็กในยุคสมัยนี้มีคุณภาพมากทีเดียว

"กินเยอะๆจะได้โตเร็วๆ"เธอฉีกเนื้อย่างเป็นชิ้นเล็กๆป้อนเด็กทั้งสามที่กำลังซดซุปอย่างมีความสุข

"ขอรับอาหมิงจะรีบโตจะได้ดูแลพี่สาวและน้องๆ"

"อาจูก็จะรีบโตจะตั้งใจเรียนเมื่อสอบเป็นขุนนางได้แล้วครอบครัวเราจะได้สุขสบายมีบ้านหลังใหญ่"

"อื้อๆ"ปินปินน้อยส่งเสียงอืออาให้กับพี่สาวอย่างจริงจัง

"ความฝันช่างยิ่งใหญ่นัก หากพวกเจ้ามีความมานะต่อให้ยากเย็นสักเพียงใดพี่สาวคนนี้ก็จะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่ ดีหรือไม่"

"ดี!"เด็กน้อยทั้งสามประสานเสียงกันอย่างพร้อมเพรียง เกาหนิงซินคิดว่าตัวเองหูแว่วแต่เสียงเล็กๆที่ร้องว่าดีอย่างไม่ค่อยชัดนั้นเป็นเสียงของเจ้าน้องเล็ก

"ว้าว…ปินปินของพวกเราพูดได้แล้ว"หญิงสาวลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มหัดพูดหมดไปกับการเดินทางอันแสนลำบากต้องพบเจอสถานที่ที่ไม่คุ้นชินจึงทำให้เจ้าตัวไม่ยอมพูด เด็กทั้งสามถือเป็นความับผิดชอบของเธอการเลี้ยงดูให้พวกเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เธอติดค้างเจ้าของร่างนี้

พี่น้องตระกูลเกากินกันเสร็จก็เป็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่เคยชินกับการอาบน้ำเช้าเย็นเป็นประจำก็กระเตงน้องชายทั้งสามไปอาบน้ำที่ลำธาร เธอใช้ความทรงจำที่ได้รับมามุ่งหน้าไยังลำทานสายเล็กทันที อันดับเเรกก็จัดการลอกคราบเจ้าหัวผักกาดทั้งสามแล้วนำไปปล่อยไว้ในแอ่งน้ำเล็กๆทั้งสามเป็นเด็กที่รู้ความต่างก็อาบน้ำเองได้กันหมด เพื่อให้มองเห็นเด็กๆหญิงสาวจึงเลือกที่จะอาบน้ำอยู่ใกล้ๆเสื้อผ้าทุกชิ้นถูกถอดออกรวมทั้งผ้าแถบที่ใช้รัดหน้าอก เมื่อส่วนที่พันธนาการณ์ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระเกาหนิงซินก็ได้รู้ว่าทำไมเด็กนี่ถึงต้องรัดหน้าอกตัวเองเอาไว้ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ออกจะผอมแห้ง

โอ้วแม่เจ้า…หน้าอกแม่หนูนี่อย่างน้อยๆก็ต้องคัพซี!

คัพซีตอนอายุสิบเจ็ดเท่านั้น นี่ก็แสดงว่าในอานาคตมีแนวโน้มที่จะโตขึ้น!

ติดตามกันเข้ามาได้เลยน้าา

บทที่ 2 วางแผนเอาชีวิตรอด

หลังจากปลดปล่อยเจ้าแตงโมแฝดให้เป็นอิสระเกาหนิงซินก็รู้สึกได้ว่าลมหายใจที่ติดขัดก่อนหน้านี้พลัหายไปแทนทีด้วยความโล่งสบายยิ่งนัก หญิงสาวแช่ตัวอยู่ในน้ำที่เย็นฉ่ำพลางองนองชายั้งสามเปลือยก้นขาวๆเล่นน้ำกันอย่างมีความสุข หากต้องใช้ชีวิตให้อยู่รอดในโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ตามลำพังเธอก็สามารถพลางตัวให้กลมกลืนไปได้ตลอดชีวิตที่เหลือแต่ว่าเธอมีหัวผักกาดน้อยๆสามหัวให้ต้องดูแลการที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยแถมยังต้องรักษาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดี

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจอันท้าทาย กับการเริ่มก่อร่างสร้างตัวจากเงินเพียงห้าเหรียญทองแดง!

ใช่แล้ว…สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวสกุลเกาในตอนนี้เข้าขั้นวิกฤติ

"เอิ๊กๆๆ"หัวผักกาดผู้เก่งเรื่องกินและก็นอนหัวเราะอย่างชอบใจ น้ำเย็นจริง!

หากอยู่ในยุคคปัจจุบันศาลอาจจะสั่งให้เป็นบุคคลล้มลลายได้เนื่องด้วยครอบครัวมีรายจ่ายมาากกว่ารายรับ ในยุคนี้การกินอาหารให้ครบสามมื้อและแต่ละมื้อประกอบไปด้วยอาหารที่มีโภชนาการสูงนั้นต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แม้ม่ต้องกังวลเรื่องสารปนเปื้อนแต่คุณก็ไม่สามารถปลูกทุกสิ่งเลี้ยงทุกอย่างเอาไไว้กินได้ ปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือ เงิน

ในฐานะผู้ฝึกหัดการใช้ชีวิตในยุคโบราณ เธอเกาหนิงงซินขอออกตัวเลยว่าจะไม่ขอแย่งอาชีพเกษตกรแต่จะขอเป็นผู้ส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้จากผลผลิตที่มากขึ้น ความรู้เล็กๆน้อยที่เธอเรียนนรู้มาหากมีโอกาสได้บอกต่อเธอจะไม่หวงวิชาอย่างเเน่นอน

วงการค้าปลีกค้าส่งนี่สิถึงน่าลงไปทำความรู้จัก เหล่าพ่อค้าคนกลางที่ว่ากันว่าเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอยากชวนมานั่งจิบชาเจรจาการค้าจริงๆ ชีวิตที่แล้วเงินหลายร้อยล้านหยวนที่อยู่ในบัตรเธอล้วนสสัมผัสมาหมดแล้วถือซะว่าเปล่ยนบรรยากาศมาจับก้อนเงินก้อนทองแทนก็แล้วกัน

"เด็กๆถูตัวให้สะอาดนะรู้หรือไม่"

"ขอรับท่านพี่"ทั้งสามขานตอบอย่างพร้อมเพรียง

เกาหนิงซินไม่ได้แช่น้ำนานจนเกินไปเนื่องด้วยยร่างกายเพิ่งได้รับบาดเจ็บหากแช่น้ำนานอาจจะมีไข้ตามมาได้ เมื่อแน่ใจว่างร่างกายยทุกซอกทุกมุมสะอาดหมดจดดีแล้วหญิงสาวก็ขึ้นมาบนฝั่งเช็ดตัวให้แห้งแล้วใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ เธอตัดสินใจที่จะไม่รัดหน้าอกหากจะรัดก็คงเป็นตอนที่ต้องออกเดินทางนู่นล่ะ เสื้อผ้าที่ใส่แล้วเธอก็เอามาซักให้สะอาดดูจากความบางและรอยปะชุนก็บ่งบอกถึงอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่ได้การต้องรีบวางแผนออกเดินทางไปเมืองใหญ่ๆเลือกเเอาที่เจริญหน่อยสถานกาณ์สงบขุนนางท้องที่ใจถึงพึ่งได้

แล้วมันที่ไหนกันล่ะ?

"หมิงจูปินเล่นนานพอแล้วขึ้นมาผัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา"หญิงสาาวทำเสียงเอ็ดอย่างไม่จริงจังไปหนึ่งรอบเจ้าหัวผักกาดทั้งสามก็วิ่งเรียงแถวเป็นลูกเป็ดมาทันที

"ฮิๆๆ"เด็กหัวเราะชอบใจเมื่อเธอนวดพุงเล็กๆตอนที่ใช้ผ้าเช็ดตัวให้อย่างเบามือ แม้จะลำบากแค่ไหนตลอดหนึ่งเดือนที่ไร้บุพการีพี่ใหญ่ของน้องๆก็ไม่เคยปล่อยให้พวกเขาต้องอดแม้สักมื้อนี่จึงเป็นผลให้เจ้าตัวยุ่งทั้งสามมีพุงน้อยๆเอาไว้จับเล่นเช่นนี้

"เอาล่ะเสร็จแล้ว ป่ะไปกันเถิดเดี๋ยวจะมือค่ำจนมองไม่เห็นทาง"

"ไปกันๆ"ด้วยกลัวว่าจะมีตัวอะไรมากัดเด็กๆเธอจึงอุ้มทั้งสามกลับไป ตั้งแต่พื้นขึ้นมาเธอก็รู้สึกได้ว่าการกระเตงเด็กน้อยทั้งสามนัั้นไม่ได้กินแรงเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งร่างกายนี้นับได้ว่าแข็งแรงอย่างเหลือเชื่อแม้มวลกล้ามเนื้อจะน้อยเพราะการอดอาหารแต่เธอแทบจะไม่เห็นแฟตส่วนเกินเลยจะมีก็แต่เจ้าสองก้อนที่อยู่ตรงหน้าอกนี่แหละที่ไม่ยอมสลายไปช่างไม่ถูกตามหลักกายวิภาคโดยแท้ อย่างว่าร่างกายมนุษย์เปี่ยมไปด้วยกลไกออันซับบซ้อนขนาดโรคประหลาดอะไรยังสร้างขึ้นมาได้กับความม่สมเหตุสมผลแค่นี้ถือว่าขี้ประติ๋ว

หลังจากที่ทั้งสี่กลับมาที่ถ้ำเกาหนิงซินก็ปล่อยให้เด็กเล่นท่องกลอนอย่างง่ายอยู่บนที่นอนที่ทำจากหญ้า ส่วนเธอก็ทำงานเล็กน้อยก่อนฟ้ามืดหนังกระต่ายและเนื้อกระต่ายที่ผึ่งอยู่ด้านนอกถูกเก็บเข้ามาส่วนเสื้อผ้าที่พึ่งซักก็นำเอาไปตากไว้บนกิ่งไไม้บริเวณหน้าถ้ำ หญิงสาวมองป่าลึกอันเงียบสงบก็คิดว่าครอบครัวเกาอยู่รอดมาได้ยังโดยไม่เจอสัตว์ร้ายเข้าสักวัน เมื่อเธอมาอยู่แล้ววก็จะไม่หย่อนยานดังเช่นที่ผ่านมา เวลาไม่ช้าเธอต้องเร่งมือไม่ไกลจากปากถ้ำมีกอต้นหนามขนาดใหญ่อยู่ตัดวกมันออกมาส่วนหนึ่งใช้เถาวัลย์มัดแล้วก็ลากมายังบริเวรหน้าปากถ้ำเธอทำเช่นนั้นอยู่หลายสิบรอบจนได้จำนวนที่ต้องการ

"เอาล่ะเท่านี้คงป้องกันได้บ้างล่ะนะ"กองต้นหนามถูกนำมาจัดวางหน้าปากถ้ำวางซ้อนกันจนเป็นกองสูงปิดทางเข้าแม้ไม่อาจกองต้นหนามให้สูงมากนักแต่ว่าอย่างน้อยก็ไม่มีตัวอะไรสามารถปีนข้ามมาได้ หญิงสาวคลายผ้าที่่ใช้พันรอบแขนและผ่ามือจนหนาออก ทีนี้ก็สามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจเสียทีคืนนี้ขอเธอวางแผนให้รัดกุมซะก่อนจะลงมือทำสิ่งใดก็ค่อยว่ากัน

แสงอาทิตย์เริ่มหายลับไปเพราะป่าอันรกทึบแห่งนี้จึงทำให้แสงหมดไปอย่างรวดเร็วเปลี่ยนเป็นความมืดเข้ามาปกคลุมแทน เกาหนิงซินที่ส่งเด็กๆเข้านอนแล้วตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้าเตาไฟสาายตาจ้องมองถ่านไม้ที่กำลังประทุอยู่ในนั้นแม้จะเป็นช่วงหน้าร้อนแต่ภายในถ้ำแห่งนี้กลับเย็นกว่าด้านนอกยิ่งดึกอุณหภูมิยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆการจุดเตาถ่านช่วยเพิ่มความอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย เพราะสองสามีภรรยาแซ่เกาจาากไปด้วยไข้ป่าเธอจึงเป็นกังวลว่าเด็กๆจะป่วยด้วยโรคเดียวกันตอนที่ออกไปตัดต้นหนามจึงมองหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์กันยุงแล้วเก็บกลับบมาไม่น้อย เธอค่อยใส่สมุนไพรลงไปในเตาถ่านปล่อยให้มันเผาไหม้จนส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรอบอวนไปทั่ว นี่คงพอใช้ไปตามมีตามเกิดได้บ้าง

หญิงสาวปล่อยให้สมุนไพรเผาไหม้อย่างช้าๆแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งลงตรงหน้าปากถ้ำที่ถูกขวางกั้นด้วยกองต้นหนามนัยตาอันเฉียบคมของอดีตผู้บัญชาการหน่วยเรดไฮท์มองผ่านช่องว่างสำรวจผืนป่ายามค่ำคืนพร้อมกับวิเคราะห์ความเป็นไปได้หลายๆอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นหากเธอเดินทางเข้าไปล่าสมบัติแห่งป่าผืนนี้

แผนการที่เธอวางเอาไว้หนึ่งเดือนนับจากนี้ที่เธอจะอาศัยอยู่ที่นี่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมสมรรถภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลจากแผนที่หยาบๆที่ครอบครัวเกามีทำให้อนุมานได้ว่าการเดินเท้ากว่าที่จะเจอหมู่บ้านหรืออำเภอเล็กๆเธออาจจะต้องเดินเท้ากว่าสามร้อมกิโลเมตรเป็นอย่างน้อย ปัญหานี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าใดนักแต่สิ่งที่เธอจะหามาเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปยังเมืองใหญ่นี่สิคือปัญหา

ว่ากันว่าฝืนป่าล้วนซ่อนสมบัติอันล้ำค่าเอาไว้เห็นทีพรุ่งนี้เธอจะต้องออกไปสำรวจสักหน่อยหากได้ของดีติดมือกลับมาถือเป็นโชคให้กับคนจนๆอย่างเธอล่ะ

เส้นทางแห่งความร่ำรวยช่างยาวไกลยิ่งนัก

เกาหนิงซินลืมตาตืนขึ้นเมื่อหลับไปได้หกชั่วโมงเธอกะเวลาคร่าวๆน่าจะตีหนึ่งกว่าๆเพราะได้นอนอย่างเต็มอิ่มจึงทำให้รู้สึกสดชื่นเซลล์ทุกส่วนในร่างกายพร้อมที่จะถูกใช้งานอย่างเต็มที่ หญิงสาวลุกขึ้นมาใช้น้ำจากกระบอกไม้ไผ่ล้างหน้าบ้วนปากเสร็จแล้วก็ดื่มน้ำที่เหือเข้าไปจนหมดเพื่อเรียกให้ร่างกายตื่นตัวมมายิ่งขึ้น เธอเปลี่ยนเป็นชุดที่รัดกุมมากยิ่งขึ้นปลายแขนเสื้อทั้งสองและปลายากางเกงล้วนถูกพันด้ยเศษผ้าจนแน่นหนาผมที่ยาวราวกับม่านน้ำตกถูกถักเปียเป็นรูปแบบก้างปาจนแน่นเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง เธอมีเวลาถึงตอนก่อนที่เด็กจะตื่นดังนั้นการออกไปเดินเล่นครั้งนี้ต้องรีบไปรีบกลับ

โชคดีที่เจ้าสี่ไม่ตื่นมาฉี่ตอนกลางคืนไม่อย่างนั้นเธอคงออกไปไหนไม่ได้

เฮ้อ…ช่างเป็นชีวิตแม่ลูกอ่อนโดยแท้

หลังจากที่ตรวจสอบว่าโพลงหนามที่แหวกออกมาถูกปิแน่นหนาดีแล้วอดีตทหารหน่วยรบพิเศษพร้อมกับมีดทำครัวคู่กายก็สับเท้ามุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของป่าทันที เธอไม่ีเส้นทางที่แน่นอนแต่เลือกที่จะมุ่งหน้าไปอย่างไร้จุดหมายพร้อมกับทำเครื่องหมายกำกับเอาไว้เพื่อเป็นการบุกเบิกเส้นทางไปในตัว ทุกก้าวที่เธอวิ่งผ่านสัตว์ตัวเล็กๆที่ออกมาหาากินยามค่ำคืนต่างแตกตื่นกันไปไม่เป็นทิศทางนั่นม่ได้ทำให้เธอสนนใจมาากนัก เวลาผ่านไปหญยิงสาวกะจะนวนก้าวที่ผ่านมานับระยะทางได้ราวๆสิบกิโลเมตร ป่าบริเวรนี้เงียบเชียบกว่าปกติแม้กระทั้งเสียงจิ้งรีดยังไม่มีนั่นแสดงว่าเธอมาถึงบ้านของเจ้าถิ่นแล้ว ก่อนที่จะได้ทำอะไรเพื่อเป็นการไม่เปิดเผยว่ามีผู้บุกรุดเธอจึงรีบปีนขึ้นไปหมอบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างๆเพื่อเป็นการสังเกตการณ์

อา…ในที่สุดเหยื่อตัวน้อยของเราในวันนี้ก็ออกมาจากรังแล้ว

เกาหนิงซินจ้องเจ้าตัวที่กำลังเดินวนเวียนอยู่รอบๆต้นไม้ที่เธอซ่อนตัวอยู่ในหัวก็คำนวนว่าส่วนใดของเจ้าตัวนี้สามารถทำงินได้ แน่นอนว่าของป่าหายากย่อมให้มูลค่าที่สูงลิ่ว

เสือลายพาดกลอนตัวโตเต็มวัยกำลังเดินวนเวียนตากลิ่นที่มนสัมผัสได้ในอากาศสัญชาตญาณนักล่าของมันตื่นตัวเต็มที่ กรร มันคำรามอย่างหัวเสียเห็นชัดๆว่ามีสิ่งแปลกปลอมมาบุกรุกอาณาเขตของมัน กรร

หนึ่งในทักษะที่ทหารหน่วยเรดไฮท์ต้องฝึกฝนจนชำนานคือการเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบ ไร้เสียงไร้การสั่นสะเทือนจะเครื่องตรวจจับของฝ่ายตรงขข้ามไม่สามารถตรวจพบ ขนาดเทคโนโลยีล้ำสมัยจากโลกอนาคตเธอยังสามารถหลบหลีกได้แล้วการตรวจจับตามสัญชาตญาณที่ไม่แน่นอนของสัตว์ป่าจะมีประสิทธิภาพสักเท่าใดกัน เกาหนิงซินค่อยๆโรยตัวลงมาหยุดอยู่ด้านหลังคอของเสือตัวโตก่อนที่มันจะรู้สึกตัวและโจมตีโต้ตอบ มีดทำครัวที่คมกริบตวัดออกไปตัดเส้นเลือดใหญ่ตรงลำคอและหลอดลมอย่างเเรงถือได้ว่าเป็นการลงมีดที่แม่นยำตรงเป้าอย่างแท้จริง

เกาหนิงซินไม่คิดจะเผชิญหน้ากับมันจึงรีบปีนขึ้นไปหมอบรอบนต้นม้ทันทีที่ลงมือเสร็จ

เพราะเป็นการลงมีดของศัลยแพทย์ระดับเอพลัสเจ้าเสื้อโคร่งจึงม่ได้รับรู้เลยว่าเกิดสิ่งใดกับมัน รู้ก็เพียงเลือดจำนวนมากที่ไหลทะลักออกจากปากบาดแผลรวมถึงหลอดลมที่ถูกตัดขาดทำให้มันดิ้นรนอย่างทรมานและเกรี้ยวโกธร ยิ่งดิ้นรนกำลังของมันยิ่งลดลงเรื่อยๆภาพสถานที่เกิดเหตุออกจะไม่น่ามองอยู่บ้างเลือดที่ไหลทะลักสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณอีกทั้งตัวของเจ้าสัตว์ล้วนถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงคล้ำ

รอไม่นานมันก็ล้มลงสิ้นใจในที่สุดเกาหนิงซินนไม่กล้ารอช้ารีบลงมาจากต้นม่เก็บเกี่ยวผลประกอบการณ์ในครั้งนี้ีทันที ก่อนอื่นต้องถลกหนังออกมาขั้นตอนนี้ต้องใช้ความพิถีพิถันหลายส่วนเพื่อให้ได้ผืนหนังที่สมบูรณ์ที่สุดต่อมาก็จัดการลงมีดผ่าท้องขั้นตอนนี้ยุ่งยากอยู่บ้างด้วยเธอไม่อยากเปิดแผลให้ใหย่จนทุกสิ่งทุกอย่าทะลักออกมาจึงเลือกที่จะตัดเป็นช่องขนาดไม่ใหญ่มากค่อยๆใช้มีดเลาะเข้าไปจนถึงตำแหน่งของถุงน้ำดีเมื่อเจอแล้วเธอก็ไม่ได้รีบร้อนตัดออกมาแต่หันไปเลาะเส้นเอ็นตรงขาของมันออกมาเลือกเอาเส้นที่เล็กหน่อย เมื่อเตรียมพร้อมแล้วหญิงสาวก็เริ่มตัดถุงน้ำดีทันทีก่อนที่จะตัดออกมาเธอเลือกที่จะผูกท่อน้ำดีด้วยเส้นเอ็นที่พึ่งเลาะออกมาเมื่อสักครู่แล้วก็ใช้มีดตัดแล้วนำออกมาทันที

เกาหนิงซินนั่งบนส้นเท้าจ้องเจ้าสิ่งเล็กๆนี่ออย่างพิจรณาอืม…ไม่มีเหล้าแล้วจะเก็บรักษายังไงเห็นทีแผนการหนึ่งเดือนคงต้องพับเก็บไปว่าแล้วเธอก็ใช้เศษหนังเสือแผ่นเล็กห่อเอาไว้อย่างเบามือ เงินทองทั้งนั้น อีกส่วนที่เป็นที่ต้องการในตลาดก็คือกระดูกเสือเธอเลือกเอากระดูกส่วนโคนขาทั้งสี่แล้วก็ส่วนของกระดูกสันหลังขั้นตอนนี้กินเวลาเกือบสองชั่วโมง

ฮู้วว…จุดเริ่มต้นความร่ำรวยมันลำบากจริงๆ

@@@@@@@@@@@@@@@@
อย่าลืมกดติดตามกด❤️เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...