โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนแห่ลงทุนนิคมอุตสาหกรรมยกแปลง “WHA-อมตะ” วิ่งซื้อที่ดินเพิ่ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 01.49 น.

สงครามการค้าถล่ม “ทุนจีน” วิ่งวุ่นย้ายฐานหันซบไทย ส้มหล่น “นิคมอุตสาหกรรม WHA-อมตะ-304” ขายที่อู้ฟู่ ต้องกว้านหาที่ดินผืนใหญ่ป้อนนักลงทุนไม่พอขาย “จรีพร” จ่อปิดดีลบิ๊กครอป Tech จากจีน ก.ค.นี้ จับตา “อมตะ” ลุยหาที่ดินปั้นนิคมจีนเฟส 2 ต่อ ส่วนนิคม 304 ชี้สัญญาณกลุ่มทุนอิเล็กทรอนิกส์จีนบุกต่อเนื่องตั้งแต่ปี’66 กว้านซื้อที่นับพันไร่

ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางภายหลังการฟื้นตัวจากโควิด และปัญหาจีโอโพลิติกส์ทั่วโลกดันให้นักลงทุนโกลบอลขยับย้ายฐาน เป็นอานิสงส์ต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรก ปี 2567 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 460 โครงการ เพิ่มขึ้น 130% มูลค่าเงินลงทุนรวม 169,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%

โดยจีน มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมสูงสุดอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ 42,539 ล้านบาท ที่มาเป็นอันดับ 1 ขณะที่ตามติดมาด้วย อันดับ 3 ฮ่องกง 26,573 ล้านบาท ไต้หวัน 19,960 ล้านบาท และออสเตรเลีย 17,248 ล้านบาท บรรยากาศการลงทุน FDI ที่คึกคักต่อเนื่องส่งผลดีต่อธุรกิจ “การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม” และราคาที่ดินในพื้นที่

กนอ.ชี้โอกาสดึงลงทุนคึกคัก

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยเป็นเป้าหมายของนักลงทุนมาโดยตลอด เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ทำให้ช่วงที่ผ่านมีนักลงทุนจีนสนใจเข้ามาดูพื้นที่เพื่อลงทุนมากขึ้น รวมถึงการหาพื้นที่เพื่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมองได้ 2 แง่คือ ผู้ประกอบการจะมีทางเลือกจากการที่มีนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะที่จะซัพพอร์ตนักลงทุนจีนด้วยกันเอง

และอีกมุมก็คือ จะยิ่งทำให้ผู้พัฒนานิคมแข่งขันกัน พัฒนาพื้นที่ให้ดีเพราะมีคู่แข่งเข้ามาเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม กนอ.ไม่ได้มองว่า “นี่คือคู่แข่ง” เพราะยังเชื่อว่า ผู้พัฒนานิคมในประเทศที่มีอยู่ “เก่งและเชี่ยวชาญอยู่แล้ว” ซึ่งปัจจุบันนิคมในไทยมีถึง 69 แห่ง

ทุกแห่งเป็น “นิคมสีเขียว” มีความพร้อมที่จะรองรับนักลงทุน ทุกอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายโดยเฉพาะ “สมาร์ทปาร์ค จ.ระยอง” ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีนอย่างมาก และแน่นอนว่าการที่รัฐบาลออกไปโรดโชว์ ยิ่งจะเป็นส่วนดึงดูดการลงทุนในครึ่งปีหลังให้คึกคักขึ้น

WHA เตรียมปิดดีลจีน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากการเดินทางออกไปโรดโชว์ของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ทำให้สามารถดึงดูดนักลงทุนให้สนใจประเทศไทย

โดยในส่วนของ WHA ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขายที่ดินกับลูกค้าจากจีนในหลาย ๆ บริษัท คาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปภายในเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นกลุ่ม Tech ซึ่งยังไม่สามารถระบุชื่อได้ จะมีการจัดหาที่ดินหลายร้อยไร่

“นักลงทุนที่เข้ามาส่วนใหญ่ต้องการให้นิคมจัดหาพลังงานสะอาดรองรับ ซึ่งทาง WHAUP เตรียมพร้อมเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดโดยเฉพาะโซลาร์ ซึ่งปีนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 300 กว่าเมกะวัตต์ (MW) เป็น 450 MW ซึ่งจะตอบโจทย์นักลงทุนได้

โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายในตลาดยุโรปจะต้องผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรการ CBEM หรือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนสหภาพยุโรป ทำให้ลูกค้าต้องการเรื่องนี้ เราจัดหาให้เป็น Renewable 100% หรือ RE100 ได้ แต่ยังไม่ถึง 24 ชม. อาจจะเฉพาะเดย์ไทม์ แต่ก็ต้องบอกว่า เราทำให้ได้ ถ้าลูกค้าต้องการระบบกักเก็บพลังงาน เพียงแต่ต้นทุนยังสูงอยู่

เช่นโซลาร์อาจจะ 2 บาทกว่า ถ้าบวกระบบกักเก็บพลังงานอาจจะเป็น 4 บาทกว่า ขึ้นกับลูกค้าจะตัดสินใจอย่างไร อาจจะเริ่มจากโซลาร์ก่อน และในอนาคต WHA อยู่ระหว่างศึกษาและมีแผนจะทำการกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตคงใกล้กับเป้าหมาย Net Zero 2050”

อย่างไรก็ตาม ผลจากการเข้ามาของนักลงทุนจีนมีส่วนสำคัญในการผลักดันเป้าหมาย “ยอดขาย” ที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในปี 2567 รวม 2,275 ไร่ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยอดขายที่ดินในประเทศไทย 1,650 ไร่ ส่วนในเวียดนาม 625 ไร่ ทำให้มีผลประกอบการเติบโตมากขึ้น

จากที่ล่าสุดไตรมาส 1 รายงานกำไรสุทธิที่ 1,365 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 161% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,776 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56% และกำไรปกติ 1,284 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 154% จากอัตราการเติบโตของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจที่สร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางสาวจรีพรกล่าวว่า แผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทได้วางงบประมาณไว้ 25,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งจะเป็นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเดิมเพิ่มเติมและซื้อที่ดินเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกครึ่งหนึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบกรีนโลจิสติกส์และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (SMART ECO Industrial Estates) การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบวงจร

สำหรับภาพการขยายการลงทุนของนักลงทุนจีนที่ขยายเข้ามาใน WHA ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำ 4 กลุ่มของจีน จำนวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด 4 ของ WHA Group บนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเมื่อปลายปี 2566

อมตะรับทุนจีนทะลัก

เช่นเดียวกับ อมตะ คอร์ปอเรชัน ก็ได้รับผลดีจากการลงทุนของนักลงทุนจีนขยายมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ปี 2566 สามารถทำยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมได้ 1,800 ไร่ สร้างรายได้นับหมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% และมีกำไรถึง 1,900 ล้านบาท และปี 2567 นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ได้วางเป้าหมายให้เพิ่มยอดขายให้ได้ 4,000 ไร่ พร้อมพัฒนาระบบสาธารณูปโภคทั้งน้ำและไฟฟ้าคาร์บอนต่ำเพื่อดึงดูดการลงทุนทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ ดร.วิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรมและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีก่อนบริษัทมียอดขายที่ดิน 1,800 ไร่ แต่ปีนี้ได้กำหนดเป้าหมาย 4,000 ไร่ โดยแนวโน้มนักลงทุนปีนี้จะมีมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยเฉพาะ “นักลงทุนจีน” ซึ่งเดิมบริษัทได้พัฒนา “นิคมอมตะซิตี้ ระยอง” เพื่อรองรับนักลงทุนจีน หรือที่เรียกว่า “นิคมไทย-จีน” มีพื้นที่ 15,000 ไร่ ตอนนี้ขายหมดแล้วและอยู่ระหว่างการจัดหาพื้นที่เพิ่มอีกประมาณ 2,000 ไร่ เพื่อรองรับนักลงทุนจีน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

“ความยากของการพัฒนาที่ดินนิคมก็คือ การหาพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เชื่อมต่อกัน อย่างกรณีของเทสลา ซึ่งให้ความสนใจเข้ามาลงทุนขอเป็นคลัสเตอร์ เหมือนที่ โตโยต้า บ้านโพธิ์ ซึ่งไม่อยู่ในนิคม 1,000 กว่าไร่ จำนวนที่เทสลาขอ 2,000 ไร่ แต่การจะไปหาพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ยกตัวอย่างที่ออฟเฟอร์ให้เทสลาตรงสมาร์ทซิตี้ แต่มีเพียง 1,500 ไร่ แต่ไม่เชื่อมติดเป็นแปลงเดียวกัน ซึ่งการที่จะมีที่ดินขนาด 1,000-2,000 ไร่แปลงเดียวนั้น ยากมาก แต่เงื่อนไขเทสลาต้องหาพื้นที่อยู่ใน EEC เพื่อจะได้รับมาตรการส่งเสริมการลงทุน” ดร.วิวัฒน์กล่าว

นิคม 304 ยอดขายทะลุเป้า

สอดคล้องกับแหล่งข่าวจาก สวนอุตสาหกรรม 304 กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นักลงทุนจีนขยายการลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ยอดขายทะลุเป้าในรอบ 30 ปี ปีก่อนมีนักลงทุนประมาณ 1,000 กว่าไร่ ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งสวนอุตสาหกรรม 304 มีพื้นที่ขายอีกกว่า 3,000 ไร่ และมั่นใจน้ำไฟรองรับเพียงพอ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนแห่ลงทุนนิคมอุตสาหกรรมยกแปลง “WHA-อมตะ” วิ่งซื้อที่ดินเพิ่ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...