โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กองตราสารหนี้ระยะสั้น” พิมพ์นิยม ติดทำเนียบ “10 Big” ถึง 90%... ถูกใจนักลงทุนไทยที่สุด “เสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนเหนือเงินฝาก” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2567 เวลา 09.45 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องที่สุด 10 “กองทุนตราสารหนี้” ไซส์ใหญ่ในอุตสาหกรรมกองทุนของไทยกันบ้าง (นับเฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวม Term Fund)
ต้องบอกว่า ภาพจะต่างกันกับฝั่ง “กองหุ้นไซส์ใหญ่” คนละเรื่องเลยทีเดียว ในขณะที่ฝั่งกองหุ้นขนาดเกิน 1 หมื่นล้านบาท มีเพียง 17 กองนั้น ฝั่ง “กองตราสารหนี้ไซส์ใหญ่” มีถึง 39 กอง และโตได้แบบไม่ง้อภาษีด้วย เพราะมีกอง RMF ติดโผมาเพียง 5 กอง คิดเป็น 13% เท่านั้น (ในขณะที่ฝั่งหุ้นมีกอง RMF/LTF 10 กอง คิดเป็น 59% เลยทีเดียว)
โดยมี “กองตราสารหนี้ต่างประเทศ” ติดมา 2 กอง คิดเป็น 5% (ในขณะที่ฝั่งกองหุ้นมีกองต่างประเทศ 3 กอง คิดเป็น 18%)
ที่สำคัญ 10 Big “กองตราสารหนี้” ไซส์ใหญ่นั้น ไม่มีกองประหยัดภาษีติดมาสักกอง โดยมีขนาดต่อกองเฉลี่ย 7.7 หมื่นล้านบาท โดยกองใหญ่สุดมีขนาดถึง 1.8 แสนล้านบาท เลยทีเดียว !!!
ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้นเคยของนักลงทุนไทยที่ขยับมาจากฐาน “เงินฝากแบงก์” ที่อาจจะยังชื่นชอบโพรดักท์ที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากนั่นเอง
ทั้ง 10 Big “กองตราสารหนี้” ไซส์ใหญ่ของไทย มีกองทุนอะไรบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

10 Big "กองตราสารหนี้" ไซส์ใหญ่โชว์ขนาดเฉลี่ย 7.7 หมื่นล้านบาท…K-SF-A” แชมป์ใหญ่สุด 1.8 แสนล้านบาท

สำหรับ 10 Big “กองตราสารหนี้” ไซส์ใหญ่ ที่ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สำรวจในครั้งนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 24) มีขนาดรวมกัน 767,179.25 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อกอง 76,717.93 ล้านบาท ที่น่าสนใจ คือ เป็น “กองตราสารหนี้ระยะสั้น” ถึง 9 กอง คิดเป็น 90%มี “กองตราสารหนี้ระยะยาว” ติดมา 1 กอง คิดเป็น 10%เท่านั้น และทั้งหมดมาจาก “บลจ.ลูกแบงก์” เพียง 4 แห่งอีกด้วย
โดยบลจ.ที่มีส่วนแบ่งมากสุด ได้แก่ “บลจ.กสิกรไทย” มี 4 กอง ส่วนแบ่ง 46%, “บลจ.ไทยพาณิชย์” มี 2 กอง ส่วนแบ่ง 19%, “บลจ.กรุงศรี” มี 2 กอง ส่วนแบ่ง 13%, “บลจ.บัวหลวง” มี 1 กอง ส่วนแบ่ง 12% และ “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” มี 1 กอง ส่วนแบ่ง 10% ตามลำดับ

โดย “กองตราสารหนี้” ไซส์ใหญ่กว่า 90% นั้น เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศเป็นหลัก ทั้งตราสารหนี้ทั่วไปและตราสารหนี้ภาครัฐ “อายุไม่เกิน 1 ปี” นี่สะท้อนถึงฐานลูกค้ากลุ่มที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง แต่ขอผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากได้เป็นอย่างดี
“ส่วน ‘กองตราสารหนี้ระยะยาว’ ที่ติดโผมาเพียง 1 กองนั้น ก็มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปในประเทศเป็นหลัก และมีอายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุน ‘ไม่เกิน 3 ปี’ แสดงว่าโอกาสสำหรับกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่า รับความเสี่ยงได้มากขึ้นก็ใช่ว่าจะไม่มีเช่นกัน”
โดยทั้ง 10 Big “กองตราสารหนี้” ไซส์ใหญ่สุดของอุตสาหกรรมนั้น ประกอบไปด้วย
1) “K-SF-A” ของบลจ.กสิกรไทย มีขนาดใหญ่สุด 8 แสนล้านบาท
2) “B-TNTV” ของบลจ.บัวหลวง 9 หมื่นล้านบาท
3) “K-SFPLUS” ของบลจ.กสิกรไทย 3 หมื่นล้านบาท
4) “SCBSFFPLUS-A” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 3 หมื่นล้านบาท
5) “KKP PLUS” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร 4 หมื่นล้านบาท
6) “SCBSFF” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 6 หมื่นล้านบาท
7) “KFSPLUS-A” ของบลจ.กรุงศรี 5 หมื่นล้านบาท
8) “K-CASH” ของบลจ.กสิกรไทย 4 หมื่นล้านบาท
9) “KFSMART-A” ของบลจ.กรุงศรี 8 หมื่นล้านบาท
10) “K-FIXED-A” ของบลจ.กสิกรไทย 9 หมื่นล้านบาท
แน่นอนว่า 10 Big “กองตราสารหนี้”ไซส์ใหญ่สุดของอุตสาหกรรมนี้ จะต้องมี “นโยบายลงทุน” ที่โดนใจ หรือไม่ก็ต้องมี “ทีมขายที่แข็งแกร่ง” อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเช่นเดียวกัน ที่สำคัญยังสะท้อนภาพนักลงทุนไทยที่มาจากฐานลูกค้าเงินฝากแบงก์นั้น ก็ยังชื่นชอบโพรดักท์กองทุนที่เสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากอยู่นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...