โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เล็งแก้กฎหมาย บสย.ขยายเกณฑ์ค้ำสินเชื่ออุ้ม SMEs

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2567 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2567 เวลา 05.05 น.

ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและอยู่คู่กับเศรษฐกิจไทยมานาน และไม่เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นปัญหากันทั่วโลก” นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานเสวนา “กลไกค้ำประกันเครดิต ตัวช่วย SMEs ในการเข้าถึงเงินทุน”

พร้อมชี้ว่า ตัวเลขสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่า เอสเอ็มอีไม่ถึงครึ่ง หรือ 1.5 ล้านราย จาก 3.2 ล้านราย ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน

สินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่อง

หากดูอัตราการเติบโตสินเชื่อ SMEs มีสัญญาณหดตัวต่อเนื่องมานาน ล่าสุดในไตรมาสที่ 1/2567 หดตัวอยู่ที่ระดับ 5.1% เมื่อเทียบกับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่มีสัญญาณเริ่มฟื้นตัว

“สาเหตุที่ทำให้ SMEs เข้าไม่ถึงสินเชื่อ หรือเข้าถึงก็มีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง มีอยู่ 3-4 สาเหตุ คือ 1.มีทุนและความสามารถในการแข่งขันจำกัด 2.มีประวัติทางการเงินไม่พอ ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลในระบบไม่พอหรือปล่อยข้อมูลไม่พอ ทำให้ธนาคารไม่สามารถประเมินความเสี่ยง และการตั้งราคาที่เหมาะสมทำได้ยาก ส่งผลให้ธนาคารต้องเรียกหลักประกันเพิ่ม 3.หลักประกันไม่มี และ 4.มูลค่าสินเชื่อขนาดเล็กไม่คุ้มต้นทุนการปล่อยสินเชื่อ เพราะมีค่าติดตามและทวงถาม”

โดยช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามช่วยเหลือ SMEs ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ 1.พัฒนาบริการทางการเงินให้เหมาะสมกับรายย่อย เช่น นาโนไฟแนนซ์ พิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อบุคคลดิจิทัล ซึ่งบริการนี้จะมีข้อจำกัดเหมาะกับวงเงินไม่สูงมาก 2.สนับสนุนสภาพคล่อง SMEs เป็นครั้ง ๆ เช่น สินเชื่อซอฟต์โลน สินเชื่อฟื้นฟู และการช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐในช่วงโควิด ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และงบประมาณ

และ 3.การค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งเป็นกลไกที่มีการกระจายความเสี่ยง ไม่กระจุกตัว และสถาบันการเงินมั่นใจปล่อยสินเชื่อ ช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แต่ยังมีข้อจำกัดคือ การค้ำประกันยังจำกัด SMEs ที่อยู่ในช่วงขยายตัวเข้าถึงยาก และโปรดักต์ไม่ครอบคลุมการระดมทุนอื่น เช่น หุ้นกู้ ตลาดทุน รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมเท่ากันทุกราย ไม่คิดตามความเสี่ยง (Risk Based Pricing)

ศึกษาโมเดล “เกาหลี-มาเลเซีย”

นายสมชายกล่าวว่า จากการศึกษาแนวทางต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ พบว่า 1.ค้ำประกัน ทั้งสินเชื่อและหุ้นกู้ 2.คิดค่าธรรมเนียมมีความแตกต่างกัน เช่น เกาหลีใต้ คิดเฉลี่ยอยู่ที่ 0.5-3% และมาเลเซีย 0.75-4% และค้ำประกันรายตัวและไม่ทั้งพอร์ต และ 3.แหล่งเงินทุนไม่จำเป็นต้องเป็นของภาครัฐเท่านั้น อาจจะมาจากภาครัฐ ผู้กู้ และสถาบันการเงินก็ได้

“หัวใจของ SMEs ไม่ใช่แค่เงิน แต่ต้องมีความเข้าใจตลาด การแข่งขัน และโปรดักต์ เข้ามาเป็นตัวเสริม ซึ่งหวังใจว่าประสบการณ์และแนวทางจากต่างประเทศจะเข้ามายกระดับค้ำประกันของเราให้ดีขึ้น โดย ธปท.อยู่ระหว่างพูดคุยกับกระทรวงการคลังเพื่อออกแบบการค้ำประกันมาใช้โดยเร็วที่สุด”

แบงก์ชี้กลไกค้ำต้องต่อเนื่อง

นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า SMEs แบ่งเป็นนิติบุคคล 8 แสนราย และบุคคลธรรมดา 2 ล้านราย แต่หากดูการค้าขายบนแพลตฟอร์ม จะเห็นว่ามีคนต่างชาติเข้ามาแข่งขันกับคนไทย แบ่งสัดส่วนคนไทย 70% และต่างประเทศ 30% ดังนั้นหากต้องการช่วย SMEs จะต้องช่วยให้สามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแม้จะมีกลไกค้ำประกันของ บสย. แต่ปัญหาก็คือ ความสม่ำเสมอของงบประมาณ ที่ไม่ต่อเนื่อง เช่น โครงการ PGS10 หมดวงเงิน ก็ต้องรอการจัดสรรงบประมาณเพื่อทำโครงการ PGS11 ใหม่ ดังนั้น หากภาครัฐมีการสรรงบประมาณเหมือนต่างประเทศ โดยจัดสรรงบประมาณ 0.2% ของงบประมาณไว้เลยก็จะดีกว่า

นอกจากนี้ การค้ำประกันแบบรายบุคคล (Individual) จะค่อนข้างดีกว่าแบบทั้งพอร์ต เพราะธนาคารจะไม่ได้เป็นคนพิจารณา หรือพิจารณาตามหลัก Responsible Lending

“ถ้าค้ำประกันรูปแบบเดิมจะวนลูป คือ ธนาคารจะเป็นคนอนุมัติสินเชื่อ Prescreen ก่อน หากลูกค้าไม่ผ่านก็ตกไป หรือการค้ำแบบเซ็กเมนต์ย่อย เช่น กลุ่มเกษตรแปรรูป การส่งออก หรือการค้าระหว่างประเทศ หากเป็นเซ็กเมนต์ที่เป็นประโยชน์กับประเทศ มีการการันตีมากขึ้น ธนาคารพร้อมจะไป ซึ่งจะก่อให้เกิดการแข่งขันในระบบมากขึ้น”

เล็งแก้ พ.ร.บ.บสย.ขยายเกณฑ์

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า ที่ผ่านมา บสย.ค้ำประกันลูกค้า SMEs ไปทั้งสิ้น 8 แสนราย โดยประมาณ 50% หรือราว 4 แสนราย เป็นลูกค้าที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 วงเงินเฉลี่ย 8 หมื่นบาท ถึง 1.2 แสนบาทต่อราย สะท้อนว่า SMEs ต้องการสภาพคล่อง และในจำนวนดังกล่าวประมาณ 70% เป็นกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ จาก SMEs ทั้งระบบ 3.2 ล้านราย ยังเหลืออีกราว 1.5 ล้านรายที่ บสย.ต้องหาทางเข้าไปค้ำ แต่ต้องยอมรับว่าปัญหา SMEs ซับซ้อนหลากหลายมิติ ซึ่งหากจะค้ำประกันแบบรายบุคคล หรือ Individual อาจจะต้องร่วมกับสถาบันการเงินในการดีไซน์รูปแบบ และอาจจะเป็นเซ็กเมนต์ เช่น เข้าไปช่วยค้ำกลุ่มเปราะบาง รายย่อยในกลุ่มของ SFIs รวมถึงต้องแก้ พ.ร.บ.บสย.ให้สามารถค้ำประกันกว้างขึ้น เช่น กรีนบอนด์ หุ้นกู้ หรือหนังสือค้ำประกัน จากเดิมที่สามารถค้ำประกันบนสินเชื่อเท่านั้น

ชูค้ำประกันแบบ Win-Win

นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า Pain Point ของผู้ประกอบการ SMEs คือ ใหญ่กระจุก เล็กกระจาย ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อยาก และดอกเบี้ยแพง หนี้เสียสูง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีค่อนข้างน้อย เพราะหากดูข้อมูล SMEs จะพบว่า เจ้าของธุรกิจ SMEs แก่เร็วและการศึกษาน้อย โดยเฉลี่ย 25% จบระดับประถมศึกษา ทำให้การปรับตัวค่อนข้างยาก

และ 2.ความล้มเหลวของตลาด (Market Failure) เพราะหากดูต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และไต้หวัน มีขนาดใหญ่มาก ทั้งจำนวนราย และจำนวนเงินทุน รวมถึงระบบ Ecosystem ที่มีประสิทธิภาพ และรูปแบบการค้ำประกันจะเป็นไปในลักษณะรายบุคคล Individual เทียบกับไทยที่ประกันทั้งพอร์ต ทำให้ราคาและต้นทุนเท่ากันทั้งหมด

ดังนั้น แนวทางการค้ำประกัน คือ 1.จะต้องสร้างฐานข้อมูลรายกิจการครบถ้วน แม้จะยาก แต่ทำได้เหมือนใน 2-3 ประเทศที่ทำแล้ว 2.ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้แข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งเป็นจุดบอดของไทย 3.เพิ่มความทันสมัยของผู้ประกอบการ 4.แก้กฎหมาย บสย.ขยายไปถึงผู้ให้กู้นอกเหนือสถาบันการเงิน เช่น เกาหลีแก้กฎหมายบ่อยมาก เพื่อหาแนวทางปรับ Ecosystem

นอกจากนี้ บสย.ควรเข้าถึงข้อมูลรายธุรกิจ และควรมีความสามารถในการวิเคราะห์สินเชื่อเท่าเทียมหรือใกล้เคียงธนาคารมากที่สุด และ 5.เพิ่มความหลากหลายของแหล่งเงินทุน

“หากออกแบบการค้ำประกันให้เหมาะสมกับทุกคนได้ จะเป็น Win-Win ทั้งภาครัฐ ผู้ให้กู้ และ SMEs ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดการจ้างงานและ GDP จะเพิ่มในที่สุด แม้ว่างบประมาณจะมาหรือไม่ก็ตามก็สามารถเดินไปได้ ซึ่งการค้ำประกัน Individual จะช่วยภาพรวมต้นทุนลดลง และผู้กู้ต้นทุนก็จะถูกลงด้วย” ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เล็งแก้กฎหมาย บสย.ขยายเกณฑ์ค้ำสินเชื่ออุ้ม SMEs

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...