ส่องอนาคต BEM-BTS เมื่อปัจจัยกดดันเริ่มคลี่คลาย
ช่วงนี้ 2 หุ้นขนส่งทางรางดูเหมือนจะได้รับปัจจัยบวกคู่ ทั้ง BEM ที่โครงการสายสีส้มมีความชัดเจนและ BTS ที่คดีหนี้ O&M สายสีเขียวทยอยคืบหน้า และศาลปกครองสูงสุดนัดพิพากษาคดีในวันที่ 26 ก.ค. นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มีมุมมองในทิศทางบวก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วยสนับสนุนการเติบโตระยะยาวให้กับ BEM ขณะที่ BTS บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดหากศาลปกครองสูงสุดพิจารณาในทิศทางเดียวกันกับศาลปกครองชั้นต้นที่พิพากษาให้ชนะคดี กทม.-กรุงเทพธนาคม ต้องจ่ายค่าจ้างเดินรถให้ BTS จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะส่งผลบวกต่อคดีหนี้ O&M อีกคดีที่อยู่ในระหว่างไต่สวนด้วย
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มผลประกอบการเดือนเม.ย. - มิ.ย. 67 และภาพรวมทั้งปี 2567 ของ BEM และ BTS จะเป็นอย่างไร รวมถึงยังมีปัจจัยอะไรที่ต้องติดตามต่อเนื่องบ้าง
สำหรับ BEM นักวิเคราะห์จากบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 ที่ 980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 16% จากไตรมาสก่อนหน้า หากเทียบกำไรปกติจะทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยการเติบโตจากไตรมาส 2/66 เป็นไปตามผู้โดยสารรถไฟฟ้าฟื้นตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่การเติบโตจากไตรมาส 1/67 ได้อานิสงส์จากเงินปันผล แต่ถูก offset บางส่วนจากปริมาณผู้ใช้บริการชะลอตามปัจจัยฤดูกาล
ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 3.7 พันล้านบาท โต 8% จากปีก่อน แต่ปรับกำไรสุทธิปี 2568 ลงเล็กน้อย 4% อยู่ที่ 4 พันล้านบาท โต 6% จากปีนี้ เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายทางการเงินสูงขึ้นจากการทยอยกู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการสายสีส้ม
ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 11.40 บาท จากเดิม 10.40 บาท โดยมองเป็นบวกจาก 1. คาดได้รับหนังสือให้เริ่มงาน (NTP) ก่อสร้างสายสีส้มในส.ค. นี้, 2. คาดการณ์ผู้โดยสารสายสีส้มปี 2573 (หลังเปิดให้บริการเต็มสาย) ที่ 3 แสนเที่ยวต่อวัน, สายสีส้มตะวันออกปี 2571 ที่ 1.2 แสนเที่ยว ส่งผลให้สายสีน้ำเงินมีโอกาสแตะ 6 แสนเที่ยว จากปัจจุบัน 4.3 แสนเที่ยวต่อวัน, 3. ยืนยันจะได้รับ subsidy หากรัฐมีการใช้มาตรการค่าโดยสาร 20 บาท, และ 4. มองว่าค่าตอบแทนที่ให้ รฟม. สมเหตุสมผล ขณะที่บริษัทจะเริ่มได้รับ subsidy ค่างานโยธาเพียง 2 ปีหลังเริ่มก่อสร้าง
ส่วน BTS นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดว่ากําไรปกติในไตรมาส 1/68 (เม.ย.-มิ.ย. 67) จะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยน่าจะลดลงหลังจากทาง กทม. ชําระหนี้ให้กับ BTS มาแล้ว 2.3 หมื่นล้านบาท และบริษัทนําเงิน 1 หมื่นล้านบาท ไปชําระคืนหนี้
ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าผลกระทบเชิงลบต่อ P&L จากประเด็นจะมีนํ้าหนักมากกว่าการไม่มีส่วนแบ่งขาดทุนจาก KEX หลังจากกลุ่ม BTS (รวมถึง VGI) ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ใน KEX ออกไปเหลือแค่ 3% ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ทั้งนี้ประเมินปี 2568 (เดือนเม.ย. 67 - มี.ค. 68) BTS จะพลิกเป็นกำไรที่ 267 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 5,241 ล้านบาท โดยยังคงคําแนะนํา Neutral ราคาเป้าหมาย 5.9 บาท
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำซื้อ BTS ประเมินราคาเป้าหมายที่ 6.40 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นที่ร่วงลงมาแรงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนปัจจัยลบไปเกือบหมดแล้ว รวมถึงการที่จะไม่ได้รับเงินจาก KT ตามสัญญา O&M ด้วย และหากวันที่ 26 ก.ค. นี้ ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ BTS ชนะคดี จะส่งผลดีกับ BTS อย่างมากในแง่สถานะกระแสเงินสด ทั้งนี้ ในปัจจุบัน BTS มีภาระหนี้สินคงค้างที่ยังไม่ชำระอยู่ในงบดุลรวม 3.1 หมื่นล้านบาท