โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรีนีตี้ ประเมิน Q4 ต่างชาติไหลกลับ หลังเฟดลดดอกเบี้ย แนะนำหุ้น KTB-SCB-GPSC-BGRIM

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 07.58 น.

บล.ทรีนีตี้ ประเมินไตรมาส 4/67 เงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย หลังเฟดลดดอกเบี้ย ลุ้น EPS บจ.ไทย ดีขึ้น ให้กรอบ SET 1,240-1,430 จุด มองเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยแข็งแกร่งขึ้น ชู KTB-SCB-GPSC-BGRIM

ดร. วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3/67 จะถูกขับเคลื่อนโดยนักลงทุนสถาบัน มองการเคลื่อนไหวของ SET ในช่วงที่เหลือของปีที่อยู่ที่ 1,240-1,430 จุด โดยที่ 1,240 (ใช้สมมติฐานที่ PE 11.9X และ consensus EPS 2025 ที่ 107 บาทต่อหุ้นและ PE ที่13.8x) เคลื่อนไหว เป็น K shape และเป็น sector selection

โดยแนะนำให้ลงทุนใน sector ที่เน้นการขยายตัวของกำไร คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอาหาร กลุ่มโทรคมนาคม กลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มโรงพยาบาล

ทั้งนี้ เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติอาจจะเริ่มสนใจหุ้นไทยเมื่อ Earning yield gap ของตลาดหุ้นไทย เมื่อเปรียบเทียบกับBond Yield 10 ปี ของสหรัฐที่ค่าเฉลี่ยที่ 3.24% หรือระดับดัชนี SET ที่ 1,250 จุด และมองตลาดหุ้นไทยจะมี Fund Flow ไหลเข้าในปลายไตรมาส 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีปันผลสูง

แนะนำซื้อหุ้น ThaiESG ชู KTB SCB มี yield สูง มากกว่า 5% GPSC BGRIM โรงไฟฟ้าที่มีปัจจัยพื้นฐานดี

ปัจจุบันหุ้นไทยที่ให้ yield สูงกว่า 5% US treasury (4..25%) มีมากกว่า 100 บริษัท จะเป็นจุดที่ทำให้เงินนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าในไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะ yield ของเราสูงกว่าพันธบัตรสหรัฐ โดยคาดว่าไตรมาส 4/67 GDP ของไทยจะขยายตัว 3.7-3.8%

"ตลาดหุ้นไทยปัจจุบัน ซื้อขาย P/BV ถูกสุดในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถ้าจะให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นได้ต้องทำให้ ROE และ EPS ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ตอนนี้ EPS ยังไม่ปรับเพิ่มขึ้น"

สำหรับ 3 ปัจจัยที่ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ ได้แก่

  • เงินไทยไหลออกเพราะคนไทยนำเงินไปฝากในต่างประเทศมูลค่า 8.25 แสนล้านบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง และทรงตัวระดับสูง
  • ต่างชาติขายพันธบัตร
  • ต่างชาติขายหุ้น

ส่วนการบังคับใช้มาตรการ Uptick วันแรก 1 ก.ค.67 พบว่า สัดส่วนโปรแกรมเทรดดิ้งลดลงชัดเจน สัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ของโบรกฯ 1 ราย ลดลง เทียบกับการบังคับใช้มาตรการ Uptick เมื่อปี 63 ทำให้มูลค่า Short Selling ต่อวันลดลงราว 80% จากค่าเฉลี่ย 4,000 ล้านบาท เหลือ 700 ล้านบาท

เช่นเดียวกับการบังคับใช้มาตรการ Uptick ในปี 67 ทำให้มูลค่า Short Selling ต่อวันลดลงราว 80% จากค่าเฉลี่ย 5,300 ล้านบาท เหลือ 1,100 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ Short Selling ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกระดาน NVDR ซึ่งลดลงอย่างชัดเจน

ภาพการระดมทุนมีความสมดุลมากขึ้นทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุนและสินเชื่อธนาคาร ขณะที่ทุนสำรองต่อ GDP มีความแข็งแกร่งขึ้นมาอยู่ที่ 44% ของ GDP เมื่อเปรียบเทียบกับระดับ 18% ของ GDP ในช่วงที่ 2540

ดุลเดินสะพัดมีความแข็งแกร่ง (บางปีถึง 10% ของ GDP) แต่ในส่วนของดุลบัญชีทุนเริ่มอ่อนแอลงนับตั้งแต่ปี 2556

ด้านหนี้สินภาคธุรกิจมีความแข็งแกร่งขึ้นจาก 175% ของ GDP ลงมาสู่ 95% ของ GDP ในปี 2552 ก่อนเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 197% GDP ในปีกลางปี 2567

เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ที่เกิดขึ้นทำให้ภาคธุรกิจต้องก่อหนี้เพิ่ม ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นดีขึ้นจากที่ขาดทุนสุทธิช่วงปี 2540 มาสู่ระดับ 80-90 บาทต่อหุ้นในปัจจุบัน

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤต แต่ก็ยังมีบางภาคส่วนที่อ่อนแอลงมากในเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะในเรื่องของหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจาก 40% ของ GDP มาสู่ระดับ 91% ของ GDP ในปัจจุบัน และนำไปสู่ความอ่อนแอของการออมภาคครัวเรือน

ดร. วิศิษฐ์ กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายของตลาดทุนไทย เมื่อเปรียบเทียบกับ Market Cap ของตลาดหุ้นอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี นักลงทุนที่เป็นรายบุคคลไทยได้ลดลงจาก 47% มาสู่ระดับ 31%

และมองว่าตลาดทุนไทยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ได้ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายสุดในด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกไปแล้ว หลังเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกในไตรมาส 1 และ 2 ไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านบาท

ในส่วนของ Fund Flow ทั้งการซื้อและขายของนักลงทุนต่างชาติจะเป็นแบบเบาบางในไตรมาส 3 ทั้งภูมิภาคเนื่องจากเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงรอสัญญาณการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการเลือกตั้งสหรัฐฯ

และคาดว่าFund Flow จะเริ่มคงไหลเข้ามาในปลายไตรมาส 4 ความชัดเจนของการลดดอกเบี้ยของ Fed และเป็นช่วง High season ของการท่องเที่ยวไทย

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ในช่วงสั้น 1-3 เดือนข้างหน้า ค่าเงินเหรียญสหรัฐ จะยังคงแข็งค่าเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่าง (Gap) ของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และธนาคารกลางอื่นทั่วโลกยังอยู่สูง

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าเฟดอาจจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% หรือคงดอกเบี้ย และคาดการณ์ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยทั้งปี

ขณะที่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ถ้าทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ล่าช้า ก็จะนำไปสู่การลดลงของกำไรสุทธิต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นโลกมักปรับตัวลดลงกว่า 10% โดยเฉลี่ยก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 4 เดือน (สถิติจากการเลือกตั้ง 25 ปีย้อนหลัง)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...