คณะทัวร์ลงยับ!!! พ่อค้าโรตีท่าแพไล่ลูกค้าไปกินร้านอื่น แค่ทักท้วงให้ล้างมือก่อนทำ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 23 มิ.ย. 2567 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 09.59 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์ความคืบหน้าจากกรณีดราม่าพ่อค้าโรตีท่าแพ ไล่หญิงนักท่องเที่ยวชาวไทยไปกินร้านอื่น เพราะถูกถามว่าจะล้างมือก่อนทำไหม เรื่องนี้ถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสดังในโลกโซเชียล และเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของชาวเชียงใหม่ที่มีต่อพฤติกรรมพ่อค้าโรตีรายนี้ บางส่วนให้ข้อมูลเพิ่มว่าเจอพฤติกรรมเช่นนี้กับตัวเองมาด้วย
(23 มิ.ย.67) น.ส.สมาพร เจ้าของโพสต์ เล่าว่า ตนเองแต่งงานกับสามีชาวอเมริกาย้ายไปอยู่ที่อเมริกาได้ 17 ปีแล้ว และตั้งแต่ช่วงโควิดว่า เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วไม่ได้กลับมาเที่ยวเมืองไทย และสามีเป็นคนชวนเองว่าอยากจะมาเที่ยวเชียงใหม่ นอกจากหัวเมืองอื่นในประเทศไทย จึงตัดสินใจมาเที่ยวเชียงใหม่
ในคืนที่เกิดเหตุนั้นก็พาครอบครัว คือสามี และลูกอีก 2 คน ออกมาหาซื้อยา แต่ผ่านประตูท่าแพก็แวะมาเดินเที่ยว ส่วนตัวเป็นคนชอบทานโรตีมาก และยิ่งไปอยู่ต่างประเทศนาน เลยทำให้อยากกินมากสบโอกาสเห็นโรตีรถเร่เจ้าดังกล่าว จอดขายบนประตูท่าแพจึงเข้าไปถาม แต่ไม่พบว่ามีเจ้าของร้านตรงรถ จึงอุ้มลูกชายยืนรอและจู่ๆ ก็มีพ่อค้าโรตีวิ่งออกมาจากหลังป้ายที่มีตั้งไว้บนพื้น จึงคิดว่าน่าจะนอนอยู่ตรงนั้น พอตนเองถามจะซื้อโรตีแต่ด้วยความที่เห็นว่าพึ่งลุกมาจกพื้น และมือก็เล่นมือถืออยู่ อีกทั้งมีการปัดก้นมาทำท่าจะขายก็เลยท้วงว่าจะล้างมือก่อนทำไหม
เท่านั้นก็เจอไล่ไปดินร้านอื่น และมีการด่าไล่หลัง ซึ่งตนเองได้ยิน รวมทั้งน้องสาวที่ยังยืนอยู่แถวรถขายโรตี ได้ยินชัดว่า “เรื่องมากก็ไม่ต้องแดก” ยิ่งทำให้ ตนเองรู้สึกโมโหขึ้นกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพียงแต่ท้วงติงเพื่อความสะอาดเป็นสิทธิพื้นฐานที่ลูกค้าต้องได้รับอยู่แล้ว
จึงนำเรื่องดังกล่าวมาโพสต์ส่วนตัว ซึ่งไม่คิดว่าโพสต์ดังกล่าวจะเป็นประเด็นใหญ่โตขึ้นมา เพราะตั้งใจเพียงอยากจะสะท้อนมุมมองในฐานะนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และหวังว่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ซึ่งหลังจากที่โพสต์ไปแล้วต่อมากลายเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง ทำให้รู้สึกตกใจมาก รวมทั้งทำให้ได้รับรู้และยืนยันได้ว่าคนเชียงใหม่จริงๆ น่ารักเป็นมิตรมาก
ตอนแรกที่โพสต์ก็ยังติดว่าเสียบรรยากาศการท่องเที่ยวในครั้งนี้ของตนเองกับครอบครัวไปแต่พอมาเห็นกระแสในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่ให้ความเห็นใจตนเองกับครอบครัว และปลอบใจ บางส่วนก็แนะนำร้านที่ดีๆ อร่อยสะอาดชื่อดังให้ ก็ทำให้รู้สึกดีกับชาวเชียงใหม่ เลยคิดว่าจะลบโพสต์ดีไหม แต่ก็อยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลงก็เลยปล่อยไป
ส่วนตัวตนขายโรตีนั้นมองว่า แม้จะเป็นคนต่างถิ่นมาทำมาหากินที่เชียงใหม่ ก็ต้องเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตในสถานที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะผู้ทำงานเกี่ยวกับอาหารการกินเรื่องความสะอาดนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงมองย้อนไปว่าเราคงไปอยู่ผิดที่ผิดเวลากับผิดคนเท่านั้นเองหลังจากวันนั้นก็พาครอบครัวไปเที่ยวอีกหลายจุดของเชียงใหม่ก็ประทับใจบรรยากาศ และผู้คน
ด้านนางหน่อย (นามสมมติ) ภรรยาพ่อค้าโรตี เผยว่า ตัวเองรู้สึกเสียใจและได้รับผลกระทบอย่างมากหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เนื่องจากถูกผู้คนจำนวนมากเข้าไปรุมถล่มแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ไปจนถึงขั้นถูกถูกเหยียดหยามด้อยค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยที่ผู้คนเหล่านั้นไม่ได้รับรู้ความจริงทั้งหมด
ทั้งนี้ยืนยันว่าตัวเองและสามีเป็นเพียงคนทำมาหากินคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นอันธพาลและเป็นคนต่างด้าวอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งยืนยันด้วยว่าทำโรตีขายด้วยความสะอาดถูกสุขอนามัย ซึ่งในช่วงเกิดเหตุหากคู่กรณีไม่มั่นใจความสะอาดก็สามารถเลือกที่จะไม่ซื้อได้ โดยไม่จำเป็นต้องด้อยค่าหรือดูถูกเหยียดหยามกันจนเกิดการกระทบกระทั่งขึ้น
ทั้งนี้มองว่าการที่คู่กรณีนำเรื่องราวไปโพสต์ไม่เป็นความจริงทั้งหมดและเป็นการกระทำที่เกินไป เพราะตัวเองไม่มีโอกาสแก้ตัว และถูกผู้คนทั่วไปดูหมิ่นเกลียดชังไปแล้ว รวมทั้งได้รับผลกระทบอย่างมากต่อการทำมาหากิน เนื่องจากลูกค้าไม่กล้าอุดหนุน ซึ่งคิดว่าทางคู่กรณีคงพึงพอใจแล้วที่ได้กระทำกับคนที่ไม่มีทางสู้
จึงขอวอนให้สังคมเข้าใจและเห็นใจฝ่ายตนเองบ้างที่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะแก้ต่างให้กับตนเอง หรือมาฟังความฝั่งของตนบ้าง ตอนนี้ได้แต่ทำใจก้มหน้ารับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อไป ซึ่งตลอดทั้งวั้น(เมื่อวานนี้ 22 มิย.67) ตั้งแต่มาตั้งร้านช่วงบ่ายจนถึงเวลา 18.00 น. ก็ยังไม่สามารถขายโรตีได้สักแผ่นยังไม่ได้เงินสักบาทเลย