บอร์ด TSE ไฟเขียวขาย 4 บริษัทย่อย 30 ล้านบาท เคลียร์ต้นทุน ตปท. มุ่งลุยธุรกิจในไทย
บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทย่อยทางอ้อม รวม 4 แห่ง มูลค่ารวม 30 ล้านบาท ให้แก่ นางฐิตาภา แลนเดน ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท
สำหรับรายการดังกล่าว ประกอบด้วยการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ทีเอสอี โอเวอร์ซีส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ TSEO ซึ่ง TSE ถือหุ้นอยู่ 100% จำนวน 153 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวมถึงการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสิงคโปร์อีก 3 แห่ง ได้แก่ TSE Group International PTE. LTD. หรือ TSI, Solar Assets PTE. LTD. หรือ SA และ Onikoube Solar Power PTE. LTD. หรือ OSP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ TSE ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ผ่าน TSEO
บริษัทระบุว่า กลุ่มบริษัทย่อยดังกล่าวประกอบธุรกิจลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ โดยปัจจุบันได้ยุติการดำเนินโครงการในต่างประเทศทั้งหมดแล้ว และไม่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจหรือธุรกรรมใด ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องคงสถานะนิติบุคคลไว้ จึงทำให้ยังมีต้นทุนการบริหารจัดการ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ภายหลังการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว จะส่งผลให้ TSEO, TSI, SA และ OSP สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยและบริษัทย่อยทางอ้อมของ TSE โดยบริษัทคาดว่าจะดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและโอนหุ้นตามขั้นตอนทางกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569
สำหรับขนาดรายการ เมื่อคำนวณตามเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญ พบว่ารายการดังกล่าวมีขนาดรายการสูงสุดเท่ากับ 0.43% ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน โดยคำนวณจากงบการเงินรวมของบริษัทฉบับสอบทาน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จึงไม่เข้าข่ายเป็นรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 25% ขึ้นไป และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
บริษัทระบุถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับว่า การจำหน่ายเงินลงทุนในครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินลงทุนของกลุ่มบริษัท
นอกจากนี้ TSE ระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีนโยบายมุ่งเน้นการขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นภายในประเทศ รวมถึงธุรกิจการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรเป็นหลัก โดยคณะกรรมการบริษัทเห็นว่าการเข้าทำรายการดังกล่าวจะช่วยเสริมสภาพคล่อง และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นในอนาคต