โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GPSC ปักธงชิงพอร์ต PDP 2026 รับบูมดาต้าเซ็นเตอร์ ศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR เสริมความมั่นคงพลังงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.10 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

GPSC วางยุทธศาสตร์รับแผน PDP 2026 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดแตะ 70% รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมใหม่ ศึกษาพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ร่วมพันธมิตรจากเดนมาร์ก มั่นใจศักยภาพบริหารพอร์ตโรงไฟฟ้าทุกประเภทเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

วันที่ 2 ก.ค.2569 บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ประเมินทิศทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ซึ่งจะครอบคลุมช่วงปี 2569-2593 เป็นโอกาสสำคัญในการลงทุนกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการGPSC กล่าวว่า บริษัทได้วางกลยุทธ์รองรับทิศทางพลังงานของประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานสะอาดเป็น 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมด เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่

GPSCประเมินว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยอาจเพิ่มจากระดับประมาณ 30,000-33,000 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน เป็นราว 77,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2593 ส่งผลให้แผน PDP ฉบับใหม่ต้องสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทมองว่าในช่วงเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทยยังจำเป็นต้องใช้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ซึ่งไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน GPSCเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนา โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ซึ่งแผน PDP ฉบับใหม่เตรียมบรรจุกำลังผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์ จากเดิมที่กำหนดไว้ประมาณ 600 เมกะวัตต์ โดยมองว่า SMR จะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าฐาน (Base Load) ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง และช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

ทั้งนี้ GPSC อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี SMR ร่วมกับ Seaborg Technologies จากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งพัฒนาเตาปฏิกรณ์แบบใช้สารหล่อเย็นชนิดเกลือหลอมเหลว (Molten Salt Reactor) พร้อมศึกษาทางเลือกด้านเทคโนโลยีอื่นเพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสม โดยคาดว่าโครงการ SMR แห่งแรกของไทยอาจเกิดขึ้นหลังปี 2579 ภายใต้การพัฒนาโครงการนำร่องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

นอกจากนี้ GPSC ยังเดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเดิม การขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย รวมถึงศึกษาการต่อยอดโรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อรองรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์

บริษัทยังมองว่าการเปิดใช้ระบบสายส่งไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม (Third-Party Access) จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะการให้บริการลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดและมีเสถียรภาพสูง พร้อมศึกษาการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพื่อเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดและสนับสนุนบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดของภูมิภาค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...