โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มุ่งหน้าเปียงยาง สี จิ้นผิง เตรียมเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี

Thai PBS

อัพเดต 33 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (5 มิ.ย.2569) การเยือนกรุงเปียงยางของ ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย.2569 กำลังได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์และรัฐบาลทั่วโลก เนื่องจากเป็นการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่การเยือนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สื่อทางการจีนรายงานยืนยันว่า ผู้นำจีนจะเดินทางเยือนเกาหลีเหนือ ตามคำเชิญของผู้นำสูงสุด คิม จอง-อึน โดยการเยือนครั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกของ สี จิ้นผิง ในปี 2569 และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากกรุงปักกิ่งเพิ่งต้อนรับทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่เดินทางเยือนจีนต่อเนื่องกันในเดือน พ.ค.

จังหวะเวลาของการเยือนจึงถูกมองว่า มีนัยสำคัญทางการเมือง ระหว่างประเทศอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของจีน ในฐานะศูนย์กลางการทูตของโลกที่กำลังขยายตัวมากขึ้น ท่ามกลางการจัดระเบียบอำนาจใหม่ของโลก หลายขั้วที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาคือ การเยือนครั้งนี้ จะเกี่ยวข้องกับความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือหรือไม่ หลังจากทรัมป์แสดงท่าทีหลายครั้งว่า ต้องการกลับมาเปิดการเจรจากับ คิม จอง-อึน อีกครั้ง แม้ว่าความพยายามในช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก จะไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงสำคัญได้ แม้ผู้นำทั้ง 2 จะพบกันถึง 3 ครั้งภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี

ก่อนหน้านี้ คิม จอง-อึน เคยส่งสัญญาณว่า พร้อมกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ แต่ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่จุดยืนของเปียงยางยังคงเหมือนเดิม คือการยืนยันสถานะของตน ในฐานะประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์

นักวิเคราะห์จำนวนมากประเมินว่า ปัจจุบันเกาหลีเหนือ น่าจะมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 50 หัวรบ และมีวัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เพิ่มเติมได้อีกประมาณ 70-90 หัวรบ ทำให้เป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ที่สหรัฐฯ ผลักดันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากขึ้น

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น จากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาค หลายประเทศจึงมองว่า การครอบครองอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการป้องปรามภัยคุกคามจากภายนอก

สัญญาณดังกล่าวสะท้อนผ่านภาพที่สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คิม จอง-อึน เดินทางตรวจเยี่ยมโรงงานนิวเคลียร์แห่งใหม่ ที่เชื่อว่าเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โดยผู้นำเกาหลีเหนือประกาศเดินหน้า เพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ในอัตราเร่ง พร้อมอ้างว่าประเทศสามารถเพิ่มกำลังการผลิตวัสดุสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ได้มากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน

แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงยืนยันว่า พร้อมเปิดการเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไขล่วงหน้า และยึดมั่นต่อเป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ แต่ท่าทีของเกาหลีเหนือในปัจจุบันทำให้หลายฝ่ายมองว่า โอกาสบรรลุข้อตกลงในประเด็นดังกล่าวยังคงมีน้อยมาก

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือระหว่าง สี จิ้นผิง และ คิม จอง-อึน คือความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานบริเวณพรมแดนร่วม ระหว่างจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่รอบแม่น้ำถูเหมิน ซึ่งจีนต้องการพัฒนาให้เป็นเส้นทางเชื่อมออกสู่ทะเลญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวต้องเผชิญอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ เพิ่มระดับขึ้นอย่างมากหลังสงครามในยูเครน ส่งผลให้ทั้ง 2 ประเทศเดินหน้าโครงการพัฒนาหลายด้านบริเวณชายแดนร่วม

นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า การก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เชื่อมระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ ซึ่งถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อแผนการพัฒนาเส้นทางเดินเรือ ที่จีนต้องการผลักดันในอนาคต เนื่องจากรูปแบบการก่อสร้างอาจส่งผลต่อการสัญจรทางน้ำในพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ ประเด็นความร่วมมือบริเวณพรมแดน 3 ประเทศ จึงถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการหารือครั้งนี้ ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ ซึ่งแม้จะเป็นพันธมิตรดั้งเดิมกันมายาวนาน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือก็มีความใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การเยือนครั้งนี้จึงถูกมองว่า เป็นความพยายามของจีนในการยืนยันบทบาทผู้นำในภูมิภาค รักษาอิทธิพลเหนือพันธมิตรสำคัญ และจัดสมดุลความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ ของมหาอำนาจที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ

ขณะเดียวกัน จีนยังคงเดินหน้าการทูตเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 กรุงปักกิ่ง ต้อนรับผู้นำประเทศต่าง ๆ แล้วถึง 17 คน สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนบนเวทีโลก และทำให้การเยือนเกาหลีเหนือของ สี จิ้นผิง ในครั้งนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญ ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวอื่น :

เอ็นดู “น้องหนึ่ง” เสือลายเมฆเขาเขียว ชาวเน็ตแซวลายคล้ายงูเหลือม

เปิดสถิติไทย-เบลเยียม ก่อนดวลเดือดศึกเนชันส์ลีก 2026 เวลา 14.00 น.

ทาง 3 แพร่ง "ทักษิณ" ชี้ชะตา "เพื่อไทย-ดร.เชน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คพ.พบ "สารหนู-ตะกั่ว" เกินมาตรฐาน หนองน้ำเขียว-คลองเกด-ห้วยตะเข้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตราดจัดแข่งล่าปลาหมอคางดำ พบตัวใหญ่-มีไข่เต็มปากจำนวนมาก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...