โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดีอี” แจง TH-AI Passport โปร่งใส! ยันจัดซื้อถูกกฎหมายทุกขั้นตอน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค.69) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นประธานแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการดำเนิน “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย” หรือ TH-AI Passport พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายพชร เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ TH-AI Passport กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามแนวนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัลของประชาชน และรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.91 ล้านล้านบาท ณ เดือนเมษายน 2569 โดยมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล สร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI และพัฒนาทักษะบุคลากรด้านดิจิทัลตามแนวทาง Upskill-Reskill ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินโครงการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่กระทรวงดีอีรับมอบนโยบายการขับเคลื่อนกระทรวง จากนั้น สดช. ได้จัดทำโครงการโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนนำเสนอร่างโครงการต่อคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงดีอี ซึ่งมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงดีอีได้นำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีมติอนุมัติโครงการ พร้อมนำเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เพื่อรับทราบ โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณจากเงินนอกงบประมาณ จึงไม่มีเงื่อนไขที่ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ

นายพชร ระบุว่า การดำเนินโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE Fund ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 โดยการใช้จ่ายเงินของ สดช. เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระทรวงดีอียืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding เริ่มจากการประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 การจัดทำประชาพิจารณ์ร่างขอบเขตงาน หรือ TOR ระหว่างวันที่ 15-22 ธันวาคม 2568 การประกาศเชิญชวนระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ถึง 26 มกราคม 2569 และเปิดให้เสนอราคาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569

จากนั้นมีการประกาศผู้ชนะและเปิดระยะเวลาอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 11 มีนาคม 2569 ก่อนลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมเสนอราคา 3 กลุ่ม และผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วมทีเอช ซึ่งเสนอราคาที่ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 1,650 ล้านบาท หรือประมาณ 1.76%

สำหรับขอบเขตงานของโครงการครอบคลุมการจัดให้มีการทดสอบก่อนและหลังการใช้งาน AI การประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรมทักษะ และการจัดประกวดแข่งขันตลอดระยะเวลาโครงการ โดย TOR ด้านการประชาสัมพันธ์กำหนดให้เผยแพร่ข้อมูลผ่านหลายช่องทาง ทั้งโซเชียลมีเดีย วิดีโอ คลิปสั้น อินโฟกราฟิก และสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อเพียงช่องทางเดียว

นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมการอบรมผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่งทั่วประเทศ และการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ หรือ Boot Camp ให้แก่ผู้สนใจรวม 4,000 คน ใน 4 ภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ด้าน AI อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันข้อมูลการใช้งาน AI ที่ผ่านการปกปิดตัวตนเจ้าของข้อมูลแล้ว จะถูกนำไปต่อยอดพัฒนา ThaiLLM ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับภาษาไทย และนำไปสู่การสร้าง National AI ของประเทศไทยในอนาคต

นายพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ TH-AI Passport ได้จัดหา Generative AI รุ่น Pro/Premium จากผู้ให้บริการ 14 ราย รวม 24 โมเดล อาทิ Gemini, ChatGPT, Grok, Claude และ Typhoon จำนวน 5 ล้านสิทธิ ใช้งานเป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยมีราคาจัดหาเฉลี่ยประมาณ 27.50 บาทต่อเดือนต่อสิทธิ เทียบกับค่าบริการปกติจากผู้ให้บริการ Generative AI ที่ประมาณ 600 บาทต่อเดือนต่อคน

ทั้งนี้ กระทรวงดีอีตั้งเป้ายกระดับอัตราการใช้ AI ของประเทศ หรือ AI Adoption Rate ให้เพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2570 จากระดับ 10.70% ในปี 2568 เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมของประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...