โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นับถอยหลัง! “หวยเกษียณ” จ่อเข้าสภา 23 ก.ค.นี้ ชี้ชะตาวาระ 2-3 ก่อนเปิดขายจริง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.59 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.ค. 68) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ“10 ปี กอช. ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม กับหวยเกษียณ") โดยมีนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี พร้อมหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มาร่วมงานคับคั่ง อาทิ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ทัณฑสถานหญิงกลางและนครราชสีมา, บสย., กยศ., TrueMoney, AIS และ ShopeePay ซึ่งต่างร่วมออกบูธให้คำแนะนำด้านการออมและการเงิน สะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างวินัยการออมและเตรียมความพร้อมให้คนไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคง

นายเผ่าภูมิ เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า ในยุคที่ประเทศเผชิญความท้าทาย ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ความผันผวนของระบบการเงินโลกและการค้าระหว่างประเทศ การสร้างวินัยการออมในระดับครัวเรือนจึงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับการจัดงาน 10 ปี ของ กอช. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวใหม่ที่นำเสนอเรื่อง "หวยเกษียณ" ในฐานะนวัตกรรมทางการเงิน ภายใต้แนวคิด "ซื้อหวยเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม" โดยใช้พฤติกรรมการซื้อหวยที่มีอยู่แล้วในคนไทยมาต่อยอด เพื่อให้คนไทยสามารถออมเงินได้อย่างทั่วถึง

นายเผ่าภูมิ ยังระบุว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายสนับสนุนการออมที่เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มอาชีพ และ "หวยเกษียณ" จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มเงินออมของประชาชนทุกคน โดยจะขับเคลื่อนร่วมกันผ่านความร่วมมือระหว่าง กอช. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ทั้งนี้ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ….จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ กอช. มีหน้าที่และอำนาจในการออกและจำหน่าย "หวยเกษียณ" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ประชาชนออมเงินผ่านการลุ้นรางวัล และสร้างระบบการออมที่ยั่งยืนรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทย

"สลาก กอช." หรือ "หวยเกษียณ" เป็นสลากขูดดิจิทัล ราคาฉบับละ 50 บาท เปิดจำหน่ายให้ผู้มีสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถซื้อได้สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท (60 ฉบับ) ผ่านแอปพลิเคชัน "กอช." โดยจะมีการออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ประกอบด้วย:

รางวัลที่ 1: มูลค่า 1 ล้านบาท (5 รางวัล)

รางวัลที่ 2: มูลค่า 1,000 บาท (10,000 รางวัล)

โดยผู้ที่ถูกรางวัลจะได้รับเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ทันที ที่สำคัญคือ เงินทุกบาทที่ใช้ซื้อสลากจะถูกสะสมไว้เป็นเงินออม และผู้ซื้อสลากจะได้รับเงินออมพร้อมผลประโยชน์เป็นก้อนใน 4 กรณี ดังนี้:

  • อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
  • อายุมากกว่า 60 ปี จะได้รับเงินคืนทั้งหมดเมื่อครบ 5 ปี นับแต่วันที่ซื้อสลาก และสามารถซื้อต่อไปได้คราวละ 5 ปี
  • ทุพพลภาพ หรือ เสียสัญชาติไทย
  • เสียชีวิต คืนเงินให้แก่บุคคลที่ระบุไว้ หรือทายาท

ด้านนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ กอช. กล่าวถึงบทบาทและผลการดำเนินงานตลอด 10 ปีที่ผ่านมาว่า กอช. ทำหน้าที่เป็นกลไกการออมเพื่อสังคมสำหรับแรงงานนอกระบบ รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป อายุ 15 – 60 ปี ที่ไม่มีสวัสดิการบำเหน็จบำนาญจากรัฐ เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ยามชราภาพ

อีกทั้ง กอช. เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2558 ด้วยสมาชิกเริ่มต้นเพียง 300,000 คน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กอช. ได้ขยายช่องทางการออมที่สะดวกทันสมัย และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อ กอช. ขับเคลื่อน "วาระการออมแห่งชาติ" และผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มเพดานการออมจากปีละ 13,200 บาท เป็นสูงสุด 30,000 บาท และ เพิ่มเงินสมทบจากรัฐจากไม่เกิน 1,200 บาท เป็น 1,800 บาทต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนออมได้มากขึ้นและได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบัน กอช. มีสมาชิกกว่า 2.7 ล้านคน และมีทรัพย์สินกองทุนรวมกว่า 15,152 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568)

นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวเสริมว่า กอช. ยังขยายโครงการสร้างวินัยการออมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักเรียน นักศึกษา แรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง และผู้ต้องขังในโครงการ "สร้างชีวิตใหม่" เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสการออมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังได้ขับเคลื่อนงานผ่านกระทรวงมหาดไทย ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างตัวแทน กอช. ประจำหมู่บ้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ในส่วนช่องทางการรับสมัครและส่งเงินออม กอช. ได้ขยายผ่านธนาคารกรุงไทย, ออมสิน, ธอส., ธ.ก.ส., ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และเคาน์เตอร์เซอร์วิส และยังยกระดับการให้บริการเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว โดยสามารถสมัครสมาชิกและส่งเงินออมผ่านแอปพลิเคชัน "กอช." และพันธมิตรดิจิทัลชั้นนำอย่าง ทรูมันนี่, MyAIS และ ShopeePay ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ที่ทุกการออมทำได้แค่ปลายนิ้วสัมผัส

อย่างไรก็ตามในวาระครบรอบ 10 ปีนี้ นางสาวจารุลักษณ์ ย้ำว่า กอช. ยังเปิดตัว "สลาก กอช." หรือ "หวยเกษียณ" ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้ "หวยเกษียณ" เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการขยายโอกาสการออมให้กับคนไทยทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม กอช. จะเดินหน้ายกระดับบริการต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบการออมที่ยั่งยืนและครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชน สร้างอนาคตที่มั่นคงให้คนไทย ก้าวข้ามความเสี่ยงของสังคมสูงวัยอย่างมั่นใจ

ด้านดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงประเด็นการเข้าสู่สังคมสูงวัยและความมั่นคงทางรายได้หลังเกษียณของประเทศไทยว่า จากข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่ารายได้หลังเกษียณที่เพียงพอควรอยู่ที่อย่างน้อย 50–60% ของรายได้ก่อนเกษียณ แต่แรงงานในระบบของไทยมีรายได้หลังเกษียณเฉลี่ยเพียง 41% ขณะที่แรงงานนอกระบบมีรายได้หลังเกษียณต่ำกว่า 5% และมีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ภาครัฐต้องหามาตรการเพิ่มแรงจูงใจในการออม เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในยามเกษียณให้กับประชาชนทุกกลุ่ม

ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยว่า จากข้อมูลของธนาคารโลก ชี้ว่ารายได้หลังเกษียณที่เพียงพอควรอยู่ที่อย่างน้อย 50–60% ของรายได้ก่อนเกษียณ แต่ปัจจุบันแรงงานในระบบของไทยมีรายได้หลังเกษียณเฉลี่ยเพียง 41% ขณะที่แรงงานนอกระบบมีรายได้หลังเกษียณต่ำกว่า 5% และมีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ภาครัฐต้องหามาตรการเพิ่มแรงจูงใจในการออม

ดร.วโรทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะส่งผลต่อโครงสร้างรายได้ รายจ่ายของภาครัฐ และอาจกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการลดลงของสัดส่วนประชากรวัยแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลง

ขณะที่รัฐต้องใช้งบประมาณในการดูแลสวัสดิการด้านบำเหน็จบำนาญผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทั้งเบี้ยยังชีพ เบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ และเงินสมทบกองทุนการออมเพื่อการเกษียณต่าง ๆ โดยในปี 2567 ภาครัฐใช้งบประมาณด้านสวัสดิการบำเหน็จบำนาญผู้สูงอายุรวม 500.7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2557 ที่ใช้งบประมาณ 253.4 ล้านบาท หรือประมาณ 10% ของงบประมาณ

นอกจากนี้ยังเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว ภาครัฐจึงสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออมเงินด้วยตนเองผ่าน "หวยเกษียณ" ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้หลังเกษียณ และลดภาระงบประมาณของรัฐ โดยโครงการหวยเกษียณใช้งบประมาณเงินรางวัลปีละ 780 ล้านบาท แต่จะช่วยเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณให้กับประเทศปีละ 13,000 ล้านบาท หรือทุก 1 ล้านบาทที่รัฐใช้เป็นเงินรางวัล จะช่วยเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณได้ถึง 16.6 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีเงินจำนวนนี้จะไม่เพียงแต่อยู่ในบัญชีเงินออม แต่จะถูกนำไปลงทุนต่อในตลาดทุน ทำให้มีเงินไหลเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ในประเทศ นำไปสู่การจ้างงาน และการกระจายรายได้สู่ประชาชน ในที่สุดแล้ว ไม่เพียงแต่ประชาชนจะได้ประโยชน์จากเงินออมของตัวเอง แต่ประเทศก็จะได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...