Business Today Thai Politics 25 มิถุนายน 2568
Businesstoday
อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 18.22 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.22 น. • Businesstodayพรุ่งนี้ ! นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ตรงข้ามปอยเปต รับฟังสถานการณ์ในพื้นที่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงดีอีฯ อธิบดีกรมศุลกากร และรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เวลา 10.00 น.
จากนั้น จะเดินทางไปยังโรงเรียนอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นประธานในการประชุมหารือ เรื่องผลกระทบจากมาตรการ การกำหนดเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ห้องประชุมโรงเรียนอรัญประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี จะรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ทั้งการค้าขาย และพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
และ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางต่อไปยังบริเวณด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ที่อยู่ตรงข้ามเมืองปอยเปต จังหวัดบันทายมีชัย ของกัมพูชา เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณด่านชายแดน พร้อมพบปะพูดคุยกับประชาชน ผู้ประกอบการ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่
ขณะที่ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังบริเวณบ้านดงงู ตำบลอรัญประเทศ เพื่อพบปะพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ รวมถึงพบปะกับนักเรียนและครู ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนประชารัฐบำรุง 1 ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ ตำบลบ้านใหม่หนองไทร
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และความต้องการในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมทั้งความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ด่านชายแดน
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน โดยรัฐบาลขอยืนยันว่า จะเร่งขับเคลื่อน วางมาตรการในพื้นที่ชายแดนให้มีความเหมาะสม อย่างทันท่วงทีต่อทุกสถานการณ์ เพื่อตอบสนองต่อความมั่นคงในพื้นที่ด่านชายแดนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อความมั่นคงของประเทศรวมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ
“นายกฯ อิ๊งค์” เผย กต. เร่งประสานช่วยคนไทยในอิสราเอล
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้เตรียมการดูแลพี่น้องคนไทยทั้งในอิสราเอลและอิหร่าน ในกรณีที่ต้องการเดินทางกลับไทยเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้วางแผนช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ต้องการออกจากอิสราเอลและอิหร่านโดยรวดเร็วและปลอดภัย
ในอิหร่าน มีคนไทยรวมประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานและนักศึกษา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ช่วยเหลือให้ไปพำนักชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงที่เมือง Amol ในอิหร่าน แล้ว 35 คน และอีก 4 คนไปที่ศูนย์พักพิงที่เมือง Van ในตุรกี นอกจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานงานให้คนไทย 73 คนที่ประสงค์จะเดินทางออกจากอิหร่าน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะหารือกับฝ่ายอิหร่านเพื่อให้เร่งออก exit visa ให้
ในส่วนของอิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 40,000 คน เกือบทั้งหมดเป็นแรงงาน สถานเอกอัคราชทูตฯ ได้ติดตามสอบถามความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิดรวมทั้งไปเยี่ยมเยียนด้วย ซึ่งในชั้นนี้ ส่วนใหญ่ยังต้องการอยู่ในอิสราเอลต่อไป มีเพียง 18 คนที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลาวีฟ กำลังประสานกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้ได้เดินทางกลับประเทศตามความประสงค์
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะพำนักอยู่ในอิสราเอลและอิหร่านต่อไป ขอให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด รวมทั้งติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตไทยอย่างใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า รัฐบาลยังได้ส่งทีมประสานงานส่วนล่วงหน้า ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงแรงงานไปเสริมกำลังของสถานเอกอัครราชทูตเพื่อดูแลคนไทยในพื้นที่ดังกล่าวด้วยแล้ว ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งประสานงานให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ทุกชีวิตคนไทยในอิสราเอลและอิหร่านปลอดภัย
นายกฯ เปิดประชุมนานาชาติหน่วยยามชายฝั่งอาเซียน เน้นย้ำความมั่งคั่งทางทะเล
วันนี้ (25 มิ.) เวลา 11.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดการประชุมนานาชาติหน่วยยามชายฝั่งอาเซียน (ASEAN Coast Guard Forum 2025: ACF 2025)
ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา จังหวัดชลบุรี สรุปสาระสำคัญดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศผู้สังเกตการณ์ และพันธมิตรสำคัญที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้สู่เมืองพัทยา และแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีเปิดเวทีความร่วมมืออันสำคัญของภูมิภาค
ซึ่งเป็นเวทีที่หน่วยรักษาความปลอดภัยชายฝั่ง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิกอาเซียน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับความมั่นคงทางทะเลร่วมกัน นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสำคัญของความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเล ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิภาค
เนื่องจากท้องทะเลไม่เพียงเป็นเส้นทางการค้าสำคัญและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประเทศสมาชิกต้องร่วมกันปกป้องจากภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบ การค้ายาเสพติด การประมงผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมผู้ร่วมจัดงานที่ทุ่มเทดำเนินการประชุมจนสำเร็จ
โดยเฉพาะการเปิดเวทีให้หน่วยงานทางทะเลจากประเทศอาเซียน ผู้สังเกตการณ์ และพันธมิตรสำคัญ อาทิ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความร่วมมืออย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังรู้สึกยินดีที่ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมกิจกรรมหลากหลาย ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างกรอบความร่วมมือและปฏิบัติการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนมีส่วนช่วยสนับสนุนเป้าหมายระยะยาว
ในการเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเลในภูมิภาค นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดท้ายด้วยการอวยพรให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้แนวคิดหลักของปีนี้คือ “ส่งเสริมความปลอดภัย มั่นคง มั่งคั่ง ทางทะเลในอาเซียน” (Fostering Maritime Safety, Security, and Prosperity in ASEAN)ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดการประชุม นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการการฝึก และรับฟังการบรรยายสถานการณ์การฝึกของศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล. พร้อมรับชมการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (Search and Rescue: SAR)
“ธนยศ” ชี้ภูมิใจไทยเร่งซักฟอก “นายกฯอิ๊งค์” เหตุคดีรอเพียบ
วันนี้ (25มิ.ย.68 ) นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยในการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็น “ฝ่ายแค้น” มากกว่า “ฝ่ายค้าน” ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นหน้าที่ของ สส.
ซึ่งเป็นสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะรัฐมนตรี โดยไม่จำเป็นต้องมีความแค้นเคือง เพียงแต่หากพบความไม่ชอบมาพากล ก็ทำได้แล้ว อย่าเอาคำว่า“ฝ่ายแค้น” มาด้อยค่าบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบ
“แล้วที่พวกผมรีบยื่น เพราะกลัวจะไม่มีโอกาสได้อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีเกรงว่าท่านจะไปก่อนที่พวกผมจะได้ชักกระบี่ เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีก็มีคดีรออยู่ไม่น้อย”นายธนยศ กล่าว
นายธนยศ ยังกล่าวถึงนายจิรายุว่า ท่านไม่ต้องออกมาตอบโต้หรอกว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือจะฝ่ายแค้น เพราะเราก็ใช้กลไกของสภา แต่เข้าใจว่าที่ท่านออกมาตีโพยตีพาย เพราะท่านไม่มีโอกาสพูดในสภาผู้แทนราษฎร ก็ถือว่าให้ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านไป ส่วนตนก็จะทำหน้าที่ สส. ที่มีประชาชน จำนวนมาก ต้องดูแลแก้ไขปัญหา
“บทบาทของพรรคภูมิใจไทยในวันนี้คือการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่พร้อมตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ และจะไม่ยอมปล่อยให้ประเด็นที่กระทบต่ออธิปไตยของประเทศ โดยเฉพาะคลิปเสียงที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ถูกปัดตกด้วยคำว่าสร้างความสามัคคี โดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะประชาชนกำลังฟังอยู่ทั้งประเทศ”นายธนยศ กล่าว
“กล้าธรรม” ชูผลงานรัฐบาลราคามันฯดีดตัว หลังปิดด่าน ชายแดนไทย-กัมพูชา**
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.เวลา 16.00 น.นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 และโฆษกพรรคกล้าธรรม(กธ.)เปิดเผยว่าภายหลังรัฐบาลมีมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดแนว ทำให้สินค้าเกษตร โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ทั้งหน้าโรงงาน และลานมัน ราคาเริ่มกระเตื้อง สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิ ขณะนี้โรงแป้ง ปรับราคารับซื้อหน้าโรงงานขณะนี้ขึ้นมาที่ราว 2.75 สำหรับมัน 30%
นายอัครแสนคีรี กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรหลายรายเรื่องประเด็นราคามันสำปะหลังตกต่ำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เกษตรกรทั้งประเทศได้สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ถึงกรณีปิดด่านไทย-กัมพูชา โดยส่วนมากรู้สึกดีใจที่ราคามันกระเตื้องขึ้น และยังกล่าวว่า “ดีใจที่ลานมันกลับมาซื้อมันสำปะหลังไทยทำให้เกษตรกรได้เงินเพิ่ม”