โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฐานอำนาจการทหาร ‘สหรัฐ’ อิทธิพลเหนือขัดแย้ง ‘อิสราเอล - อิหร่าน’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 05.36 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00 น.

เมื่อเส้นตายที่ทรัมป์กำหนด จะเกิดขึ้นหลังกองทัพสหรัฐเตรียมยุทโธปกรณ์ทางทหารพร้อมสรรพในพื้นที่ หวังกดดันอิหร่าน ท่ามกลางความพยายามของยุโรปต้องการลดระดับความขัดแย้ง

หากสหรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการโจมตีทางอากาศ จะได้เห็นฐานทัพจำนวนมากของสหรัฐ ซึ่งปฏิบัติการอยู่ทั่วตะวันออกกลาง อาจสนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ขณะเดียวกันก็อาจเป็นเป้าหมายของการตอบโต้โจมตีด้วยขีปนาวุธด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 นาย เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐได้ส่งเครื่องบินและเรือบางส่วนออกจากฐานทัพ ที่อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่านแล้ว นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกาตาร์ ยังได้ออกประกาศเตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.)ว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐจะไม่สามารถเข้าไปในฐานทัพอากาศอัลอูเดด ซึ่งเป็นฐานทัพทหารสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางได้ชั่วคราว โดยฐานทัพดังกล่าวตั้งอยู่ในทะเลทรายนอกกรุงโดฮา

นอกจากนี้ วอชิงตันได้เริ่มส่งเครื่องบินรบเพิ่ม รวมถึงเครื่องบินรบ F-16 F-22 และ F-35 ไปยังตะวันออกกลาง ตลอดจนเครื่องบินรบอื่นๆ และเสริมกองกำลังที่สามารถป้องกันเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และส่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โดรน ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่สหรัฐ

ตัวอย่างล่าสุด สหรัฐเพิ่มยุทโธปกรณ์ไปยังตะวันออกกลาง

เครื่องบินบรรทุกน้ำมันจำนวนมากถูกส่งไปยังยุโรปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตียูเอสเอส นิมิตซ์ ซึ่งถูกส่งไปยังตะวันออกกลาง เข้าร่วมกับเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ที่ประจำการอยู่ใกล้ๆ แล้ว

เครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินขับไล่ B-52 โดยภาพถ่ายผ่านดาวเทียมสามารถตรวจพบได้ที่ฐานทัพร่วมอังกฤษ-สหรัฐ บนหมู่เกาะชากอส

ทำไม อิสราเอลต้องเป็นสหรัฐ โจมตีอิหร่าน

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การที่อิสราเอลมีอำนาจเหนือน่านฟ้าอิหร่านได้ ก็แทบไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางการเพิ่มโจมตีที่มีมากขึ้น แต่อิสราเอลจะเจออุปสรรค ในการโจมตีแหล่งเสริมกำลังนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน หากสหรัฐไม่เข้าร่วมโจมตีด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ของอิหร่าน ซึ่งในรายงานสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความเสียหายใดๆ จากการที่อิสราเอลโจมตีเลย

โรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ ต้องขุดไปใต้ภูเขา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยูเรเนียมสำคัญ สามารถเสริมสมรรถนะถึง 60% ของอิหร่าน และยูเรเนียมดังกล่าวสามารถทำเป็นอาวุธได้

หัวใจโรงงานฟอร์โดว์แห่งนี้ อยู่ลึกลงไป 80 - 100 เมตร และไม่อาจเข้าถึงได้ง่าย ยกเว้นระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์อันทรงพลังที่สุดของสหรัฐ

ส่วนโรงงานเสริมสมรรถนะที่นาทานซ์อยู่ลึกลงไปใต้ดินกว่าฟอร์โดว์เสียอีก ซึ่ง IAEA ประเมิณว่า เมื่อครั้งอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของโรงงานแห่งนี้ไปสัปดาห์ก่อน ได้ทำลายเครื่องกำเนิดพลังงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของโรงงาน แต่การทำลายโรงงานทั้งหมด เกินกว่าอำนาจปฏิบัติทางอากาศของอิสราเอล ที่จะทำได้เพียงลำพัง

หากทรัมป์ตัดสินใจให้กองกำลังสหรัฐโจมตีไซต์ เช่นฟาร์โดว์อาจเลือกที่จะส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลท์ บี-2 สปิริต ของกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งมีศักยภาพมาก

เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นนี้ มีความพิเศษสามารถเก็บอาวุธจำนวนมากภายในเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งได้รับการออกแบบมาขึ้นโดยเฉพาะ อาจรวมถึงระเบิดเจาะบังเกอร์ ขนาดใหญ่ GBU-57A/B จำนวน 2 เครื่อง รวมถึงระเบิด Bunker Buster นำวิถีด้วยความแม่นยำขนาด 30,000 ปอนด์

MOP ถือเป็นระเบิดธรรมดาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคลังอาวุธของสหรัฐ ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทำลายบังเกอร์ใต้ดินที่แข็งแรง ซึ่งขนาดที่ใหญ่โตของอาวุธนี้ทำให้สามารถเจาะทะลุบังเกอร์ได้อย่างไม่มีใครเทียบได้

ขณะที่อาวุธนี้มีความยาว 20.5 ฟุตและระบบกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำ ซึ่งนำทางโดย GPS ช่วยกำหนเป้าหมายโจมตีสิ่งช่วยอำนวยความสะดวกใต้ดินได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงสามารถเจาะทะลุคอนกรีตที่แข็งแรงกว่า 60 เมตร

ทั้งนี้ เพื่อทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงงานเสริมมรรถนะที่ฟาร์โดว์ ซึ่งอยู่ใต้ดินลึกถึง 100 เมตร เครื่องบินอาจต้องทิ้งระเบิด MOP หลายลูกติดต่อกัน

เป้าหมายในที่สุดของปฏิบัติใดๆของสหรัฐ หรืออิสราเอลคือ การทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงงานดังกล่าว หากแต่ไม่ได้รับประกันในการใช้ระเบิดที่มีพลังทำลายล้างสูงนี้

อันเดรส์ เคริจ อาจารย์อาวุโสแห่งคณะการศึกษาด้านความมั่นคงแห่งคิงคอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่าแม้แต่ระเบิดทำลายล้างบังเกอร์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดของสหรัฐ ก็อาจไม่สามารถเจาะเข้าไปในฐานที่มั่นที่อยู่ลึกที่สุดของอิหร่านได้ ซึ่งในกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตัดสินใจเข้าร่วมการโจมตี ขอแนะว่า อาจจำเป็นต้องใช้กองกำลังพิเศษแบบคอมมานโดภาคพื้นดินเพื่อทำลายฐานที่มั่นเหล่านั้นให้สิ้นซาก

อ้างอิง Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...