โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทีมความมั่นคงตัดสินใจหรือยัง? ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้สหรัฐต้องการปักหลักปักฐานในเอเชีย เพื่อสร้างพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ในการปิดล้อมจีน

The Structure

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 20.56 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.38 น. • The Structure

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความกล่าวถึงสาเหตุที่สหรัฐ แสดงความต้องการได้ฐานทัพเรือทับละมุ จ. พังงาของไทย โดยมีข้อความว่า

“ทีมความมั่นคงตัดสินใจหรือยัง?

  • สหรัฐฯ มีนโยบายปักหมุดในเอเชีย (Pivot Asia) มาตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 2009-2017 ในสมัยประธานาธิบดีโอบามา คือ “ปักหลักปักฐาน” ในประเทศในเอเชียต่าง ๆ ให้แม่นมั่น เพื่อต่อต้านหรือปิดล้อมจีน ทั้งการเมืองการทหาร เศรษฐกิจ สังคม และอื่น ๆ

แม้ว่านโยบายนี้จะเป็น “มหายุทธศาสตร์” (Grand Strategy) ของอเมริกันแต่ดำเนินการจริงก็ทำได้ไม่มากและไม่ค่อยสำเร็จ เพราะขาดแคลนงบประมาณ ไม่ได้รับความร่วมมือจากหลายชาติ อีกทั้งความสัมพันธ์กับจีนก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนทุกวันนี้

  • ปัจจุบัน สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ยกระดับนโยบายดังกล่าวไปเป็น “Free and Open Indo-Pacific” (FOIP) โดยดึงอินเดียเข้ามาร่วมถ่วงดุลจีนด้วย และให้ญี่ปุ่นผลักดันแนวคิดนี้ (ตั้งแต่สมัยนาย Abe เป็นนรม.) รวมทั้งเปลี่ยนชื่อภูมิภาค Asia-Pacific นี้ ไปเป็น Indo-Pacific โดยไม่ได้ถามประเทศอื่น
  • หนึ่งในแนวทางที่สำคัญของนโยบาย FOIP ดังกล่าวคือ การกระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและความร่วมมือด้านการทหารกับประเทศที่อยู่ในพื้นที่แข่งขันทางยุทธศาสตร์กับจีน โดยเฉพาะตามเส้นทางสายไหมหรือ Belt and Road Initative ของจีนในทะเล (String of Pearls) ซึ่งก็รวมทั้งอาเซียนและไทยด้วย
  • ความจริงสหรัฐฯ และอังกฤษก็มีฐานทัพของตนเองที่เกาะ Diego Garcia ในหมู่เกาะ Chagos Archipelago กลางมหาสมุทรอินเดียอยู่แล้ว และได้ขยายฐานทัพของตนเองให้ใหญ่ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

แต่เมื่ออังกฤษที่ครอบครองพื้นที่มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1814 แพ้คดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปีค.ศ. 2019 และเสียอำนาจในการครอบครองหมู่เกาะนี้ไป จึงต้องทำสัญญาเช่าใช้ 99 ปีแทน ซึ่งก็น่าจะทำให้สหรัฐฯ ต้องวางแผนในการใช้พื้นที่อื่น ๆ มากขึ้นและใกล้กับเส้นทางสำคัญที่จีนใช้ เช่น ช่องแคบมะละกา ท่าเรือในพม่า เป็นต้น

  • หากเราต้องการใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเราให้มากขึ้น ทั้งเพื่อการต่อรองทางเศรษฐกิจหรืออัตราภาษี หรือสร้างความมั่นคงปลอดภัยและมั่งคั่งให้กับประเทศในระยะยาว โดยไม่ชักศึกเข้าบ้าน ก็จะต้องปรับสมดุลใหม่ทางยุทธศาสตร์ (New Strategic Equilibrium) ให้เหมาะสมขึ้นทั้งกับสหรัฐฯ จีน และอื่น ๆ ตามที่เราประกาศไว้แล้วเมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมา”—

มีรายงานว่า เกาะดีเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) นั้น แต่เดิมทีเคยอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ แต่เนื่องด้วยคดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสิน ส่งผลให้อังกฤษลงนามข้อตกลงยอมส่งมอบคืนหมู่เกาะชากอส (Chagos Archipelago) ซึ่งรวมถึงเกาะดีเอโก การ์เซีย ให้แก่มอริเชียส ซึ่งเป็นเจ้าของดั้งเดิม ในช่วงเดือน พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา

ภายใต้ข้อตกลงการโอนคืนอธิปไตยดังกล่าว มอริเชียสจะอนุญาตให้ อังกฤษและสหรัฐอเมริกายังคงเปิดดำเนินการฐานทัพบนเกาะดีเอโก การ์เซียต่อไปได้เป็นระยะเวลา 99 ปี โดยมีค่าเช่า

ทั้งนี้ ฐานทัพเรือและอากาศยานที่เกาะดีเอโก การ์เซียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ และอังกฤษในการปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและตะวันออกกลาง เป็นฐานทัพหลักสำหรับปฏิบัติการทางอากาศ โดยเฉพาะเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล เช่น B-1 Lancer, B-2 Spirit และ B-52 Stratofortress ซึ่งสามารถครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ในแอฟริกา เอเชีย และโอเชียเนีย

แม้จะมีข้อตกลงเช่าระยะยาว แต่การเปลี่ยนแปลงอธิปไตยก็อาจนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ เช่น การเจรจาข้อตกลงที่ละเอียดมากขึ้นกับมอริเชียส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นายนาวิน รามกูแลม นายกรัฐมนตรีมอริเชียส ได้แสดงความกังวลต่อข้อตกลงเดิมและยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลจากบางฝ่ายว่าการที่มอริเชียสได้อธิปไตยคืน อาจเปิดช่องให้จีนเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคมากขึ้นได้ในอนาคต

#TheStructure
#TheStructureNews
#ทับละมุ #สหรัฐ

#ปณิธานวัฒนายากร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...