โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

GULF ปิดดีลไฟฟาขยะ เพิ่มกำไรปีละ 1พันลบ.

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - GULF เดินเกมพลังงานขยะเต็มกำลัง! ดัน Net Zero – เท 1,100 ล้านบาท ซื้อกิจการจาก ETC–BWG เสริมทัพ 12 โรงไฟฟ้าขยะ 96 MW + 3 โครงการผลิตเชื้อเพลิง SRF เปิดเชิงพาณิชย์ปี 2570 หวังเพิ่มกำไรปีละ 1,000 ลบ. โบรกชี้ Slightly Positive หนุน M&A ต่อเนื่องตามธีมพลังงาน–ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นดีลที่ 3–4 ต่อเนื่องหลังควบรวม GULF–INTUCH แนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 56.50 บาท

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบหลักการการรับซื้อไฟฟ้าและอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561–2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดของประเทศ

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ในการเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ควบคู่กับการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสีย ตลอดจนสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG: Bio-Circular-Green Economy)

บริษัทฯ จึงได้ลงทุนใน โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ภายใต้แผนดังกล่าวจำนวน 12 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 96 เมกะวัตต์ และโครงการ โรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม (Solid Recovered Fuel: SRF) จำนวน 3 โครงการ ผ่าน บริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (GWTE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100% โดยการลงทุนดังกล่าวจะเพิ่มกำไรปีละกว่า 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 GWTE ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดที่บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) ถือในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม และซื้อหุ้นทั้งหมดที่ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) ถือในโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม รวมมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1,100 ล้านบาท ส่งผลให้โครงการทั้งหมดกลายเป็นบริษัทย่อยของ GWTE โดยมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นดังนี้

โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท เก็ท กรีน พาวเวอร์ จำกัด จำนวน 10 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 80 เมกะวัตต์ เดิม GWTE และ ETC ถือหุ้นคนละ 50% เปลี่ยนเป็น GWTE ถือหุ้น 100% โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท ซันเทค อินโนเวชั่น พาวเวอร์ จำกัด จำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ เดิม GWTE, ETC และ บริษัท เวสท์เทค เอ็กซ์โพเนนเชียล จำกัด (WTX) ถือหุ้นในสัดส่วน 34%, 33%, 33% ตามลำดับ ปรับใหม่เป็น GWTE 67% และ WTX 33%โรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม ภายใต้บริษัท เซอร์คูลาร์ แคมป์ จำกัด จำนวน 3 โครงการ เดิม GWTE และ BWG ถือหุ้นคนละ 50% ปรับเป็น GWTE ถือหุ้น 100%

บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตของโครงการในระยะยาว และเชื่อมั่นว่าการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมทั้ง 12 โครงการได้ลงนามใน สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. เรียบร้อยแล้ว มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ส่วนโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรม มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีเดียวกัน

บล.กรุงศรี ระบุ มอง Slightly Positive บนธีมการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นและการทำ M&A ในกลุ่มธุรกิจ หลักอย่างโรงไฟฟ้าและ Data Center ต่อเนื่องเป็นดีลที่ 3-4 ต่อเนื่องหลังควบรวมของ GULF และ INTUCH

กรณีการซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 50% ในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมและโรงงานผลิต เชื้อเพลิงแข็งขยะอุตสาหกรรม ทั้งหมด 15 โครงการจาก ETC และ BWG รวม 45 Equity MW จะส่งผลให้ GWTE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GULF ถือหุ้น 100% ในโครงการทั้งหมด (เดิม ถือ 50%) และส่งผลให้มีการปรับวิธีรับรู้จากส่วนแบ่งกำไรในรูปแบบ JV เป็นการ Consolidate ในงบการเงินรวม โดยประเมินแม้เป็น Upside เล็กน้อยต่อกำไรปี 2570 ของ GULF ราว 0.4% หลัง COD ภายในสิ้นปี 2569 ทว่าช่วยเพิ่มความชัดเจนในแง่ของทิศทางการ เติบโตสำหรับ GULF หลังควบรวม

กรณีการปรับสัดส่วนการถือ AISBB เพิ่มขึ้น 10% คาดว่ายังคงรูปแบบ JV และไม่มีผล เปลี่ยนแปลงต่อ Earnings 25F ของ GULF และ ADVANC อย่างมีนัยยะด้วยธุรกิจดังกล่าว ยังอยู่ใน Early stage

ด้าน Outlook ระยะสั้นคาดกำไรปกติไตรมาส 2/2568 ของ GULF หลังควบรวม INTUCH เติบโต y-y, q-q จาก โรงไฟฟ้าใหม่ใน ไตรมาส 4/2567 และไตรมาส 1/2568 อีกทั้ง แนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 2568 จากผลการปรับค่าความพร้อมจ่าย Capacity payment ปี 25/26F ตลาด PJM สหรัฐในเดือนมิ.ย. และ คาดธุรกิจ LNG trading ยังสามารถเติบโต q-q ได้ต่อเนื่อง iv) การเติบโตแบบ Organic ของส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC

คงประมาณการและคำแนะนำ Buy บน ราคาเป้าหมายปี 2568 เดิมที่ 56.5 บาท ภายใต้วิธี SOTP โดยราคา เป้าหมายปัจจุบันยังไม่รวม Upside จากการทำ M&A กับ i) GUNKUL รวม 230 Equity MW ii) BSWPH รวม 218 Equity MW iii) ETC และ BWG 45 Equity MW

รายงานโดย : ณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัญช์ภัทร บรรณาธิการข่าง Hoonvision

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...