โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นักเรียนอนุบาลในจีน 233 คนป่วยพิษสารตะกั่ว จากสีผสมอาหาร

JS100

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 23.57 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 19.12 น. • JS100:จส.100
นักเรียนอนุบาลในจีน 233 คนป่วยพิษสารตะกั่ว จากสีผสมอาหาร

เด็กนักเรียนอนุบาลมากถึง 233 คน จากโรงเรียนอนุบาลเผ่ยซินในเมืองเทียนสุ่ย มณฑลกานซู่ ประเทศจีน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการพิษจากสารตะกั่ว จากการที่พ่อครัวของโรงเรียนใช้สีที่กินไม่ได้ มาผสมอาหารที่ได้แก่เค้กอินทผลัมและซาลาเปาข้าวโพด

ตำรวจจีน เพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัย 8 คน คือผู้อำนวยการโรงเรียน แซ่จู, เจ้าของโรงเรียน แซ่หลี่ และบุคคลอื่นอีก 6 คน ถูกสอบสวนในข้อสงสัยว่าผลิตอาหารที่มีพิษและเป็นอันตราย หลังจากที่ผลการทดสอบพบว่าตัวอย่างอาหารของโรงเรียนมีระดับตะกั่วสูงเกินขีดจำกัดความปลอดภัยแห่งชาติถึง 2,000 เท่า

ตามแถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนที่ให้พนักงานห้องครัวซื้อสีจากทางออนไลน์มาผสมอาหาร จนกระทั่งมีเด็กๆ ป่วยจำนวนมาก พวกเขาจึงตรวจหาสาเหตุ และพบว่า สีที่นำมาใช้ผสมอาหารนั้นมีข้อความที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่ากินไม่ได้

จากเด็ก 251 คน มีอยู่ 233 คนที่มีระดับตะกั่วในเลือดสูงผิดปกติ โดย 201 คนยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สื่อของรัฐบาลจีนเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องครัว ที่แสดงให้เห็นพนักงานครัวกำลังเติมสีลงในอาหาร ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเริ่มมีการใช้ผสมอาหารตั้งแต่เมื่อใด แต่ผู้ปกครองหลายคนบอกกับสื่อของรัฐบาลจีนว่า ลูกๆ ของพวกเขาบ่นว่าปวดท้องและปวดขา และเบื่ออาหารมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เมื่อพวกเขาแจ้งความกังวลต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงนำไปสู่การเปิดการสอบสวน

นายหลิว ลี่เจียง นายกเทศมนตรีเมืองเทียนสุ่ย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นข้อบกพร่องในการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของสาธารณะ และเมืองจะเรียนรู้บทเรียนจากเหตุการณ์นี้

..

#อนุบาลจีน

#สีผสมอาหาร

#พิษสารตะกั่ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...