โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนไม่ทิ้งไทย! อุปทูตจีนเผย 3 โอกาสทองท่ามกลางวิกฤติโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 21.39 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 14.17 น. • เดลินิวส์
ห้ามพลาด! สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เปิดหลักสูตรผู้บริหาร สร้างอนาคตร่วมกัน

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดพิธีเปิดการศึกษา หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 (บจท.2) และ หลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 (Young Executive Program 2) ทั้ง 2 หลักสูตร โดยมีกรรมการบริหารสมาคมฯ สื่อมวลชน ผู้บริหาร และ ผู้เข้าเรียนในหลักสูตร กว่า 150 คน เข้าร่วมงาน ณ ห้องเพชรชมพู ชั้น 3 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งหลักสูตรนี้จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน สถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมกับหอการค้าไทย-จีน ได้รับการสนับสนุนจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ รายการจับจ้องมองจีน China Media Group

นายกำพล มหานุกูล นายกสมาคมฯ กล่าวต้อนรับ นางสาวจาง เซียวเซียว (Ms. Zhang Xiaoxiao) อุปทูตฝ่ายเศรษฐกิจและการค้าประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมแนะนำวัตถุประสงค์ของทั้งสองหลักสูตร ซึ่งเน้นการสร้างความเข้าใจทางธุรกิจระหว่างไทย-จีน และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยภายในงานมีการฉายตัวอย่างภาพยนตร์สั้นฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์จีน-ไทย “สายใยรักสองแผ่นดิน”

ปาฐกถาจากอุปทูตจีน สะท้อนวิสัยทัศน์ท่ามกลางความไม่แน่นอน

นางสาวจาง เซียวเซียว ได้ถ่ายทอดคำกล่าวของท่านทูตหาน จื้อเฉียง โดยกล่าวถึงจุดยืนของจีนในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน โดยย้ำว่า “จีนและไทยไม่ใช่แค่เพื่อนบ้าน แต่เป็นพี่น้องที่มีเชื่อมโยงกันด้วยแม่น้ำ ภูเขา และอนาคตที่มีร่วมกัน”

คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และการทูตอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งยังคงแนบแน่นยิ่งขึ้นผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เช่น การเยือนไทยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในปี 2022 และการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ รวมถึงแผนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีในเร็วๆ นี้

ความร่วมมือการค้า-การลงทุนแน่นแฟ้น

จีนยังคงเป็น คู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย และเป็น ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรรายใหญ่ เช่น ทุเรียน ในปี 2567 มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสูงถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 ขณะที่บริษัทจีนลงทุนในไทยผ่าน BOI มากถึง 5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการผลิตของไทยในระดับภูมิภาค

จีนมีสัดส่วนนำเข้าสินค้าเกษตร ทุน (capital goods) และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป (intermediate goods) คิดเป็นกว่า 80% ของการนำเข้าทั้งหมด ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อนำมาใช้ในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ ภายในประเทศ ก่อนจะส่งออกต่อไปยังต่างประเทศหรือผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเอง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของจีนโดยรวมสูงกว่า

สามโอกาสสำคัญท่ามกลางความไม่แน่นอน

อุปทูตจีนชี้ให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ยังมีโอกาสที่แน่นอน 3 ประการที่ไทยสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับจีนได้ ได้แก่

1) โอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน

จีนเป็นคู่ค้ากับกว่า 150 ประเทศทั่วโลก มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจคิดเป็น 30% ของการเติบโตทั่วโลก โดยบริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในจีนมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 9

ในปีที่ผ่านมา จีนมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้าประเทศมากถึง 64 ล้านคน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 83 สะท้อนให้เห็นถึง ศักยภาพและโอกาสที่ผู้คนทั่วโลกมองเห็นในจีน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน

รัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านการนำเข้าและส่งออก โดยมีการจัดตั้งเขตนำร่องอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ในหลายพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ประชาชนจีนสามารถนำเข้าสินค้าโดยได้รับยกเว้นภาษีวงเงินไม่เกิน 26,000 หยวนต่อปี ซึ่งช่วยกระตุ้นการบริโภคและสนับสนุนการค้าออนไลน์ข้ามประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยแต่ละมณฑลมีนโยบายจูงใจที่แตกต่างกันไปตามศักยภาพของพื้นที่ เช่น มณฑลไห่หนาน ซึ่งเป็นเกาะ ได้รับการส่งเสริมให้เป็นเขตปลอดภาษีสำหรับสินค้านำเข้า เมื่อนำเข้ามาผลิตแล้วสามารถส่งออกไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ได้โดยตรง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดนักลงทุน

จีนในปัจจุบันไม่เพียงแต่เป็นแหล่งผลิตของโลก แต่ยังเป็นตลาดบริโภคขนาดใหญ่ ด้วยประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน โดยในปีที่ผ่านมา มียอดการบริโภคภายในประเทศสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และจีนก็เปิดรับสินค้าคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ทุเรียนจากไทย

ท่านอุปทูตกล่าวว่า ปีที่แล้วมีปัญหาการตรวจพบสารตกค้างในทุเรียน แต่ในปีนี้ปริมาณทุเรียนจากไทยเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล จึงได้มีการหารือระหว่างจีนและกระทรวงเกษตรของไทย โดยไทยจะส่งรายชื่อบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือให้จีนพิจารณา ซึ่งจีนก็ได้ลดอัตราการตรวจสอบสารตกค้าง Basic Yellow 2 ในทุเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเข้า โดยมาตรการนี้จีนมอบให้เฉพาะประเทศไทย ถึงขั้นทำให้เวียดนามแสดงความไม่พอใจ

ท่านทูตขยายความว่าแม้จีนกับเวียดนามจะมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่จีนก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพและปริมาณการส่งออกของทุเรียนไทย ซึ่งมีมาตรฐานสูงและมีปริมาณส่งออกมากกว่าเวียดนามหลายเท่า นอกจากจะเป็นประโยชน์กับผู้ผลิตไทย ยังส่งผลดีต่อผู้บริโภคชาวจีนที่ได้บริโภคผลไม้คุณภาพดีด้วย

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าจีนยินดีเปิดรับสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และมีความมุ่งมั่นในการ ลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ จีนยังจัดงานระดับนานาชาติ เช่น China International Import Expo (CIIE) โดยเน้นการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ งานนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะกับคู่ค้าชาวจีนโดยตรง โดยทางจีนจะจัดหาผู้ซื้อภายในประเทศไปร่วมงาน เป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับการขยายตลาดเข้าสู่จีน

2) โอกาสจากความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสีเขียว-เศรษฐกิจดิจิทัล

จากข้อมูลที่รวบรวมโดยแผนกพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พบว่าปัจจุบันมีบริษัทจีนที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยมากกว่า 1,000 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิตและดำเนินธุรกิจในไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-10 ปี บริษัทเหล่านี้หลายแห่งมีพาร์ทเนอร์ไทยในฐานะซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 หรือ Tier 2 อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม บริษัทจีนหน้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจยังไม่มีเครือข่ายหรือพาร์ทเนอร์ไทย และยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ

จากการพูดคุยกับนักลงทุนจีน พบว่าหนึ่งในความท้าทายคือความแตกต่างด้านวัฒนธรรมการทำงาน เช่น คนไทยมักไม่ทำงานนอกเวลาหลังเลิกงาน หรือไม่รับการติดต่อเรื่องงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งอาจต่างจากวัฒนธรรมการทำงานของจีน ทางสถานทูตจีนจึงได้แนะนำให้บริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยปรับแนวคิดและพฤติกรรมการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของไทย พร้อมเน้นย้ำว่าหากสองฝ่ายพยายามปรับตัวเข้าหากันก็จะสามารถสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนได้

ในแง่ของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ บริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยได้ดำเนินการภายใต้กรอบของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งกำหนดให้แรงงานอย่างน้อย 75% ต้องเป็นคนไทย จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าหลายบริษัทจ้างแรงงานไทยมากถึง 90% หรือมากกว่า เช่น บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายหนึ่งที่มีสัดส่วนแรงงานไทยถึง 99%

อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างหรือได้รับการรายงานผ่านสื่อ ทำให้ข้อมูลเชิงบวกมักไม่ถูกนำเสนอเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน ข่าวเชิงลบที่ปรากฏในบางกรณีอาจเป็นส่วนน้อย แต่ได้รับความสนใจในวงกว้างมากกว่า

ทางฝ่ายจีนให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทจีนในไทย โดยมีการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับสมาคมธุรกิจจีนในประเทศไทย เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานที่เหมาะสม และเปิดรับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส

3) โอกาสจากการสร้างประชาคมไทย-จีน ที่มีอนาคตร่วมกัน

จีนยังคงยึดมั่นในนโยบายเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยกล่าวไว้ว่า“การเปิดประเทศก็เหมือนการเปิดประตูบ้าน ซึ่งจะมีทั้งแสงแดด ลม และแมลงเข้ามา แต่เราก็ไม่ควรปิดประตูเพียงเพราะกลัวแมลง” คำกล่าวนี้สะท้อนถึง แนวทางของจีนที่พร้อมเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสร้างโอกาสแก่ทุกฝ่ายในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในบริบทของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา หลายฝ่ายอาจสงสัยถึงท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามท่าทีของไทยถือว่ามีความชาญฉลาดหลักแหลม กล่าวคือไทยแสดงความต้องการเจรจากับสหรัฐอเมริกาอย่างสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

อุปทูตจีนแสดงความเชื่อมั่นว่า ผลการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะส่งผลเชิงบวกต่อประเทศอื่นๆ ด้วย โดยจีนจะยืนหยัดคัดค้านมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น การขึ้นภาษี และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบัน

จีนเชื่อว่าการสร้างสังคมโลกที่มีระเบียบและยึดหลักกติกาจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกประเทศ ในขณะที่การหันหลังให้กับความร่วมมือระหว่างประเทศ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้แก่โลก

อุปทูตจางกล่าวปิดท้ายด้วยการหยิบยกข้อความจากหนังสือพิมพ์มติชนที่ระบุว่า “มิตรภาพของสองประเทศคือคำตอบของสันติภาพและสังคมที่ยั่งยืน”

งานเปิดหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีนรุ่นที่ 2 ในครั้งนี้ ได้ฉายภาพความตั้งใจของทั้งสองประเทศที่จะเดินหน้าร่วมกัน ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง การสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้โลกก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...