โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ยังมีหวัง "แม้การเมืองป่วน"

PostToday

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 12.45 น.

แม้คลื่นการเมืองซัดแรง… แต่โอกาสปักธงไทยในเวทีเศรษฐกิจโลกยังอยู่แค่เอื้อม

ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังปรับจังหวะ พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจแสดงจุดยืนทางการเมืองด้วยการถอนตัวจากรัฐบาลผสม นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่อาจสะท้อนถึงพลังตรวจสอบถ่วงดุลภายในระบบประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกัน ยังเปิดช่องให้พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรได้เร่งปรับกลยุทธ์และขับเคลื่อนนโยบายหลักที่ประชาชนจับตา โดยเฉพาะ “กฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

กฎหมายแห่งอนาคต: ยกระดับ Soft Power และเศรษฐกิจไทย

ร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รวมแหล่งบันเทิงครบวงจร เช่น คาสิโน ศูนย์ประชุม โรงแรมระดับโลก และพื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาฯ ต้นเดือนกรกฎาคมนี้
• จุดเด่นของร่างนี้ ไม่ใช่แค่รายได้จากการท่องเที่ยว แต่คือการ “เปลี่ยนภาพลักษณ์” ของไทยในสายตาโลกให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความบันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเชิงท่องเที่ยว
• โครงการมีเป้าหมายชัดเจนในการแข่งขันกับญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเก๊า โดยไม่ต้องรอแค่นักลงทุนต่างชาติ แต่เป็นโอกาสให้ทุนไทยได้เติบโตไปด้วย
• รายงานจาก Integrated Advisory Group (IAG) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายที่ทำงานร่วมกับภาคนโยบาย ระบุว่า โครงการนี้สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 1 ล้านล้านบาทในระยะยาว และสร้างงานโดยตรง-ทางอ้อมได้กว่า 4 แสนตำแหน่งใน 10 ปี

เสถียรภาพใหม่บนพลังร่วม

แม้จะไม่มีเสียงจากพรรคภูมิใจไทย แต่เสียงสนับสนุนจากพรรคอื่น ๆ และความสนใจจากภาคธุรกิจ นักวิชาการ และภาคประชาชน ยังคงหลั่งไหล ด้วยความเข้าใจว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงกฎหมายคาสิโน แต่คือเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับพื้นที่ชายแดน และนำรายได้กลับเข้าประเทศอย่างมีระบบ

รายงานจาก IAG ยังชี้ว่า หากรัฐสามารถควบคุมได้ด้วยระบบใบอนุญาตและเทคโนโลยีโปร่งใส ความเสี่ยงทางสังคมจะลดลง และรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ตรงจุด พร้อมกำหนดโซนควบคุมพิเศษที่ไม่กระทบชุมชน

ชายแดนคือโอกาส ไม่ใช่ปัญหา

จากเหตุการณ์ปะทะชายแดนและคำสั่งห้ามแรงงานไทยเข้าคาสิโนฝั่งกัมพูชา ยิ่งสะท้อนว่าไทยควรมียุทธศาสตร์ของตนเอง ไม่ใช่แค่ควบคุม แต่ต้องสร้าง “พื้นที่เศรษฐกิจทางเลือก” ที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และเกื้อหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน

พื้นที่ชายแดน เช่น อรัญประเทศ มุกดาหาร และเชียงแสน ล้วนถูกประเมินจาก IAG ว่ามีศักยภาพสูง หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จะกลายเป็น “เกตเวย์เศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การจ้างงาน และธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน

บทสรุป: ไทยยังไปต่อได้

แม้มีแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นการเมือง แต่โอกาสทองของไทยในการเป็น “Entertainment & Creative Hub of ASEAN” ยังไม่หลุดมือ
ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ และการร่วมมือระหว่างฝ่ายการเมือง ภาคเอกชน และประชาชน ที่ต้องช่วยกันออกแบบอนาคตบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และการมีส่วนร่วม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...