โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คลังถกอนุกระตุ้นเศรษฐกิจ จับตาใช้ 4 หมื่นล้าน เยียวยาภาษีสหรัฐ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.2568) จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณางบกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งยังมีวงเงินเหลืออยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้เตรียมอนุมัติสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. เทศบาล และอบต.) ที่เสนอเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสถานการณ์เรื่องภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่ยังไม่จบลงโดยเร็ว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจปี 2568 มีความเสี่ยงชะลอตัวลงจากที่ประเมินไว้ รัฐบาลจึงอาจต้องวางแผนสำรองด้วยการเสนอโครงการใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงเหตุผลด้านเศรษฐกิจ การตรวจสอบข้อเสนอโครงการ และกรอบระยะเวลา (Timeline) เป็นหลัก

สำหรับการประชุมรอบที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการต้องปรับรายละเอียดโครงการ และกลับมาเสนออีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ และการพัฒนาทุนมนุษย์ด้วย

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบที่ผ่านมา ได้เห็นชอบเกณฑ์การตัดสินการใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนที่เหลืออีก 4 หมื่นล้านบาท จากที่ใช้ไปแล้ว 1.15 แสนล้านบาท

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

โดยเกณฑ์จะดูเรื่องความเหมาะสม ดูเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถูกต้องตามกฎหมาย ระยะเวลาการเบิกจ่าย และจะโฟกัสในเรื่องการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐด้วย

“การดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ จะมีทั้งในส่วนของผู้ส่งออก ภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากภาษี รวมถึงการที่จะมีสินค้าจากสหรัฐ หรือจีนเข้ามาบุกตลาดเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังจะครอบคลุมการช่วยเหลือภาคแรงงาน และเกษตรกรรายย่อยๆ อีกด้วย”

ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องเร่งพิจารณาให้ได้ไว เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัด เพราะต้องมีการเริ่มอนุมัติโครงการให้ใช้ได้ภายใน 30 ก.ย.นี้ แต่หากอนุมัติแล้วสามารถทำเป็นงบผูกพันไปได้ปีงบหน้า ส่วนกรณีงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมาดูว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีตัวเลขของบที่ไม่ตรงกันอยู่ ซึ่งจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ อีกรอบในวันที่ 23 ก.ค.นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...