โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BRICS กับศึกเศรษฐกิจโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.22 น.

ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ

ผู้อำนวยการหลักสูตรมหาบัณฑิต

คณะการทูตการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

“เมื่อพวกเราซื้อขายกันเอง แล้วจะต้องใช้เงินของเขาทำไม?” นี่คือประโยคจากรัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียในที่ประชุมกลุ่ม BRICS เมื่อกลางปี 2023 กลายเป็นคำถามที่เขย่าระบบเศรษฐกิจของโลกที่ยึดโยงกับเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง

เมื่อพูดถึงสถานการณ์โลกในวันนี้ คงจะหนีการพูดถึงกลุ่ม BRICS ไปไม่ได้…วันนี้มาคุยเรื่องนี้กันครับ

BRICS นั้นเดิมประกอบด้วยประเทศบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ตามตัวอักษรนำที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นคำว่า BRICS แต่ในปัจจุบันได้ขยายสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่แค่กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ อย่างที่ตั้งชื่อไว้ แต่มองดูดีๆจะเห็นว่า เป็นกลุ่มที่รวมไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐไว้ไม่น้อย จึงไม่แปลกที่การพยายามจะถีบตัวเองออกจากเงินดอลลาร์และระเบียบโลกทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะกลายเป็นที่พูดถึงกันในกลุ่มนี้

โลกหลายขั้ว ที่ไม่ได้พึ่งพาแค่สหรัฐ จึงอาจเป็นเป้าหมายของกลุ่มนี้

หนึ่งในจุดร่วมสำคัญของกลุ่มนี้ คือความไม่พอใจต่อการครอบงำของดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งไม่เพียงแต่ควบคุมระบบการเงินของโลกผ่าน SWIFT, World Bank, และ IMF เท่านั้น แต่ยังมองว่าสหรัฐใช้เงินดอลล่าร์เป็นเครื่องมือทางการเมืองมาตลอด

ความฝันของกลุ่ม BRICS ในวันนี้ จึงอาจเป็นการสร้างสกุลเงินใหม่ที่มีพลังและอำนาจไม่แพ้ดอลลาร์สหรัฐ รวมไปถึงการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการซื้อขายซึ่งกันและกัน แน่นอนว่า นี่เป็นจุดไต้ตำตอที่สหรัฐยอมไม่ได้ และนำไปสู่การแสดงออกอย่างแข็งกร้าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงที่ผ่านมา เข้าทำนองว่า ใครเข้ากับ BRICS เอ็งกับข้า เจอกัน!!

แต่ถ้าจะวิเคราะห์กันถึงความเป็นไปได้เรื่องของการล้มดอลลาร์ ก็คงจะต้องบอกว่า “ในระยะสั้น” น่าจะยาก เพราะโลกใบนี้ยังคงผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐฯเป็นหลัก เรียกได้ว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ในขณะที่เศรษฐกิจของสมาชิก BRICS เองก็ยังลุ่มๆดอนๆในบางครั้ง (ยกเว้นจีน) อีกทั้งระบบใหม่ใดๆที่พยายามจะคิดค้นขึ้นเพื่อให้แทนที่ระบบของสหรัฐฯ ก็ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนา

แต่ถ้าพูดถึงระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบวกกับท่าทีของสหรัฐในปัจจุบันที่พยายามจะเล่นเกมสงครามการค้าในรูปแบบที่ตีกับผู้อื่นไปเรื่อย รวมถึงการปิดดีลแบบเอารัดเอาเปรียบชาติอื่นอย่างชัดเจน ก็เชื่อได้ไม่ยาก ว่าอนาคตข้างหน้า การล้มดอลลาร์ อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ และไม่แน่ เงินหยวน อาจได้รับการยอมรับมากขึ้นโดยปริยายในสังคมโลก จนกลายเป็นระบบการเงินคู่ขนานไปกับสหรัฐฯในอนาคต จนอาจแซงและครองระบบเศรษฐกิจได้ในที่สุด

น่าสนใจไปกว่านั้น ต้องดูกันต่อไปยาวๆ ว่ากลุ่มนี้จะมีความร่วมมือด้านไหนเพิ่มเติมอีกหรือไม่ในอนาคต หากมีการเพิ่มเติมความร่วมมือไปสู่ด้านการเมืองและความมั่นคง โลกใบนี้แน่นอนว่าจะเดือดขึ้นอีกเป็นกอง

ในมุมของประเทศไทยเรา วันนี้เราไม่ใช่สมาชิก BRICS แต่ก็มีการค้ากับประเทศสมาชิกของ BRICS อยู่ตลอด ในขณะที่ยังผูกติดกับดอลลาร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางการแข่งขันกันของยักษ์ใหญ่ในตอนนี้ เราจึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกพอสมควร

ที่ผ่านมาเราพยายามใช้นโยบายแบบลู่ไปตามลม เข้ากับทุกคน ทุกกลุ่ม จนมีความพยายามที่จะเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ด้วยเช่นกัน งานนี้ก็ต้องบอกว่า “คิดดีๆนะจ๊ะ” วันนี้เราพร้อมแล้วหรือยังที่จะทำเช่นนั้น ?

เพราะเมื่อใดที่เป็นสมาชิก BRICS เราจะเถียงได้ยาก โดยเฉพาะกับสหรัฐ ว่า “ฉันไม่ได้เลือกข้างนะ” เพราะมองยังไงก็เลือกข้างในสายตาสหรัฐ และแน่นอนเราต้องรับผลกระทบและแรงกระแทกที่จะตามมา (แค่เรื่องภาษีตอนนี้ก็แย่ละ) และที่สำคัญต้องถามความพร้อมของคนในชาติในด้านเศรษฐกิจและการเงินด้วย ว่าถ้าร่วมแล้ว เกิดมีข้อตกลงอะไรกันขึ้นมา เราจะปรับตัวกันไหวไหม

ดังนั้น สิ่งที่ไทยควรทำที่สุดในเวลานี้ คือการเพิ่มขีดความสามารถในตัวเอง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเงิน ทำอย่างไรจะปลดแอกตัวเองได้จากทั้งดอลลาร์และหยวน เรียกว่า จะแข็งแรงและยืนได้ด้วยตัวเองยังไง ถ้ายืนได้เมื่อไร จะจับมืออาเซียนเพื่อตีตั๋วเป็นกลาง ก็จะพูดได้เต็มปากมากขึ้น และที่สำคัญ อาจจะเล่นบท “สะพาน” ได้ดี

แต่ก็อย่างที่บอก เราต้องแข็งแกร่งในระดับหนึ่งก่อน ไม่เช่นนั้น ก็ยากที่จะเล่นบทพวกนี้ เพราะลำพังโดนลากไปซ้ายทีขวาที ก็น่วมแล้ว…

เอวัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...