รู้จัก MRI เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ?
เอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือ แมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิ้ง หรือ เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจดูอวัยวะภายในโดยไม่มีการใส่ส่วนของอุปกรณ์ใดๆเข้าไปในร่างกาย (noninvasive equipment) หลักการทำงานของเอ็มอาร์ไอจะอาศัยการทำปฏิกิริยา ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและ คลื่นความถี่วิทยุ กับ อนุภาคโปรตอนที่อยู่ในส่วนประกอบของเนื้อเยื่อแต่ละชนิด ซึ่งปฏิกิริยานี้จะทำให้ได้สัญญาณภาพ (image signal)
สลด! ชายสวม “โซ่น้ำหนัก” ที่คอ ถูกเครื่อง MRI ดูดไปกระแทกเสียชีวิต
เตือนหน้าฝน! ระวังโรคไข้ดิน 2568 ป่วยแล้ว 308 ราย คร่าชีวิต 7 ราย
ข้อแนะนำการออกกำลังกายฉบับ “ผู้ป่วยโรคหัวใจ” ช่วยเสริมสุขภาพ
ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นภาพของอวัยวะภายในโดยระบบคอมพิวเตอร์ แมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิ้ง (MRI) เป็นเครื่องมือปลอดรังสีเอ็กซ์เพราะไม่ใช้รังสีเอ็กซ์ในการสร้างสัญญาณภาพ ของอวัยวะภายใน
เปรียบเทียบ MRI กับ MDCT scan
เมื่อดูภายนอกทางด้านหน้า เครื่องมือทั้งสองชนิดจะมีลักษณะคล้ายโดนัทขนาดยัก อุโมงค์ของเอ็มอาร์ไอ มักจะลึกกว่าของเครื่องเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
ขณะที่ทำการตรวจ ผู้ป่วยจะต้องนอนบนเตียงตรวจที่สามารถเลื่อนตัวคนไข้เข้าและออกจากอุโมงค์ อุโมงค์ของ เอ็มอาร์ไอมีหลายแบบ เช่น อุโมงค์ที่มีขนาดรวมทั้งอุโมงค์แบบเปิดสำหรับคนไข้ที่กลัวที่แคบ
- ผนังของอุโมงค์ของเอ็มอาร์ไอ จะบรรจุแม่เหล็กกำลังสูง (powerful magnet) และ เครื่องส่งสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุ (radiofrequency pulse)
- ส่วนผนังของอุโมงค์ของ เครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง256 สไลด์ (256 Slice Multi Detector CT scanner) จะบรรจุหลอดเอ็กซ์เรย์ (X-Rays Tube) เครื่องรับสัญญาณเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (MDCT scan)
เอ็มอาร์ไอ ทำงานอย่างไร
อาศัยปฎิกิริยาระหว่าง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นความถี่วิทยุ และ อนุภาคโปรตอน ในเนื้อเยื่อของรางกาย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางเคมีที่เป็นอันตราย เมื่ออานุภาคโปรตอนได้รับพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นความถี่วิทยุ อนุภาคโปรตอนในเนื้อเยื่อแต่ละชนิดก็จะมีการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งสมดุลเดิมไปอยู่ในระนาบที่ตั้งฉากกับแนวแกนของสนามแม่เหล็กกำลังสูง เมื่อการถ่ายเทพลังงานจากแหล่งกำเนิดคลื่นความถี่วิทยุหยุดลง อานุภาคโปรตอนที่ม่พลังงานสูงและกำลังเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งสมดุลเดิมก็จะมีการคายพลังงานออกมาเพื่อกลับสู่สมดุลเดิม พลังงานที่คายออกมาจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสัญญานภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และสร้างเป็นภาพของอวัยวะภายในในที่สุด
ข้อดีของการตรวจสมองด้วย MRI
- สามารถพบความผิดปกติได้รวดเร็ว และทำให้สามารถวินิจฉัยขอบเขตของโรคเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
- ไม่ต้องใช้รังสีในการสแกนตรวจสมอง ส่งผลให้ไม่เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดบางประการ
- สามารถวิเคราะห์ ตรวจระบบอวัยวะได้หลายจุด อาทิ ตรวจหัวใจ สมอง ปอด, ระบบกล้ามเนื้อ ข้อ และกระดูก, ระบบไขสันหลัง หลอดเลือด เป็นต้น
- ตรวจ MRI สมอง ตรวจเส้นประสาทไขสันหลัง หรือร่างกาย รวมถึงหลอดเลือด ไม่จำเป็นต้องสวนสายยางและฉีดสารทึบรังสี ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงและเป็นประโยชน์กับการแพทย์ในปัจจุบันอย่างมาก
- ภาพที่ได้จากการสแกนสมองด้วย MRI มีความคมชัด ตรวจได้หลายระนาบ สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อได้ ส่งผลให้การวินิจฉัยโรคเป็นไปอย่างแม่นยำ
- สามารถวินิจฉัยรอยโรคในตับได้ดีกว่าเครื่องมืออื่น ๆ
- หากมีการใช้สีกับเครื่อง MRI โอกาสเกิดการแพ้นั้นน้อยกว่าการทำเอกซเรย์หรือ CT Scan
ชนิดของการตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจ
การตรวจเอ็มอาร์ไอ หัวใจ ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสี ( Gadolinium contrast)
- Cardiac perfusion study เป็นการตรวจเพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
- Viability study เป็นการตรวจวินิจฉัยโรคของกล้ามเนื้อหัวใจว่าเกิดจากการขาดเลือดหรือจากสาเหตุอื่น เช่น ภาวะการอักเสบ และ ตรวจหาปริมาณ และ การแผ่ขยาย (expansion) ของกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด และของ กล้ามเนื้อหัวใจที่มีพยาธิสภาพจากโรคอื่น
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งของหัวใจ
- MR angiography คือการตรวจวินิจฉัยโรคของหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta) และ แขนง และหลอดเลือดดำใหญ่ (pulmonary artery , superior vena cava , inferior vena cava)
- การตรวจเอ็มอาร์ไอ หัวใจ โดยไม่มีการฉีดสารทึบรังสี
- การตรวจหาความผิดปกติ และ การอุดตันของหลอดเลือด โคโรนารี
- การตรวจสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac function, left ventricular/right ventricular ejection fraction)
- การตรวจหาความผิดปกติ ของลิ้นหัวใจและความรุนแรงของโรค
- การการตรวจหาความผิดปกติของหัวใจที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจ โดยร่วมกับการฉีดยาและ การฉีดสารทึบรังสี
- การตรวจชนิดนี้ได้แก่ MRI stress test การตรวจสมรรถภาพของหลอดเลือดหัวใจในการส่งเลือด ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจขณะหัวใจเกิดความเครียด(stress) โดยการกระตุ้นให้หัวใจเกิดความเครียดโดยการฉีดยา โดบูทามีน (dobutamine) หรือ อดีโนซีน (adenosine) เข้าทางหลอดเลือดดำ
MRI วินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง?
- ตรวจเส้นเลือดในสมอง โรคภาวะสมองขาดเลือด
- เนื้องอกในสมอง
- ตรวจโรคทางระบบประสาท และสมอง
- โรคหัวใจ
- โรคเกี่ยวกับช่องท้องและทรวงอก
- โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
- คัดกรองโรคสมองเสื่อม
- โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี และท่อน้ำดี
- โรคมะเร็งเต้านม
- โรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ ข้อ และกระดูก
การเตรียมตัวก่อนการตรวจ
- งดน้ำและอาหาร 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ ซึ่งขี้นอยู่กับชนิดของการตรวจ
- เปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่เสื้อที่แผนกที่ตรวจเตรียมไว้ให้
- ถอดฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง เครื่องประดับที่ทำด้วยโลหะออกให้หมด และเก็บไว้ในที่เก็บของที่แผนกเตรียมไว้ให้
- นำเหรียญสตางค์ บัตรเครดิต บัตรเอที่เอ็ม โทรศัพท์ ออกจากตัวให้หมด
กรณีต้องห้ามสำหรับการตรวจ
- สตรีมีครรภ์
- คนไข้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทำด้วยโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่นเครื่องกระตุ้น และเครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องปั๊มอินซูลิน
- คนไข้ที่มีอาการกลัวที่แคบ ส่วนที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป
ข้อจำกัดของเอ็มอาร์ไอ
- คนไข้ไม่สามารถจะนอนไม่เคลื่อนไหวตลอดการตรวจได้
- คนไข้ไม่สามารถจะกลั้นใจนิ่งหลายครั้งได้
- คนไข้ตัวใหญ่ไม่สามารถนอนในอุโมงค์ได้
- จังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอมีผลต่อคุณภาพของภาพ
- การตรวจวินิจฉัยโรคโดยใช้เอ็มอาร์ไอใช้เวลานานกว่า และ ราคาแพงกว่า การตรวจโดยเครื่องมืออื่น
ขั้นตอนการตรวจเอ็มอาร์ไอ
- ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายขั้นตอนการตรวจก่อนการตรวจ
- เมื่อผู้ป่วยตกลงใจที่จะทำการตรวจก็ให้ผู้ป่วยลงชื่อในใบเซ็นยินยอมเพื่อรับการตรวจ
- ให้คนไข้นอนหงายบนเตียงตรวจ จัดท่าคนไข้ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการตรวจ ติดแถบมัดตัวคนไข้เพื่อไม่ให้คนไข้เคลื่อนไหวออกจากตำแหน่ง
- ติดสายตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หน้าอกด้านซ้ายของคนไข้ ติดสายวัดการหายใจที่หน้าท้องของ คนไข้ และเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
- แจ้งให้คนไข้ทราบว่าระหว่างการตรวจ อาจขอให้ คนไข้กลั้นหายใจหลายครั้งประมาณครั้งละ 15-20 วินาที คนไข้จะได้รับการฝีกการกลั้นหายใจก่อนการตรวจ
- ผู้ป่วยที่ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอ ชนิดที่ต้องฉีดสารทึบรังสี และ ฉีดยาจะได้รับการเปิดเส้นเลือดดำสำหรับฉีดสารทึบรังสีและ/หรือยา
- ระหว่างการตรวจไม่ควรขยับตัว ผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด
- ผู้ป่วยที่ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอ ชนิดที่ต้องฉีดสารทึบรังสี จะได้รับการแจ้งให้เจาะเลือดตรวจหน้าที่ของไตก่อนพิจารณาฉีดสารทีบรังสี
อะไรเกิดขึ้นบ้างในระหว่างการตรวจ
- ส่วนมากการตรวจเอ็มอาร์ไอ คนไข้จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด
- คนไข้บางคนอาจรู้สึกไม่สุขสบายขณะรับการตรวจ เนื่องจากต้องนอนอยู่ในอุโมงค์ที่แคบ และมีเสียงดังจากการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ แต่สามารถลดความดังได้ด้วยการให้คนไข้ใส่โฟมอุดหู
- คนไข้บางคนอาจขมคอเมื่อได้รับการฉีดสารเปรียบต่าง (gadolinium contrast)
- หลังจากตรวจเสร็จผู้ป่วยสามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้ ยกเว้นผู้ป่วยที่ได้รับยานอนหลับ หรือ ยาสลบ ต้องให้ผู้ป่วยพักฟื้นจนกว่าจะรู้สติสัมปชัญญะ
ความเสี่ยงต่ออันตรายจากการตรวจเอ็มอาร์ไอ
ปกติไม่มีความเสี่ยงสำหรับการตรวจทั่วไป ยกเว้นการตรวจ เอ็มอาร์ไอ stress test ที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตรวจ เช่น อาจมีอาการเจ็บหน้าอก หรือ หัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอาการแสดงที่บอกว่ามีหลอดเลือดโคโรนารีอุดตัน ความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดของเนื้อเยื่อไตจากการใช้ gadolinium contrast โดยเฉพาะในคนที่มีความเสื่อมของไต
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ และ โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์