โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้จัก MRI เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ?

PPTV HD 36

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.45 น.
จากกรณีที่สหรัฐฯ เกิดเหตุสลดไม่คาดฝัน เมื่อชายคนหนึ่งถูกเครื่อง MRI ดูดไปกระแทกจนเสียชีวิต เหตุเพราะสวมโซ่น้ำหนัก ไว้ที่คอ ทำความรู้จักเครื่อง MRI ข้อควรระวัง และการเตรียมตัวก่อนเข้าตรวจ

เอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือ แมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิ้ง หรือ เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจดูอวัยวะภายในโดยไม่มีการใส่ส่วนของอุปกรณ์ใดๆเข้าไปในร่างกาย (noninvasive equipment) หลักการทำงานของเอ็มอาร์ไอจะอาศัยการทำปฏิกิริยา ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและ คลื่นความถี่วิทยุ กับ อนุภาคโปรตอนที่อยู่ในส่วนประกอบของเนื้อเยื่อแต่ละชนิด ซึ่งปฏิกิริยานี้จะทำให้ได้สัญญาณภาพ (image signal)

สลด! ชายสวม “โซ่น้ำหนัก” ที่คอ ถูกเครื่อง MRI ดูดไปกระแทกเสียชีวิต

เตือนหน้าฝน! ระวังโรคไข้ดิน 2568 ป่วยแล้ว 308 ราย คร่าชีวิต 7 ราย

ข้อแนะนำการออกกำลังกายฉบับ “ผู้ป่วยโรคหัวใจ” ช่วยเสริมสุขภาพ

ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นภาพของอวัยวะภายในโดยระบบคอมพิวเตอร์ แมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิ้ง (MRI) เป็นเครื่องมือปลอดรังสีเอ็กซ์เพราะไม่ใช้รังสีเอ็กซ์ในการสร้างสัญญาณภาพ ของอวัยวะภายใน

เปรียบเทียบ MRI กับ MDCT scan

เมื่อดูภายนอกทางด้านหน้า เครื่องมือทั้งสองชนิดจะมีลักษณะคล้ายโดนัทขนาดยัก อุโมงค์ของเอ็มอาร์ไอ มักจะลึกกว่าของเครื่องเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง

ขณะที่ทำการตรวจ ผู้ป่วยจะต้องนอนบนเตียงตรวจที่สามารถเลื่อนตัวคนไข้เข้าและออกจากอุโมงค์ อุโมงค์ของ เอ็มอาร์ไอมีหลายแบบ เช่น อุโมงค์ที่มีขนาดรวมทั้งอุโมงค์แบบเปิดสำหรับคนไข้ที่กลัวที่แคบ

  • ผนังของอุโมงค์ของเอ็มอาร์ไอ จะบรรจุแม่เหล็กกำลังสูง (powerful magnet) และ เครื่องส่งสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุ (radiofrequency pulse)
  • ส่วนผนังของอุโมงค์ของ เครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง256 สไลด์ (256 Slice Multi Detector CT scanner) จะบรรจุหลอดเอ็กซ์เรย์ (X-Rays Tube) เครื่องรับสัญญาณเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (MDCT scan)

เอ็มอาร์ไอ ทำงานอย่างไร

อาศัยปฎิกิริยาระหว่าง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นความถี่วิทยุ และ อนุภาคโปรตอน ในเนื้อเยื่อของรางกาย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางเคมีที่เป็นอันตราย เมื่ออานุภาคโปรตอนได้รับพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นความถี่วิทยุ อนุภาคโปรตอนในเนื้อเยื่อแต่ละชนิดก็จะมีการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งสมดุลเดิมไปอยู่ในระนาบที่ตั้งฉากกับแนวแกนของสนามแม่เหล็กกำลังสูง เมื่อการถ่ายเทพลังงานจากแหล่งกำเนิดคลื่นความถี่วิทยุหยุดลง อานุภาคโปรตอนที่ม่พลังงานสูงและกำลังเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งสมดุลเดิมก็จะมีการคายพลังงานออกมาเพื่อกลับสู่สมดุลเดิม พลังงานที่คายออกมาจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสัญญานภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และสร้างเป็นภาพของอวัยวะภายในในที่สุด

ข้อดีของการตรวจสมองด้วย MRI

  • สามารถพบความผิดปกติได้รวดเร็ว และทำให้สามารถวินิจฉัยขอบเขตของโรคเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
  • ไม่ต้องใช้รังสีในการสแกนตรวจสมอง ส่งผลให้ไม่เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดบางประการ
  • สามารถวิเคราะห์ ตรวจระบบอวัยวะได้หลายจุด อาทิ ตรวจหัวใจ สมอง ปอด, ระบบกล้ามเนื้อ ข้อ และกระดูก, ระบบไขสันหลัง หลอดเลือด เป็นต้น
  • ตรวจ MRI สมอง ตรวจเส้นประสาทไขสันหลัง หรือร่างกาย รวมถึงหลอดเลือด ไม่จำเป็นต้องสวนสายยางและฉีดสารทึบรังสี ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงและเป็นประโยชน์กับการแพทย์ในปัจจุบันอย่างมาก
  • ภาพที่ได้จากการสแกนสมองด้วย MRI มีความคมชัด ตรวจได้หลายระนาบ สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อได้ ส่งผลให้การวินิจฉัยโรคเป็นไปอย่างแม่นยำ
  • สามารถวินิจฉัยรอยโรคในตับได้ดีกว่าเครื่องมืออื่น ๆ
  • หากมีการใช้สีกับเครื่อง MRI โอกาสเกิดการแพ้นั้นน้อยกว่าการทำเอกซเรย์หรือ CT Scan

ชนิดของการตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจ

การตรวจเอ็มอาร์ไอ หัวใจ ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสี ( Gadolinium contrast)

  • Cardiac perfusion study เป็นการตรวจเพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
  • Viability study เป็นการตรวจวินิจฉัยโรคของกล้ามเนื้อหัวใจว่าเกิดจากการขาดเลือดหรือจากสาเหตุอื่น เช่น ภาวะการอักเสบ และ ตรวจหาปริมาณ และ การแผ่ขยาย (expansion) ของกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด และของ กล้ามเนื้อหัวใจที่มีพยาธิสภาพจากโรคอื่น

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งของหัวใจ

  • MR angiography คือการตรวจวินิจฉัยโรคของหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta) และ แขนง และหลอดเลือดดำใหญ่ (pulmonary artery , superior vena cava , inferior vena cava)
  • การตรวจเอ็มอาร์ไอ หัวใจ โดยไม่มีการฉีดสารทึบรังสี
  • การตรวจหาความผิดปกติ และ การอุดตันของหลอดเลือด โคโรนารี
  • การตรวจสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac function, left ventricular/right ventricular ejection fraction)
  • การตรวจหาความผิดปกติ ของลิ้นหัวใจและความรุนแรงของโรค
  • การการตรวจหาความผิดปกติของหัวใจที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การตรวจเอ็มอาร์ไอหัวใจ โดยร่วมกับการฉีดยาและ การฉีดสารทึบรังสี

  • การตรวจชนิดนี้ได้แก่ MRI stress test การตรวจสมรรถภาพของหลอดเลือดหัวใจในการส่งเลือด ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจขณะหัวใจเกิดความเครียด(stress) โดยการกระตุ้นให้หัวใจเกิดความเครียดโดยการฉีดยา โดบูทามีน (dobutamine) หรือ อดีโนซีน (adenosine) เข้าทางหลอดเลือดดำ

MRI วินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง?

  • ตรวจเส้นเลือดในสมอง โรคภาวะสมองขาดเลือด
  • เนื้องอกในสมอง
  • ตรวจโรคทางระบบประสาท และสมอง
  • โรคหัวใจ
  • โรคเกี่ยวกับช่องท้องและทรวงอก
  • โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • คัดกรองโรคสมองเสื่อม
  • โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี และท่อน้ำดี
  • โรคมะเร็งเต้านม
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ ข้อ และกระดูก

การเตรียมตัวก่อนการตรวจ

  • งดน้ำและอาหาร 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ ซึ่งขี้นอยู่กับชนิดของการตรวจ
  • เปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่เสื้อที่แผนกที่ตรวจเตรียมไว้ให้
  • ถอดฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง เครื่องประดับที่ทำด้วยโลหะออกให้หมด และเก็บไว้ในที่เก็บของที่แผนกเตรียมไว้ให้
  • นำเหรียญสตางค์ บัตรเครดิต บัตรเอที่เอ็ม โทรศัพท์ ออกจากตัวให้หมด

กรณีต้องห้ามสำหรับการตรวจ

  • สตรีมีครรภ์
  • คนไข้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทำด้วยโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่นเครื่องกระตุ้น และเครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องปั๊มอินซูลิน
  • คนไข้ที่มีอาการกลัวที่แคบ ส่วนที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

ข้อจำกัดของเอ็มอาร์ไอ

  • คนไข้ไม่สามารถจะนอนไม่เคลื่อนไหวตลอดการตรวจได้
  • คนไข้ไม่สามารถจะกลั้นใจนิ่งหลายครั้งได้
  • คนไข้ตัวใหญ่ไม่สามารถนอนในอุโมงค์ได้
  • จังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอมีผลต่อคุณภาพของภาพ
  • การตรวจวินิจฉัยโรคโดยใช้เอ็มอาร์ไอใช้เวลานานกว่า และ ราคาแพงกว่า การตรวจโดยเครื่องมืออื่น

ขั้นตอนการตรวจเอ็มอาร์ไอ

  • ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายขั้นตอนการตรวจก่อนการตรวจ
  • เมื่อผู้ป่วยตกลงใจที่จะทำการตรวจก็ให้ผู้ป่วยลงชื่อในใบเซ็นยินยอมเพื่อรับการตรวจ
  • ให้คนไข้นอนหงายบนเตียงตรวจ จัดท่าคนไข้ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการตรวจ ติดแถบมัดตัวคนไข้เพื่อไม่ให้คนไข้เคลื่อนไหวออกจากตำแหน่ง
  • ติดสายตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หน้าอกด้านซ้ายของคนไข้ ติดสายวัดการหายใจที่หน้าท้องของ คนไข้ และเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • แจ้งให้คนไข้ทราบว่าระหว่างการตรวจ อาจขอให้ คนไข้กลั้นหายใจหลายครั้งประมาณครั้งละ 15-20 วินาที คนไข้จะได้รับการฝีกการกลั้นหายใจก่อนการตรวจ
  • ผู้ป่วยที่ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอ ชนิดที่ต้องฉีดสารทึบรังสี และ ฉีดยาจะได้รับการเปิดเส้นเลือดดำสำหรับฉีดสารทึบรังสีและ/หรือยา
  • ระหว่างการตรวจไม่ควรขยับตัว ผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด
  • ผู้ป่วยที่ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอ ชนิดที่ต้องฉีดสารทึบรังสี จะได้รับการแจ้งให้เจาะเลือดตรวจหน้าที่ของไตก่อนพิจารณาฉีดสารทีบรังสี

อะไรเกิดขึ้นบ้างในระหว่างการตรวจ

  • ส่วนมากการตรวจเอ็มอาร์ไอ คนไข้จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด
  • คนไข้บางคนอาจรู้สึกไม่สุขสบายขณะรับการตรวจ เนื่องจากต้องนอนอยู่ในอุโมงค์ที่แคบ และมีเสียงดังจากการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ แต่สามารถลดความดังได้ด้วยการให้คนไข้ใส่โฟมอุดหู
  • คนไข้บางคนอาจขมคอเมื่อได้รับการฉีดสารเปรียบต่าง (gadolinium contrast)
  • หลังจากตรวจเสร็จผู้ป่วยสามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้ ยกเว้นผู้ป่วยที่ได้รับยานอนหลับ หรือ ยาสลบ ต้องให้ผู้ป่วยพักฟื้นจนกว่าจะรู้สติสัมปชัญญะ

ความเสี่ยงต่ออันตรายจากการตรวจเอ็มอาร์ไอ

ปกติไม่มีความเสี่ยงสำหรับการตรวจทั่วไป ยกเว้นการตรวจ เอ็มอาร์ไอ stress test ที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตรวจ เช่น อาจมีอาการเจ็บหน้าอก หรือ หัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอาการแสดงที่บอกว่ามีหลอดเลือดโคโรนารีอุดตัน ความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดของเนื้อเยื่อไตจากการใช้ gadolinium contrast โดยเฉพาะในคนที่มีความเสื่อมของไต

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ และ โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...