โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐ-จีน ลุ้นชี้ขาดเกมการค้า ใครได้เปรียบในสมรภูมิชิป-แร่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 02.55 น.

การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนเปิดฉากอีกครั้งที่กรุงลอนดอน โดยมีเดิมพันสำคัญคือ “แร่หายาก” และ “เทคโนโลยีชิป” ซึ่งต่างฝ่ายต่างถือเป็นแต้มต่อเชิงยุทธศาสตร์ในการต่อรอง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนจะกลับมาเจรจาการค้ากันอีกครั้งเป็นวันที่สองในลอนดอน โดยหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงควบคุมการส่งออกสินค้า เช่น แร่ธาตุหายาก ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

การเจรจารอบใหม่นี้มีการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้พูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการพูดคุยที่รอคอยมานานและดูเหมือนจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตลอดเดือนที่แล้ว ภายหลังการทำข้อตกลงอย่างไม่คาดคิดที่นครเจนีวา

เดือนพฤษภาคม ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันอย่างมากในช่วงแรกเป็นเวลา 90 วัน บรรยากาศในตอนนั้นเป็นไปในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนั้นก็แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสองประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นข้อขัดแย้ง ได้แก่ การควบคุมของจีนต่อแร่หายาก และการเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐฯ

การส่งออกแร่หายากที่เกี่ยวข้องของจีนคาดว่าจะกลายเป็นหัวใจของการเจรจาที่กรุงลอนดอน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จีนไม่น่าจะยอมเสียอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ต่อแร่หายากเหล่านี้ ซึ่งมีความจำเป็นต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ และระบบป้องกันประเทศหลากหลายชนิด

โรบิน ซิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนประจำมอร์แกน สแตนลีย์ เขียนในบันทึกการวิเคราะห์ ว่า การควบคุมของจีนต่อซัพพลายแร่หายากกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกวางแผนและแสดงออกอย่างหนักแน่นเพื่อใช้เป็นอิทธิพลทางยุทธศาสตร์ การที่จีนครอบงำซัพพลายเชนอย่างเกือบเบ็ดเสร็จ หมายความว่าแร่หายากจะยังคงเป็นไพ่ต่อรองสำคัญในการเจรจาการค้า

นับตั้งแต่การเจรจาที่เจนีวา ทรัมป์ได้กล่าวหาว่าจีนได้ขัดขวางการส่งออกแร่หายาก พร้อมประกาศข้อจำกัดเพิ่มเติมด้านชิป และขู่ว่าจะยกเลิกวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ การดำเนินการเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้จากจีน ซึ่งมองว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงการค้าที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

สายตาจับจ้องไปที่การเจรจาในกรุงลอนดอนว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นพื้นฐานได้หรือไม่ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีพาณิชย์ โฮเวิร์ด ลัทนิค และผู้แทนการค้า เจมีสัน เกรียร์ จะเข้าร่วมประชุมกับคณะผู้แทนจีนซึ่งนำโดยรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง

สิ่งที่สหรัฐฯ อาจยอมแลกเปลี่ยน

ทรัมป์ได้อนุญาตให้ทีมเจรจาการค้า ซึ่งนำโดยเบสเซนต์ ผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกสินค้าบางประเภทของสหรัฐฯ ไปยังจีน ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้เคยถูกกำหนดไว้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ แหล่งข่าวกล่าวกับ CNN

ยังไม่แน่ชัดว่าทีมเจรจาจะยื่นข้อเสนออะไรออกไป แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลทรัมป์จะยังคงรักษาขีดเส้นไว้ที่เทคโนโลยีบางประเภทที่สหรัฐฯ มองว่ามีความสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันกับจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก

แลกกับการผ่อนปรนหรือยุติข้อจำกัดการส่งออกจำนวนหนึ่งหรือจำนวนมากในทันที สหรัฐฯ ต้องการให้จีนปล่อยปริมาณแร่หายากออกมาในระดับสูง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จีนดูเหมือนจะส่งสัญญาณในเชิงประนีประนอม โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการควบคุมการส่งออก กล่าวว่าได้ อนุมัติใบขออนุญาตบางส่วนที่เป็นไปตามข้อกำหนดแล้ว

จีนยินดีที่จะเพิ่มการสื่อสารและการเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้องในประเด็นควบคุมการส่งออก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้าตามระเบียบ

เควิน แฮสเส็ตต์ หัวหน้าสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ของ CBS ว่า ฝ่ายสหรัฐฯ จะพยายามฟื้นฟูกระแสการส่งออกแร่หายากที่สำคัญเหล่านั้นกลับมาเพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่ถึงระดับที่เชื่อว่าเคยตกลงกันไว้ที่เจนีวา พร้อมเสริมว่ามั่นใจมาก จะมีข้อตกลงการค้าเกิดขึ้นหลังการเจรจา

แฮสเส็ตต์กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์อาจเปิดรับการผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนต่อไมโครชิปที่จีนถือว่ามีความสำคัญต่อภาคการผลิต แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงจำกัดการเข้าถึง ชิป Nvidia ขั้นสูง ซึ่งสามารถใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลไบเดนได้ตัดการเข้าถึงชิป AI ส่วนใหญ่จากจีนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง และรัฐบาลทรัมป์ยังคงนโยบายดังกล่าวไว้

ไพ่สำคัญ

เดือนเมษายน ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศยกระดับ จีนได้ออกระเบียบใบอนุญาตใหม่ต่อแร่หายาก 7 ชนิด และแม่เหล็กหลายประเภท โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องขออนุมัติเป็นรายครั้ง และแสดงเอกสารยืนยันการใช้งานปลายทางของวัสดุนั้น

ภายหลังการเจรจาที่เจนีวา รัฐบาลทรัมป์คาดว่าจีนจะยกเลิกข้อจำกัดเหล่านั้น แต่ CNN รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า การอนุมัติอย่างล่าช้าของจีนก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากภายในทำเนียบขาว

แร่หายากเป็นกลุ่มธาตุ 17 ชนิดที่พบมากกว่าทองคำ และมีอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ แต่แร่เหล่านี้มีต้นทุนการสกัดและกระบวนการแปรรูปสูง รวมถึงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จีนควบคุมการแปรรูปแร่หายากทั่วโลกอยู่ถึง 90%

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เป็นไปได้ที่จีนจะใช้ข้อได้เปรียบด้านแร่หายากนี้เป็นไพ่ต่อรอง เพื่อให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกของตนเอง ที่มีเป้าหมายเพื่อสกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจากสหรัฐฯ

หอการค้าอเมริกันในจีนกล่าวว่า ซัพพลายเออร์จีนบางรายที่ส่งของให้บริษัทสหรัฐฯ ได้รับใบอนุญาตการส่งออกแบบมีระยะเวลา 6 เดือน Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 2 รายว่า ซัพพลายเออร์ของบริษัทรถยนต์สหรัฐฯ รายใหญ่ เช่น เจเนอรัล มอเตอร์ส, ฟอร์ด และผู้ผลิต Jeep อย่าง Stellantis ก็ได้รับใบอนุญาตชั่วคราวเช่นกัน

แม้จีนอาจเร่งการอนุมัติใบอนุญาตเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศทางการทูต แต่บันทึกการวิจัยเมื่อวันศุกร์จาก Leah Fahy นักเศรษฐศาสตร์ด้านจีนของ Capital Economics บริษัทที่ปรึกษาในลอนดอน ระบุว่า การเข้าถึงแร่หายากจากจีนน่าจะยังจำกัดมากกว่าช่วงก่อนเดือนเมษายน

ปัญหาเศรษฐกิจของจีน

ขณะที่จีนเผชิญหน้ากับสงครามภาษีกับสหรัฐฯ ความเสียหายทางเศรษฐกิจก็ยังดำเนินต่อไป ข้อมูลการค้าและราคาที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์แสดงภาพเศรษฐกิจจีนที่พึ่งพาการส่งออกอย่างหนักในภาวะซบเซา

การส่งออกโดยรวมในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นเพียง 4.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลของสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ถือเป็นการชะลอตัวลงอย่างมากจากระดับ 8.1% ในเดือนเมษายน และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลของ Reuters คาดไว้ที่ 5.0%

การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากถึง 34.5% การลดลงรายเดือนนี้รุนแรงกว่าการลดลง 21% ในเดือนเมษายน แม้จะมีการประกาศสงบศึกทางการค้าเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐฯ ลดจาก 145% เหลือ 30%

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านเงินฝืดยังคงกดดันเศรษฐกิจจีน จากข้อมูลของสำนักสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ที่เผยแพร่แยกเมื่อวันจันทร์ ในเดือนพฤษภาคม ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน ซึ่งเป็นตัววัดเงินเฟ้อ ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

อัตราเงินฝืดจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งวัดจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 3.3% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบปีต่อปี การลดลงครั้งนี้ถือว่าเป็นการหดตัวมากที่สุดในรอบ 22 เดือนตามข้อมูลของ NBS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...