เวียดนามอ่วม ยอดส่งออกทุเรียนหาย 50% จีนเข้มตรวจสารปนเปื้อน ทำผู้ค้าจีนหันมาสั่งซื้อทุเรียนไทย เพราะทุเรียนไทยตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามาจากต้นไหน
The Structure
อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 03.10 น. • The Structureกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่าอุตสาหกรรมทุเรียนในเวียดนามกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก หลังจีนเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบสารปนเปื้อน (แคดเมียมและ Basic Yellow 2) ในทุเรียนนำเข้าอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นปีนี้
ส่งผลให้การส่งออกทุเรียนของเวียดนามไปยังจีนในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือเพียง 35,000 ตัน เหตุการณ์นี้ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สำคัญของเวียดนามได้รับผลกระทบโดยตรง ราคาซื้อทุเรียนตกต่ำลงกว่าครึ่ง และใช้เวลาในการผ่านพิธีการศุลกากรนานขึ้น จากเดิม 3 วัน เป็น 10 วัน ทำให้ทุเรียนเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภคในจีน
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้นำเข้าจากจีนเปลี่ยนคำสั่งซื้อ มาซื้อทุเรียนไทย จนทำให้ไทยส่งออกทุเรียนไปจีนได้ถึง 71,000 ตัน ซึ่งมากกว่าเวียดนามถึงสองเท่า และมีราคาที่มั่นคงกว่า สร้างความกังวลให้แก่ชาวสวนทุเรียนเวียดนามอย่างมาก
กระทรวงเกษตรของเวียดนามมองว่าประเทศไทยสามารถเป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ที่ทุเรียนไทยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทุเรียนแต่ละต้น
ทำให้ศุลกากรจีนลดสัดส่วนการสุ่มตรวจทุเรียนไทยลงและเปิดช่องทางพิเศษให้ เนื่องจากมีอัตราการถูกตีกลับต่ำกว่า 1% ในขณะที่ระบบของเวียดนามยังตรวจสอบย้อนกลับได้เพียงระดับโรงบรรจุเท่านั้น
กระทรวงเกษตรเวียดนามพยายามใช้มาตรการหลายด้าน โดยเริ่มโครงการนำร่องการผสมเกสรด้วยโดรนและเทคโนโลยีคัดแยกอัจฉริยะในจังหวัดลองอัน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ทุเรียนแช่แข็งและทุเรียนอบแห้ง
พร้อมทั้งขยายตลาดใหม่ๆ เช่น เกาหลีใต้และตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่ามาตรการเหล่านี้ยากที่จะชดเชยการสูญเสียในตลาดจีนได้ในระยะสั้น
มีรายงานว่าเวียดนามกำลังเร่งดำเนินการรับรองรหัสพื้นที่เพาะปลูกทุเรียน นำร่องระบบในการตรวจสอบย้อนกลับด้วยบล็อกเชน เพื่อสร้างระบบควบคุมคุณภาพตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งออก
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรเวียดนามยังได้ จัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน 300,000 ล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 380 ล้านบาท) เพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่าหากเวียดนามต้องการหลุดพ้นจากความยากลำบากและประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระบบควบคุมคุณภาพ
อย่างไรก็ดี ตลาดทุเรียนจีนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 6,992.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 แม้ว่าภาพรวมการนำเข้าทุเรียนของจีนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2025 จะลดลงเกือบ 50% เนื่องจากมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด แต่จีนก็กำลังกระจายแหล่งนำเข้ามากขึ้น
โดยเวียดนามมีการเติบโตอย่างโดดเด่นและกลายเป็นผู้เล่นหลักที่แข็งแกร่ง สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากไทยไปได้มาก โดยสัดส่วนการนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามในตลาดจีนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 4.66% ในปี 2565 เป็น 42.04% ในปี 2567
ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ไปยังจีน มีมูลค่าการนำเข้า 4,014.35 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วน 57.41% ในปี 567 แต่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนามที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามราคาและการสวมสิทธิ์ทุเรียนไทย อีกทั้งฟิลิปปินส์และมาเลเซียเริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดนี้มากขึ้น
DITP ให้ความเห็นว่า การรักษาคุณภาพและมาตรฐานของทุเรียนไทยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน และควรพิจารณากระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากจีน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว
อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP: https://www.ditp.go.th/post/205392