โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวิลด์แบงก์คาดการณ์จีดีพีไทยโต1.8%-แนะใช้ดิจิทัลเพิ่มศักยภาพ-หนุนศก.โต

Manager Online

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 08.09 น. • MGR Online

ธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์)เปิดตัวรายงานฉบับใหม่ Thailand Economic Monitor: Digital Pathways to Growth พร้อมประเมินจีดีพีไทยปี 2568 เติบโต 1.8%(จากเดิม 2.9%) และปี 2569 ที่ 1.7% จากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลก-ส่งออก-การบริโภคที่ชะลอตัว และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวในระดับปานกลาง แนะรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค-เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ-ขยายความร่วมมือทางการค้าเชิงลึก รวมถึงยกระดับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวช่วยในช่วงที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอน

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารโลกคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ของไทยคาดว่าจะชะลอลงมาอยู่ที่ 1.8% ในปี 2568 และ 1.7% ในปี 2569 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำและสะท้อนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลกในช่วงที่ผ่านมา การส่งออกที่อ่อนแอการบริโภคที่ชะลอตัว และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม หากความเชื่อมั่นด้านการลงทุนปรับตัวดีขึ้น GDP อาจเติบโตได้ 2.2% ในปี 2568 และ 1.8% ในปี 2569

"การปรับลดจีดีพีดังกล่าวมาจาก 3 ปัจจัยได้แก่ ผลกระทบจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก รวมถึงความอ่อนแอจากปัจจัยภายในของประเทศไทยโดยความไม่แน่นอนมีผลกระทบต่อภาคการส่งออก-การลงทุนซึ่งมีสัดส่วนในจีดีพีสูง และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้าจากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงจากความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้เราปรับลดตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศปีนี้มาที่ 37 ล้านคน ส่วนประเด็นพื้นที่ทางการคลังนั้น แม้จะแคบลงแต่ก็อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่หากในระยะถัดไปหนี้สาธารณะมีสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยไปก็นำไปสู่การชะลอตัวของจีดีพีประเทศ การกดดันด้านภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลต่อภาระการใช้จ่ายภาครัฐได้ อย่างไรก็ตาม ในด้านของเสถียรภาพถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล 7% อัตราเงินเฟ้อที่แตะ 0%ถือว่าต่ำสุดในเอเชีย แต่ยังคงต้องระวังในเรื่องความผันผวนของเงินทุนไหลออก และราคาน้ำมัน"

นายเกียรติพงศ์กล่าวอีกว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน แต่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ยังมีความ แข็งแกร่ง ช่วยพยุงภาพรวมเศรษฐกิจไว้ชั่วคราว โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งการส่งออกล่วงหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค การปรับการลงทุนของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการขยายความร่วมมือทางการค้าในเชิงลึก จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากพลวัตของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้

นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็ยังมีโอกาสในความท้าทายนั้น ซึ่งรายงานฉบับใหม่ของเวิลด์แบงก์มองถึงโอกาสทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของไทย ซึ่งจะสามารถช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ หากมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเสริมสร้างทักษะให้กับแรงงานไทย ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะย้อนกลับช่วยลดหนี้สาธารณะของไทยด้วย

ทั้งนี้ รายงาน Thailand Economic Monitor: Digital Pathways to Growth ฉบับใหม่ของธนาคารโลกได้ชี้ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเป็นตัวเร่งการเติบโตและสร้างงาน ยกระดับคุณภาพการให้บริการ และเพิ่มผลิตภาพของประเทศได้ ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน

นางสาวเมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา กล่าวว่า ขณะที่ประเทศไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในปี 256 การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลจะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ การประชุมระดับโลกครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพอุตสาหกรรมหลักต่างๆ อาทิ บริการดิจิทัล การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ธุรกิจการเกษตร และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งล้วนมีส่วนกำหนดอนาคตของประเทศไทย"

ทั้งนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยคาดว่ามีมูลค่าราว 6% ของ GDP และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคอาเซียน โดยอุตสาหกรรมบริการการเงิน การชำระเงินดิจิทัล ฟินเทศ ซอฟต์แวร์ และวิศวกรรม ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการจ้างงานเติบโตเร็วที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ดังนั้น ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะด้านดิจิทัล ที่นับว่าทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค การใช้ดิจิทัล ID และระบบการชำระเงินดิจิทัลอย่างแพร่หลาย (เช่น ThaiD และ PromptPay) ได้วางรากฐานที่แข็งแกร่ง สำหรับการเข้าถึงบริการทางการเงินและการขยายตัวของรัฐบาลดิจิทัลและอีคอมเมิร์ช โดยอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ชมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปีตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...