ทำไมความเบื่อถึงอันตรายต่อชีวิตเรามากกว่าที่คิด
สมัยนี้ใครๆ ก็สามารถ ‘แก้เบื่อ’ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายผ่านการคว้าโทรศัพท์มือถือมาไถ แตกต่างจากสมัยก่อนที่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทีวีเพื่อดูรายการโปรด รอระบบอินเทอร์เน็ตที่ช้าแสนช้า หรือใช้โทรศัพท์บ้านเพื่อโทรหาเพื่อน แต่ทราบไหมครับว่าคนในปัจจุบันกลับรู้สึก ‘เบื่อ’ มากกว่าในอดีต โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่
ความเบื่อไม่ใช่เรื่องน่าสนุก (ก็แหงล่ะสิ!) เมื่อใดที่คุณรู้สึกเบื่อ เวลาจะไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่ภายในใจเผชิญพายุอารมณ์ทั้งความเศร้า เหงา เหนื่อย กระวนกระวาย โกรธ หรือหงุดหงิด นักจิตวิทยานิยามความเบื่อหน่ายเอาไว้ว่า “ภาวะที่เราปรารถนาจะทำกิจกรรมน่าพึงใจบางอย่าง แต่ไม่สามารถลงมือทำได้สำเร็จเสียที”
แม้อ่านดูเผินๆ ความเบื่อจะไม่มีพิษมีภัย แต่ทราบไหมครับว่าอาการเบื่ออาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคุณ และยิ่งถ้าคุณมีอาการเบื่อเรื้อรังก็จะส่งผลถึงความสุขในชีวิต การเรียน และการทำงาน แถมต้นเหตุของความเบื่อหน่ายที่เริ่มแพร่ระบาดมากขึ้นในปัจจุบันก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากสื่อดิจิทัลนั่นเอง
ความเบื่อหน่ายเปลี่ยนเราไปอย่างไร
เมื่อเราเบื่อ เราจะพยายามหากิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกพึงพอใจ แต่บางครั้งกิจกรรมนั้นกลับกลายเป็นการกระทำแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง และมักจะรบกวนงานตรงหน้าที่เราต้องทำให้เสร็จ เช่น เมื่อเราเบื่อก็จะหันไปกินขนมหรือไถสมาร์ทโฟน ส่วนคนที่เผชิญความเบื่อเรื้อรังอาจเริ่มมีพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นปัญหากว่านั้น เช่น ติดพนัน เสพยาเสพติด หรือขับรถแบบอันตราย เพื่อแสวงหาความท้าทายเร้าใจแก้ความเบื่อหน่ายที่กำลังเผชิญอยู่
ความเบื่อหน่ายยังส่งผลให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง นักจิตวิทยาเคยทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมดูภาพยนตร์ที่น่าเบื่อหน่ายหรืออยู่ในห้องคนเดียวเงียบๆ เป็นเวลา 15 นาทีโดยไม่มีอะไรทำ พวกเขาเลือกที่จะ ‘ช็อตไฟฟ้า’ ตัวเองเพื่อแก้เบื่อ การศึกษายังพบว่ากลุ่มคนที่เบื่อหน่ายยังมีแนวโน้มที่จะลงโทษคนที่อยู่ต่างกลุ่มทางสังคมด้วยอัตราโทษที่รุนแรงกว่า หรือแสวงหาความพึงใจจากการใช้ความรุนแรง เช่น การตัดสินใจฆ่าหนอนอย่างไร้เหตุผลหลังจากรับชมภาพยนตร์ที่น่าเบื่อ
ส่วนอีกมุมหนึ่งความเบื่อก็อาจจะมีข้อดี เพราะเมื่อใดก็ตามที่รู้สึกเบื่อหน่ายเรามักจะแสวงหากิจกรรมใหม่ๆ ความท้าทายใหม่ๆ หรือพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย อีกทั้งยังผลักดันให้พวกเรามีแรงแสวงหาความหมายในชีวิต และยึดมั่นกับอุดมการณ์บางอย่างทั้งในทางการเมืองและศาสนาแบบสุดตัว สิ่งเหล่านี้ต่างมอบเป้าหมายในชีวิต แม้ว่ามันจะส่งผลต่อชีวิตภาพรวมในทางบวกหรือลบก็ตาม
งานวิจัยบางชิ้นยังพบว่าความเบื่อหน่ายแบบกำลังดีจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การทดลองชิ้นหนึ่งที่ให้ผู้เข้าร่วมทำงานที่ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย ผลปรากฏว่าคนกลุ่มนี้มักจะคิดไอเดียใหม่ๆ ได้ดีกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานไม่ซ้ำซากจำเจ เนื่องจากคนที่ทำงานน่าเบื่อจะมีโอกาสปล่อยให้ความคิดล่องลอยซึ่งอาจช่วยเปิดประตูสู่ความคิดแปลกใหม่ที่น่าสนใจอีกด้วย
ความเบื่อหน่ายจึงเป็นเหรียญสองด้าน มันอาจผลักดันให้เรามีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์จากการแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจเพื่อแก้เบื่อซึ่งอาจเสี่ยงต่อการนำไปสู่การใช้ความรุนแรง และตัดสินใจหยุดกิจกรรมที่ไร้ความหมายและไม่น่าสนใจ แล้วหันไปใช้เวลากับกิจกรรมที่มีคุณค่าในชีวิตของเรา
อย่างไรก็ตาม หลักฐานดูจะเทไปในทางไม่ดีเสียมากกว่า เพราะความเบื่อนั้นสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิต อย่างเช่นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล อีกทั้งคนที่เบื่อหน่ายยังมีระดับความพึงพอใจในชีวิตต่ำกว่าคนที่ไม่รู้สึกเบื่ออีกด้วย
ส่วนในมิติของการทำงาน เราคงเคยชินกับคำว่าภาวะหมดไฟ (burnout) แต่ทราบไหมครับว่ายังมีคำศัพท์อีกคำหนึ่งสำหรับเรียกภาวะเบื่อจนไม่อยากทำงานนั่นคือ ‘boreout’ โดยพนักงานที่เบื่อหน่ายกับงานที่ทำอยู่นั้นมักจะไม่ค่อยใส่ใจและไม่พึงพอใจกับงานที่ตัวเองทำนัก ส่งผลให้ผลิตภาพต่ำเตี้ยและมีอัตราผิดพลาดสูง แถมพนักงานกลุ่มนี้ราว 2 ใน 3 ยังระบุว่าต้องการจะลาออก และราวครึ่งหนึ่งเคยขอลาป่วยเพียงเพราะเบื่องานที่ตัวเองทำ
ดังนั้น ความเบื่อจึงนับว่าอันตรายทั้งต่อตัวเราเองในแง่ร่างกาย พฤติกรรม และจิตใจ รวมถึงกระทบต่อองค์กรในแง่ผลกำไร เราจึงต้องคอยหากิจกรรมให้ตัวเองไม่รู้สึกเบื่อ ส่วนถ้าคุณสวมหมวกผู้ประกอบการหรือผู้จัดการก็ต้องคอยจับสังเกตว่าพนักงานภายใต้การดูแลนั้นกำลังเบื่ออยู่หรือเปล่า แล้วลองหาทางออกโดยการปรับลักษณะงาน เพิ่มความยืดหยุ่นเรื่องเวลางาน หรือหาโปรเจ็กต์พิเศษเพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานที่ทำอยู่
ทำไมเราถึงเบื่อ ทั้งที่สามารถเข้าถึงสื่อบันเทิงได้ด้วยปลายนิ้ว
ยุคสมัยที่เราเข้าถึงสิ่งบันเทิงต่างๆ ได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วคลิกอาจกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พวกเราเผชิญกับความเบื่อหน่ายได้ง่ายกว่าในอดีตอย่างน่าฉงน
สาเหตุที่อุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านี้ทำให้ความเบื่อหน่ายรุนแรงยิ่งขึ้นก็เนื่องจากมันช่วงชิงความสนใจของเราตลอดเวลาจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิเพื่อทำอะไรสักอย่างได้ เมื่อไม่สามารถจดจ่อสมาธิ สิ่งที่ตามมาก็คือความเบื่อหน่าย เพราะต้องคอยจัดการกับสารพันการแจ้งเตือนที่คอยกวนใจเราทั้งวัน การสำรวจชิ้นหนึ่งพบว่าเหล่าวัยรุ่นอาจต้องรับมือกับการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเฉลี่ยกว่า 237 ครั้งเลยทีเดียว
สาเหตุที่สองคือ อุปกรณ์ดิจิทัลเพิ่มความคาดหวังว่าเราจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ความเบื่อหน่ายจึงเกิดขึ้นจากความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ต้องการกับสิ่งที่เป็นจริง โซเชียลมีเดียพยายามกระตุ้นให้คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับสังคมออนไลน์ตลอดเวลาและโหยหาการเชื่อมต่อ แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบรับที่คาดหวังหรือไม่ได้ความสนใจในระดับที่ต้องการ สิ่งที่ตามมาก็คือความรู้สึกเบื่อหน่าย เหมือนพยายามเติมความปรารถนาเท่าไรก็ไม่เต็ม
สาเหตุที่สามคือ สื่อดิจิทัลถล่มเราด้วยข้อมูลข่าวสารปริมาณมหาศาลที่เนื้อหาไม่เชื่อมโยงกัน เช่น ถ้าคุณไถฟีดโซเชียลมีเดียก็อาจจะเห็นทั้งข่าวดารา โพสต์เรื่องลูกสาวของเพื่อนสมัยเด็ก โฆษณาขายเลโก้มือสอง ข่าวสงครามในตะวันออกกลาง โพสต์วิเคราะห์ซีรีส์สงครามส่งด่วน ฯลฯ สมองของเราจะไม่สามารถประมวลผลข้อมูลที่หลากหลายและหลากล้นเช่นนี้ได้จนรู้สึกว่าข้อมูลเหล่านี้ไร้ความหมาย นำไปสู่ความรู้สึกเบื่อหน่ายนั่นเอง
สาเหตุสุดท้ายฟังแล้วอาจดูย้อนแย้งนิดๆ เพราะอุปกรณ์และสื่อดิจิทัลคือสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่าย แต่เราก็มักจะหยิบสมาร์ทโฟนและเสพสื่อเหล่านั้นเป็นตัวเลือกแรกโดยหวังว่ามันจะช่วยคลายเบื่อ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจทำให้ความรู้สึกเบื่อหน่ายของเรารุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเบื่อเราก็ยิ่งเปลี่ยนแอปพลิเคชัน สลับแพลตฟอร์ม ไม่ต่างจากการเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้จะดูอะไรซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนอย่างชัดเจนว่าคุณกำลังเบื่อสุดๆ
ทางออกที่ฟังดูเหมือนง่ายแต่ลงมือทำไม่ง่ายนักคือการลดเวลาที่เราหมดไปกับอุปกรณ์และสื่อดิจิทัล ปิดการแจ้งเตือนโทรศัพท์แล้วหากิจกรรมอย่างอื่นทำโดยพยายามจดจ่อกับมัน หรือไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนโดยเน้นปฏิสัมพันธ์กับคนตรงหน้ามากกว่าคอยอ่านฟีดบนโซเชียลมีเดีย หรืออย่างน้อยที่สุดทุกครั้งที่เรารู้สึกเบื่อหน่าย ลองคิดหาทางเลือกอื่นก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้แก้เบื่อ เพราะมันอาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อยิ่งกว่าเดิม!
อ่านเพิ่มเติม:
Five ways boredom could be changing your behaviour, for better or worse
People are increasingly bored in our digital age
2016 Udemy Workplace Boredom Study
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง? แล้วพวกเขามีความสุขมากกว่าหรือเปล่านะ
- บริการเช่าลุง สุขใจทั้งคนเช่าและเหล่าชายวัยกลางคน
- เมื่อตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ เสียเงินอาจไม่เลวร้ายเท่าเสียความรู้สึก
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath