โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ขอกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ปลดอาวุธ แลกถอนทหารอิสราเอล ให้คำมั่นช่วยฟื้นฟูประเทศ

THE STATES TIMES

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • Hard News Team

(2 ก.ค. 68) รัฐบาลเลบานอนกำลังร่างคำตอบต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้กลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์วางอาวุธทั่วประเทศภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อแลกกับการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน ตามรายงานของแหล่งข่าววงในเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งถึงเบรุตเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน โดยโธมัส บารัค (Thomas Barrack) ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ประจำซีเรียและทูตประจำตุรกี ซึ่งได้นำเสนอแผนความร่วมมือ 6 หน้ากระดาษ ครอบคลุมการปลดอาวุธของเฮซบอลเลาะห์ การฟื้นฟูสัมพันธ์กับซีเรีย และการปฏิรูประบบการเงิน โดยการวางอาวุธจะเป็นไปแบบเป็นขั้นตอน และสหรัฐฯ ย้ำว่าจะไม่มีการช่วยเหลือฟื้นฟูประเทศ หากเฮซบอลเลาะห์ยังถืออาวุธ

ภายใต้แผนดังกล่าว ยังมีข้อเสนอให้สหประชาชาติดูแลกลไกการเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างอิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ โดยบารัคย้ำว่าโอกาสนี้ “อาจไม่หวนกลับมาอีก” แม้ยังไม่ได้รับการรับรองจากอิสราเอล ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่มีถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการต่อข้อเสนอนี้

เลบานอนได้ตั้งคณะกรรมการร่วมจากทำเนียบนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี และประธานรัฐสภา เพื่อร่างคำตอบเบื้องต้น โดยมีการหารือกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์อย่างใกล้ชิด แหล่งข่าวเผยว่าเฮซบอลเลาะห์ส่งสัญญาณพร้อมร่วมพูดคุย แต่ยังไม่ให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธ ด้านเลขาธิการกลุ่ม นายม์ กอซเซ็ม (Naim Qassem) กล่าวผ่านโทรทัศน์ว่า “เรามีสิทธิ์ที่จะพูดว่า 'ไม่' กับทั้งอเมริกาและอิสราเอล”

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง หลังสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในเดือนตุลาคม 2023 ทำให้พันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค รวมถึงเฮซบอลเลาะห์ เสียความได้เปรียบอย่างมาก อาวุธบางส่วนของกลุ่มถูกทำลายในการโจมตีทางอากาศ และคลังแสงบางแห่งถูกส่งมอบให้กองทัพเลบานอนตามข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...