โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนชี้เจรจาสหรัฐฯ มืออาชีพ-ตรงไปตรงมา ลุ้น ‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ อนุมัติก่อนดีลล่ม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.30 น.

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลกอย่างจีนและสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนไปสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเปิดเผยว่าการเจรจาในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ได้ข้อสรุปเป็น “ข้อตกลงกรอบการค้าใหม่” ที่อาจเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า โดยขณะนี้กำลังรอการพิจารณาอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งมีเส้นตายภายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ หากไม่สามารถอนุมัติได้ตามกำหนด ภาษีการค้าระหว่างสองประเทศจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนแตะระดับ 145%

สาระสำคัญของข้อตกลงที่เพิ่งได้ข้อยุติในลอนดอน คือ การยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกแร่ธาตุหายากและแม่เหล็กของจีน ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ขณะที่ทางฝั่งสหรัฐฯ ก็เตรียมลดการควบคุมส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และสารเคมีขั้นสูงที่เคยตอบโต้จีนมาก่อนหน้านี้ โดยรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ โฮเวิร์ด ลุตนิก ระบุว่าข้อตกลงกรอบใหม่นี้ได้ “เติมเนื้อหาให้กับโครงสร้าง” ของข้อตกลงเดิมที่เจรจาไว้ในนครเจนีวาเมื่อเดือนก่อน ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีข้อยุติในประเด็นการส่งออกแร่หายาก ทำให้การเจรจาชะงัก และต่างฝ่ายต่างเริ่มกลับมาใช้มาตรการควบคุมซึ่งกันและกัน

ข้อตกลงในลอนดอนยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจากทรัมป์และสี จิ้นผิง ซึ่งหากไม่เกิดขึ้นภายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ อัตราภาษีนำเข้าระหว่างกันจะพุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยฝั่งสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นจากราว 30% เป็น 145% ขณะที่จีนอาจตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 125% ซึ่งอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานโลกและทำให้ตลาดการค้าเข้าสู่ภาวะตึงเครียดรุนแรงอีกครั้ง

จีนชี้เจรจาสหรัฐฯ มืออาชีพ-ตรงไปตรงมา

หลี่ เฉิงกัง ผู้แทนการค้าระหว่างประเทศของจีนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับสื่อระหว่างการแถลงข่าวหลังการประชุมกลไกหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ ครั้งแรกว่า การเจรจาที่เกิดขึ้นตลอดสองวันในลอนดอนเป็นไปอย่าง “มืออาชีพ มีเหตุผล ลึกซึ้ง และตรงไปตรงมา” โดยทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงในหลักการร่วมกันได้ ตามฉันทามติที่ผู้นำทั้งสองประเทศเคยพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน รวมถึงข้อตกลงเดิมจากการเจรจาในเจนีวา

หลี่ เฉิงกังยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนมีความหวังว่าความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในลอนดอนจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน และผลักดันให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสองประเทศ แต่ยังช่วยสร้างพลังบวกให้แก่เศรษฐกิจโลกในภาพรวมด้วย

แม้การเจรจาจะมีทิศทางบวกและบรรลุกรอบข้อตกลงใหม่ แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า จะสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งระยะยาวที่ฝังลึกในประเด็นการค้า เทคโนโลยี และอำนาจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ซึ่งยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของทั้งสองผู้นำในสัปดาห์ต่อๆ ไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการตัดสินใจครั้งสำคัญก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของโลกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...