โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมทะเล เผยผลการชันสูตรซากปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงินเกยตื้น จ.ภูเก็ต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 15.22 น.

กรมทะเล เผยผลการชันสูตรซากปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงินเกยตื้น จ.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ได้รายงานผลการชันสูตรซากฉลามหัวค้อน ตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ว่าพบซากปลาฉลามหัวค้อนเกยตื้น บริเวณชายหาดในยาง หน้าเกาะปลิง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ ศวอบ.จึงได้ผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตาย

จากการตรวจสอบพบเป็น ปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน (Scalloped hammerhead : Sphyrna lewini) เพศเมีย อายุอยู่ในช่วงวัยรุ่น ขนาดความยาวลำตัว 240 เซนติเมตร น้ำหนัก 130.6 กิโลกรัม สภาพซากเริ่มเน่า สภาพภายนอกพบรอยแผลถลอกจากเกยตื้น รอยขูดขีดบริเวณผิวหนัง รอยช้ำบริเวณใต้ปาก และบริเวณใต้ท้อง พบลิ่มเลือดออกจากเหงือก

เมื่อเปิดดูอวัยวะภายใน กระเพาะอาหารไม่พบอาหารอยู่พบเป็นของเหลวปนกับตาปลา ส่วนลำไส้ไม่พบอาหารและพบพยาธิตัวกลม บริเวณผนังด้านนอกของลำไส้ใหญ่พบเนื้อตาย (Infarction) ขนาดยาว 12 ซม. ความกว้าง 8 ซม. ส่วนของตับมีลักษณะสีไม่สม่ำเสมอและพบสีคล้ำขึ้นกว่าปกติ พบจุดสีขาวกระจายทั่วเนื้อตับ พบทรายเข้าไปอุดตันภายในมดลูก ส่วนของอวัยวะภายในส่วนอื่นมีสภาพเริ่มเน่า

สันนิษฐานสาเหตุการตายคาดว่ามาจากการป่วย ด้วยภาวะตับอักเสบซึ่งเป็นอวัยวะภายในที่สำคัญของฉลาม ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ระบบการทำงานภายในผิดปกติ และนำไปสู่การเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ ศวอบ. ได้เก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และศึกษาด้านพันธุกรรมต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมทะเล เผยผลการชันสูตรซากปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงินเกยตื้น จ.ภูเก็ต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...