เปิดตำนาน “Thunderbirds” สุดยอดฝูงบินผาดแผลง อันดับ 1 ของโลก
เปิดตำนาน Thunderbirds สุดยอดฝูงบินผาดแผลง อันดับ 1 ของโลก ที่คำว่า “ไม่ได้” ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรม
ถ้าในโลกภาพยนตร์ Top Gun (ท็อป กัน) คือโรงเรียนการบิน ที่คัดแต่ระดับหัวกะทิมาฝึกฝนเป็นสุดยอดนักขับเครื่องบินรบ ในโลกความเป็นจริง Thunderbirds (ธันเดอร์เบิร์ดส) ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่ฝูงบินนี้เป็นการรวมตัวของสุดยอดทีมนักบินแห่งกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงการบินผาดแผลงด้วยเครื่องบิน F-16 สร้างความตื่นเต้น (ปนหวาดเสียวผสมลุ้นระทึก) และสร้างความประทับใจให้อเมริกันชนและผู้คนทั่วโลก (รวมทั้งประเทศไทยในปี 2009) มากว่า 70 ปี รวมโชว์ทั้งหมดกว่า 4,000 ครั้ง
กำเนิด Thunderbirds
ฝูงบินผาดแผลงที่ไม่เคยอ่อนข้อให้กับคำว่าเป็นไปไม่ได้ ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1953 ในฐานะหน่วยงาน 3600th Air Demonstration Unit ของกองทัพอากาศสหรัฐ ตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศลุก (Luke) รัฐแอริโซนา ก่อนที่ปี 1956 จะย้ายไปอยู่ที่ฐานทัพอากาศเนลลิส (Nellis) รัฐเนวาดา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการฝึกรบขั้นสูงของกองทัพอากาศสหรัฐ มีพื้นที่ฝึกบินขนาดใหญ่ และมีสภาพภูมิอากาศที่สามารถฝึกบินได้ตลอดทั้งปี
ส่วนที่ใช้ชื่อว่า Thunderbirds เพราะได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ในตำนานของชนพื้นเมืองอเมริกัน ที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังและความแข็งแกร่งนั่นเอง
Thunderbirds ที่ใช้เครื่องบินรบมาแล้วหลายรุ่น ไม่ได้กำเนิดขึ้นเพื่อแสดงผาดแผลงอย่างเดียว เพราะจุดหมายที่แท้จริง คือ เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ให้พลเมืองอเมริกันมีทัศนคติที่ดีต่อกองทัพอากาศ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน รวมทั้งแสดงความเป็นเลิศและศักยภาพขั้นสุดทุกด้านของเครื่องบินและนักบินกองทัพอากาศสหรัฐให้โลกเห็น
ขาดไม่ได้คือการเป็น “ทูตสันติภาพ” ของกองทัพอากาศสหรัฐ เช่นใน ค.ศ. 1987 ซึ่งเป็นการทัวร์ภูมิภาคตะวันออกไกล (The 1987 Far East Tour) ครั้งแรก พวกเขาเปิดการแสดงที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นการแสดงสาธิตของกองทัพสหรัฐครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศคอมมิวนิสต์
แหล่งรวมสุดยอดตัวท็อป
Thunderbirds สุดยอดฝูงบินผาดแผลง ประกอบด้วยนักบิน 8 นาย โดยเป็นนักบินสาธิตที่ขึ้นบิน 6 นาย เรียกเรียงลำดับ “Thunderbird 1-6” ซึ่งแต่ละนายก็จะมี “ฉายา” ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สนับสนุน 4 นาย พลเรือน 3 นาย และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญกว่า 25 สาขา รวมบุคลากรทั้งหมดแล้วกว่า 130 นาย
เดิมนักบิน Thunderbirds เป็นโลกของผู้ชายมาตลอดหลายสิบปี กระทั่งปี 2005 นาวาอากาศโท นิโคล มาลาโชวสกี (Lieutenant-colonel Nicole Malachowski) ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินหญิงคนแรกของฝูงบิน เรียกว่ากรุยทางให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบินผาดแผลงก็ว่าได้ เพราะหลังจากนั้นก็มีนักบินหญิงอีกหลายคนเข้าร่วมทีม
ฝูงบินนี้เป็นภาพแทน “อเมริกัน ดรีม” ก็คงไม่เกินจริง เพราะทุกคนมีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าใครจะมีภูมิหลังอย่างไร สิ่งที่เห็นได้ชัดคือทุกคนต่างเรียนรู้อย่างหนัก ฝึกหนักขั้นโหดหิน เพื่อเป็น “สุดยอด” ของกองทัพอากาศสหรัฐ ในแบบที่คำว่าผิดพลาดต้องไม่มีในพจนานุกรม
นักบินมีวาระประจำการ 2 ปี แต่ละปีจะมีนักบินเข้าใหม่ 3 นาย ซึ่งต้องผ่านการฝึกฝนและทดสอบอย่างเข้มข้น 2 เดือน ก่อนสอบวัดคุณสมบัติในเดือนมีนาคมของทุกปี เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จะเข้าสู่ฤดูการแสดงตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤศจิกายน รวมปีละราว 75 ครั้ง แต่ละครั้งทำการแสดงภาคพื้นดินและอากาศรวมระยะเวลาราวๆ 1 ชั่วโมง 15 นาที
ที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 300 ล้านคนใน 50 รัฐของสหรัฐ และอีกราว 60 ประเทศทั่วโลก ได้ชมสุดยอดการแสดงจาก Thunderbirds แต่หากระหว่างนั้นมีภารกิจเร่งด่วนก็สามารถปรับเปลี่ยนเครื่องบินโชว์ไปเป็นเครื่องบินรบ และเปลี่ยนจากนักบินผาดแผลงไปเป็นนักบินขับไล่ได้ภายใน 72 ชั่วโมง
สุดยอดฝูงบินผาดแผลง อันดับ 1 ของโลก
Thunderbirds ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดทีมบินผาดแผลง อันดับ 1 ของโลก ไม่เฉพาะด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบินที่เกิดจากการฝึกซ้อมซ้ำๆ แต่ยังอยู่ที่การแสดง “การบินหมู่” ที่โชว์ทักษะนักบิน เน้นความพร้อมเพรียงและความแม่นยำ และ “การบินเดี่ยว” ที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถสูงสุดของเครื่องบิน F-16
การบินทุกชุดของ Thunderbirds สร้างความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจให้ทุกคนที่ได้ชมจนแทบจะหยุดหายใจเลยทีเดียว
The Diamond หรือการบินรูปเพชร ใช้เครื่องบิน 4 ลำ แสดงความสามารถด้านการจัดระเบียบขบวนของทีม เป็นการบินระยะประชิดที่สุดในโลก เพราะหลังคาของเครื่องบินอยู่ห่างจากปีกของอีกลำเพียง 18 นิ้ว หรือ 45 เซนติเมตรเท่านั้น และต้องบินด้วยความเร็วสูง ถ้านักบินนายไหนมือสั่นแม้เพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิตได้
The High Bomb Burst หรือการบินระเบิดสูง หนึ่งในไฮไลต์การแสดงของฝูงบินผาดแผลง เพราะมีความเสี่ยงและยากที่สุด ผู้ชมจะเห็นเครื่องบิน 4 ลำทะยานเสียดฟ้า ก่อนแยกเป็น 4 ทิศ แล้วพุ่งดิ่งลงพลิกลำกลับมาขนานพื้น พุ่งเข้าหากันในแนวทแยง จากนั้นทั้ง 4 ลำจะบินกลับมาเข้าฝูงอย่างพร้อมเพรียงที่ศูนย์กลางการโชว์
การบินระเบิดสูงมีความเสี่ยงมาก เพราะเมื่อต้องบินขึ้นไปด้วยความเร็วสูง จะโดนถ่วงด้วยแรงจี (g) มหาศาล ปกติคนทั่วไปจะทนได้สูงสุดประมาณ 4 จี มากกว่านั้นหัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ แต่การบินนี้นักบินอาจเผชิญแรงจีถึง 7-8 จี การมองเห็นจะหดแคบลงเหมือนมองผ่านหลอดกาแฟ ถ้าอาการหนักอาจถึงขั้นหมดสติ ควบคุมเครื่องบินไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปแล้ว
The Solos หรือการบินเดี่ยว นักบิน 2 ลำจะแสดงศักยภาพของตัวเอง ก่อนเข้าบินสวนปะทะในระยะประชิดด้วยความเร็วเกือบ 1,000 ไมล์ต่อชั่วโมง หากช้าไปเพียง “มิลลิวินาที” หรือคำนวณระยะทางพลาดไปเพียงนิดเดียวก็อาจสัมผัสความตายได้
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทุกคนใน Thunderbirds ต้องมี คือ ความเชื่อมั่น ไว้เนื้อเชื่อใจ ศรัทธากันและกัน และหนุนศักยภาพของทุกคนในทีมอย่างถึงที่สุด
อุบัติเหตุบนน่านฟ้า
ถึงเทคโนโลยีการบินจะก้าวหน้าแค่ไหน มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสุดมากเท่าไหร่ แต่อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียรุนแรงหลายครั้ง
ปี 1958 เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินลำเลียง C-123B Provider ซึ่งเป็นเครื่องบินสนับสนุนฝูงบิน Thunderbirds ตกในพื้นที่ใกล้เมืองพาเย็ตต์ รัฐไอดาโฮ ระหว่างเดินทางจากฐานทัพอากาศในรัฐยูทาห์ไปยังฐานทัพอากาศในรัฐวอชิงตัน มีผู้เสียชีวิต 19 คน เชื่อว่าเป็นเพราะเครื่องบินบินผ่านฝูงนก ทำให้เครื่องบินขัดข้อง ถือเป็นอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตมากสุดของฝูงบิน
ปี 1964 เรืออากาศเอก จีน เดลวิน (Capt. Gene Devlin) นักบิน Thunderbirds เสียชีวิตด้วยเหตุเครื่องบิน F-105 Thunderchief ระเบิดบนน่านฟ้า เนื่องจากปัญหาโครงสร้างของเครื่องบิน ขณะทำการแสดงที่ฐานทัพอากาศแฮมิลตัน (Hamilton) ทำให้ทีมต้องกลับไปใช้เครื่องบิน F-100
ปี 1982 อุบัติเหตุ Diamond Crash ซึ่งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Thunderbirds
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม ปี 1982 ที่ฐานทัพอากาศอินเดียน สปริงส์ (Indian Springs) รัฐเนวาดา เมื่อนักบิน 4 นาย ได้แก่ นาวาอากาศตรี นอร์ม ลอว์รี ที่ 3 (Major Norm Lowry III) เรืออากาศเอก วิลลี เมย์ส (Captain Willie Mays) เรืออากาศเอก โจเซฟ “พีท” ปีเตอร์สัน (Captain Joseph “Pete” Peterson) และ เรืออากาศเอก มาร์ค อี. มีลันคอน (Captain Mark E. Melancon) เสียชีวิตระหว่างฝึกซ้อมการแสดง Diamond Loop เนื่องจากเครื่องบิน Thunderbird 1 ของลอว์รีขัดข้อง ทำให้เครื่องบินอีก 3 ลำต้องบินประคองรักษาระยะ
ท้ายสุดเครื่องบินทั้ง 4 ลำตกกลางทะเลทราย ทำให้ฝูงบินต้องยกเลิกการแสดงในปีนั้น
ปี 2018 เรืออากาศเอก สตีเฟน เดล แบคโน (Major Stephen Del Bagno) ฉายา “เคจัน” (Cajun) เสียชีวิตขณะฝึกซ้อม The High Bomb Burst ใกล้ฐานทัพอากาศเนลลิส สูงจากพื้นดิน 5,500-5,700 ฟุต ในจังหวะกลับเข้ารวมกลุ่ม เพราะถูกถ่วงด้วยแรงจีถึง 8.56 จี ทำให้หมดสติ เมื่อฟื้นแล้วเขาพยายามดีดตัวออกจากเครื่องบิน F-16 แต่ไม่ทัน…
แม้รู้ว่าถึงที่สุดอาจต้องแลกภารกิจการบินด้วยชีวิต แต่เหล่านักบิน Thunderbirds ก็พร้อมแลกอย่างไม่ลังเล เพื่อเป็น “สุดยอด” ในฝูงบินผาดแผลงระดับตำนานที่โลกต้องจดจำ
หมายเหตุ : ใครที่อยากรู้ว่ากว่าจะเป็นนักบิน Thunderbirds ต้องฝึกหนักและทุ่มเทแค่ไหน เสียน้ำตา เผชิญความเครียดและแรงกดดันมากเท่าไหร่ ดูได้ในภาพยนตร์สารคดี Air Force Elite: Thunderbirds (2025) สตรีมทาง Netflix
อ่านเพิ่มเติม :
- กามิกาเซ่-หน่วยรบพลีชีพ ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร? จากยุทธวิธีบนฟ้าสู่ใต้น้ำ
- กำเนิด “สนามบินดอนเมือง” จากดอนอีเหยี่ยว ถึงที่ดอนของเมือง อีกหนึ่งศูนย์กลางการบินของไทย
- ย้อนเหตุระทึก! ปี 2495 แอร์โฮสเตสไทย ช่วยชีวิตผู้โดยสารทั้งลำจากไฟไหม้
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
Air Force Elite: Thunderbirds (2025)
https://www.af.mil/About-Us/Fact-Sheets/Display/Article/104552/thunderbirds/
https://nationalvmm.org/get-to-know-the-u-s-air-force-thunderbirds/
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดตำนาน “Thunderbirds” สุดยอดฝูงบินผาดแผลง อันดับ 1 ของโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com