โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อิเล็กทรอนิกส์ไทย’ เผชิญจุดเปลี่ยนใหญ่ ภาษีสหรัฐ 36% บีบชะลอผลิต-ย้ายฐาน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 19.50 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.24 น.

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ เมื่อประเด็นภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่อาจสูงถึง 36% กลายเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างที่อาจสั่นคลอนรากฐานการผลิตที่สั่งสมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ การเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีให้แข่งขันได้จึงเป็นความหวังเร่งด่วนของภาคธุรกิจ

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ และอุปนายกสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ไทย ประเมินผลกระทบอย่างตรงไปตรงมากับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หากการเจรจาไม่สามารถลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่างเวียดนามที่ 20% หรือมาเลเซียที่ 25% ได้ ผู้ประกอบการในประเทศไทยจะเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างทันที

โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐสูง สิ่งที่คาดว่า จะเกิดขึ้นคือ การ“ชะลอการผลิต” และการ “เตรียมแผนการย้ายฐานการผลิต” ไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีที่เหมาะสมกว่า แม้ว่ากระบวนการย้ายฐานจริงจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีก็ตาม

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ ความเชื่อมั่นที่ทั่วโลกมีต่อประเทศไทยในฐานะ "ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ระดับภูมิภาค" ที่ได้รับการยอมรับมานานกว่า 50 ปี อาจเริ่มสั่นคลอนลงได้ หากประเทศไทยสูญเสียความได้เปรียบเชิงนโยบายไป

ดร.สัมพันธ์ ย้ำชัดว่า ในวงการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการแข่งขันสูงนี้ "ต้นทุนภาษี" ที่แตกต่างกันถึง 10-16% มีผลอย่างมหาศาลต่อการตัดสินใจของลูกค้าระดับโลก และส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในเวทีสากล

นี่คือ ปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าเรื่องของ "ค่าแรง" ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอุปสรรคหลัก ทั้งที่จริงแล้วในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ค่าแรงไม่ได้เป็นส่วนประกอบหลักของต้นทุน เมื่อเทียบกับมูลค่าของเครื่องจักร เทคโนโลยี และการวิจัย และพัฒนา นอกจากนี้ แรงงานฝีมือในประเทศไทยยังคงมีความสามารถในการปรับตัว และพัฒนาทักษะได้ตามความต้องการของอุตสาหกรรม

แม้ว่าในระยะยาว การกระจายตลาดจะเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน การเปลี่ยนคู่ค้าในภาคอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตราภาษีของไทยยังคงสูงกว่าคู่แข่ง

ดร.สัมพันธ์ ย้ำด้วยว่า ตลาดสหรัฐ ยังคงเป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ และ "การรักษาตลาดนี้ไว้ คือ สิ่งสำคัญสูงสุดในระยะเวลาอันใกล้" แนวคิดเรื่องการ "หาตลาดใหม่" จำเป็นต้องได้รับการทบทวนอย่างรอบคอบ เพราะการเปลี่ยนตลาดในอุตสาหกรรมนี้ต้องใช้เวลา และไม่สามารถเข้ามาทดแทนตลาดหลักได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าไทยจะหมดหวังเสียทีเดียว หากประเทศไทยสามารถรักษาระดับภาษีให้แข่งขันได้ การลงทุนใหม่ๆ ก็ยังคงเกิดขึ้น และไทยก็ยังมีศักยภาพที่จะเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก (global value chain) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง จุดแข็งของไทย ไม่ว่าจะเป็น supply chain ที่ครบวงจร หรือแรงงานฝีมือที่มีความพร้อม ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ แต่สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการเสริมด้วย "นโยบายด้านภาษีที่สอดคล้อง" เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ เห็นความพยายามของรัฐบาล และทีมเจรจา ซึ่งทางสมาคมได้เสนอแนวทางเชิงรุก เพื่อนำพาอุตสาหกรรมนี้ผ่านพ้นวิกฤติ โดยเสนอให้มีการพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้

• พิจารณาแนวทาง “special tariff status” หรือข้อตกลงเฉพาะกลุ่ม (sectoral deal) สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

• เสนอกรอบความร่วมมือที่สหรัฐ ให้ความสำคัญ เช่น ความมั่นคงของ supply chain หรือการเป็น trusted partner

• ใช้แนวทาง “Reciprocal Incentive” เจรจาแบบ win-win เช่น ไทยลดภาษีให้สินค้าบางกลุ่ม แลกกับการลด tariff สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปสหรัฐ

• ทบทวนแนวคิดเรื่อง “หาตลาดใหม่” อย่างรอบคอบ เพราะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนตลาดต้องใช้เวลา และไม่สามารถทดแทนตลาดหลักได้ในทันที

ดังนั้น ช่วงเวลานี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับประเทศไทยว่า จะสามารถรักษาตำแหน่ง "ฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือ" ในสายตาของนักลงทุน และคู่ค้าทั่วโลกได้หรือไม่ การตัดสินใจเชิงนโยบายด้านภาษีในช่วงเวลาอันสำคัญนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทาง และอนาคตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยในเวทีโลก

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...