โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยพัฒนาเทคโนฯ ใช้ ‘สาหร่าย’ บำบัดน้ำเสีย ช่วยพื้นที่แล้งในออสเตรเลีย

Xinhua

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

  • 90f1e6f729e11563a27daed6373a0ac3

แคนเบอร์รา, 7 ก.ค. (ซินหัว) — มหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สในรัฐเซาท์ออสเตรเลียของออสเตรเลีย เปิดเผยว่าทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฯ กำลังพัฒนาแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยทดลองใช้สาหร่ายรีไซเคิลน้ำเสียในพื้นที่ชนบทที่ประสบภัยแล้ง

รายงานระบุว่าทีมนักวิจัยกำลังทดลองระบบบ่อเลี้ยงสาหร่ายประสิทธิภาพสูง (HRAP) ที่มีการพัฒนาเพิ่มเติม โดยใช้สาหร่ายเส้นใยชนิดพื้นถิ่น ซึ่งช่วยให้บำบัดน้ำเสียได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกำจัดตะกอนได้ง่ายขึ้น

ความก้าวหน้านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพน้ำที่สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่ต้องบริโภคอย่างการเกษตร แต่ยังเป็นทางเลือกต้นทุนต่ำและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพกว่าระบบบำบัดน้ำเสียแบบดั้งเดิม ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในชุมชนชนบท

ทีมนักวิจัยระบุว่าเทศบาลท้องถิ่นได้นำบ่อเลี้ยงสาหร่ายดังกล่าวมาใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ของเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นระบบกังหันน้ำพลังงานต่ำที่พายพัดหมุนเวียนน้ำเสียผ่านร่องน้ำที่เต็มไปด้วยสาหร่ายขนาดเล็กและแบคทีเรีย เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนในน้ำ

แซม บัตเตอร์เวิร์ธ นักวิจัยระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยฯ เปิดเผยว่าการก่อตัวของเม็ดกลุ่มสาหร่ายร่วมกับแบคทีเรียเป็นวิธีที่ทำให้ไบโอฟิล์มจับตัวแน่นและตกตะกอนได้เร็ว ส่งผลให้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดมีคุณภาพดีขึ้น

ปัจจุบันทีมนักวิจัยกำลังทดลองเทคโนโลยีบ่อเลี้ยงสาหร่ายแบบระบบบำบัดน้ำเสียที่ทำงานเป็นช่วงเวลา (SBR) ที่โรงบำบัดน้ำเสียแห่งหนึ่งในเซาท์ออสเตรเลีย โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับกระบวนการทางชีวภาพให้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขนาดใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...