“ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง”–เส้นทางสี จิ้นผิง(182)
“ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง”--เส้นทางสี จิ้นผิง(182)
ด้วยความช่วยเหลือจากสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) การบันทึกภาพรายการครั้งนี้ถือว่ามีคุณภาพสูงสุดในยุคนั้น โดยมีวงดุริยางค์ภาพยนตร์แห่งประเทศจีนเป็นผู้บรรเลงดนตรีประกอบ และคณะนักร้องประสานเสียงคณะศิลปะวิทยุส่วนกลางเป็นผู้ร้องประสานเสียง หลี่ ฮ่วนจือ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักดนตรีแห่งประเทศจีนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากเมื่อได้ฟังบทเพลงเหล่านี้ และได้เขียนชื่อเรื่องของรายการเพลงทางโทรทัศน์นี้ด้วยตัวเอง
นักร้องที่ร่วมการขับร้องล้วนเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดในขณะนั้น เฉพาะนางเผิง ลี่หยวนก็ขับร้องถึงสองบทเพลง ได้แก่ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์สีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นบทเพลงสรรเสริญทะเลของหมิ่นตง และ “แหล่งกำเนิดแห่งแสงดาว” ซึ่งเป็นบทเพลงสรรเสริญไฟฟ้าพลังงานน้ำของหมิ่นตง
เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าตอบแทน นางเผิง ลี่หยวนไม่ยอมรับเงินแม้แต่สตางค์เดียว เธอกล่าวว่า “หมิ่นตงคือบ้านเกิดที่สองของฉัน การรับใช้บ้านเกิดและพี่น้องคือหน้าที่ของฉัน การพูดถึงเงินจะทำให้รู้สึกห่างเหินกันเกินไป”
ต่อมาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ปี 1990 ทีมถ่ายทำใช้เวลากว่า 1 เดือน เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ของ 9 เมือง/อำเภอในหมิ่นตง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและขึ้นตรงต่อทางการระดับภูมิภาค โดยทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เดินทางรวมเกือบหมื่นกิโลเมตร เพื่อบันทึกภาพทิวทัศน์ของหมิ่นตงและวิถีชีวิตของประชาชน หลังจากนั้นได้ใช้เวลาอีกกว่า 2 เดือนในการตัดต่อจนเสร็จสมบูรณ์ที่สถานีโทรทัศน์มณฑลฝูเจี้ยน
วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ.1990 ภาพยนตร์เพลงทางโทรทัศน์เรื่อง “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง” ซึ่งมีความยาว 50 นาที ได้จัดฉายรอบปฐมทัศน์ที่ห้องส่งของสถานีโทรทัศน์มณฑลฝูเจี้ยน โดยนายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว เข้าร่วมงานตามคำเชิญ
หลังจากชมภาพยนตร์เพลงทางโทรทัศน์ที่ตนเองมีบทบาทสำคัญในการผลักดันจนสำเร็จ นายสี จิ้นผิงกล่าวว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งเสริมคุณธรรมอันดีงามและวัฒนธรรมของชาติ สร้างแรงบันดาลใจให้เรารักแผ่นดินเกิด รักดินแดนหมิ่นตงที่สวยงาม มหัศจรรย์ และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ มุ่งให้ผู้ชมเห็นถึงอนาคตที่สดใสของภารกิจต่างๆ ท้ายที่สุดก็ทำให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น เห็นถึงหนทางและพลัง เป็นการถ่ายทอดสรรเสริญเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของหมิ่นตงได้อย่างดีเยี่ยม และปลุกเร้าจิตใจของประชาชน”
เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง” ได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน และกลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศจีน ก่อให้เกิดเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานประกวดศิลปะทางโทรทัศน์ครั้งที่ 4 ของมณฑลฝูเจี้ยน และรางวัลที่ 3 “รางวัลแสงดาว” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดด้านศิลปะทางโทรทัศน์ระดับประเทศ ครั้งที่ 5
ช่วงปลายเดือนมกราคม ค.ศ. 1991 นายหวัง หลิง ได้ส่งวิดีโอเทปภาพยนตร์เรื่อง “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง” พร้อมด้วยหนังสือเพลงและจดหมายข่าวสมาคมศิลปะและวรรณกรรม ไปให้ท่านอาจารย์ปิงซิน “ผมจำได้ว่าบรรจุลงในถุงหนาๆ หนึ่งใบ ผมยังได้แนบจดหมายฉบับหนึ่งไปด้วย อธิบายสั้นๆ ถึงกระบวนการสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ ขอให้ท่านอาจารย์ปิงซินกรุณาติชมและให้ข้อเสนอแนะอันมีค่า เพื่อที่เราจะได้นำไปแก้ไขเพิ่มเติม”
ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน นายหวัง หลิงได้รับจดหมายตอบกลับจากวิทยาลัยชนชาติส่วนกลาง (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยชนชาติส่วนกลาง) บนซองติดแสตมป์ราคา 2 เจี่ยว ( 10 เจี่ยวเท่า 1 หยวน) เมื่อเปิดดู ปรากฏว่าเป็นลายมือที่อาจารย์ปิงซินเขียนด้วยตนเองว่า “เสียงเพลงที่สรรเสริญขุนเขาและท้องทะเลในบ้านเกิดนั้นเป็นสิ่งที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุด”
วัฒนธรรมของชนเผ่าเซอเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมหมิ่นตง ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้
ชนเผ่าเซอเรียกตนเองว่า “ซานฮา” ซึ่งหมายถึง “แขกผู้มาเยือนจากขุนเขา” หนิงเต๋อเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชาวเซออาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 มีประชากรชาวเซอหนึ่งแสนกว่าคน คิดเป็น 40% ของประชากรชาวเซอทั่วประเทศ และ 70% ของประชากรชาวเซอในมณฑลฝูเจี้ยน
หลังดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อ นายสี จิ้นผิงใส่ใจเป็นพิเศษต่อชาวเขาเหล่านี้ และได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและสำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยหลายครั้ง
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่