โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง”–เส้นทางสี จิ้นผิง(182)

China Media Group

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.57 น.
เดือนกรกฎาคม ค.ศ.1989 นายสี จิ้นผิง (ขวาสุด) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน จัดการประชุมภาคสนามที่ตำบลเซี่ยต่าง อำเภอโซ่วหนิง โดยนายหยาง อี้โจว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำตำบลเซี่ยต่าง ได้นั่งอยู่ตรงกลางที่ประชุมตามคำขอของนายสี จิ้นผิง (ภาพจากหนงสือ“สี จิ้นผิงทำงานที่หนิงเต๋อ”)

ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง”--เส้นทางสี จิ้นผิง(182)

ด้วยความช่วยเหลือจากสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) การบันทึกภาพรายการครั้งนี้ถือว่ามีคุณภาพสูงสุดในยุคนั้น โดยมีวงดุริยางค์ภาพยนตร์แห่งประเทศจีนเป็นผู้บรรเลงดนตรีประกอบ และคณะนักร้องประสานเสียงคณะศิลปะวิทยุส่วนกลางเป็นผู้ร้องประสานเสียง หลี่ ฮ่วนจือ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักดนตรีแห่งประเทศจีนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากเมื่อได้ฟังบทเพลงเหล่านี้ และได้เขียนชื่อเรื่องของรายการเพลงทางโทรทัศน์นี้ด้วยตัวเอง

นักร้องที่ร่วมการขับร้องล้วนเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดในขณะนั้น เฉพาะนางเผิง ลี่หยวนก็ขับร้องถึงสองบทเพลง ได้แก่ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์สีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นบทเพลงสรรเสริญทะเลของหมิ่นตง และ “แหล่งกำเนิดแห่งแสงดาว” ซึ่งเป็นบทเพลงสรรเสริญไฟฟ้าพลังงานน้ำของหมิ่นตง

เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าตอบแทน นางเผิง ลี่หยวนไม่ยอมรับเงินแม้แต่สตางค์เดียว เธอกล่าวว่า “หมิ่นตงคือบ้านเกิดที่สองของฉัน การรับใช้บ้านเกิดและพี่น้องคือหน้าที่ของฉัน การพูดถึงเงินจะทำให้รู้สึกห่างเหินกันเกินไป”

ต่อมาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ปี 1990 ทีมถ่ายทำใช้เวลากว่า 1 เดือน เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ของ 9 เมือง/อำเภอในหมิ่นตง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและขึ้นตรงต่อทางการระดับภูมิภาค โดยทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เดินทางรวมเกือบหมื่นกิโลเมตร เพื่อบันทึกภาพทิวทัศน์ของหมิ่นตงและวิถีชีวิตของประชาชน หลังจากนั้นได้ใช้เวลาอีกกว่า 2 เดือนในการตัดต่อจนเสร็จสมบูรณ์ที่สถานีโทรทัศน์มณฑลฝูเจี้ยน

วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ.1990 ภาพยนตร์เพลงทางโทรทัศน์เรื่อง “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง” ซึ่งมีความยาว 50 นาที ได้จัดฉายรอบปฐมทัศน์ที่ห้องส่งของสถานีโทรทัศน์มณฑลฝูเจี้ยน โดยนายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว เข้าร่วมงานตามคำเชิญ

หลังจากชมภาพยนตร์เพลงทางโทรทัศน์ที่ตนเองมีบทบาทสำคัญในการผลักดันจนสำเร็จ นายสี จิ้นผิงกล่าวว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งเสริมคุณธรรมอันดีงามและวัฒนธรรมของชาติ สร้างแรงบันดาลใจให้เรารักแผ่นดินเกิด รักดินแดนหมิ่นตงที่สวยงาม มหัศจรรย์ และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ มุ่งให้ผู้ชมเห็นถึงอนาคตที่สดใสของภารกิจต่างๆ ท้ายที่สุดก็ทำให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น เห็นถึงหนทางและพลัง เป็นการถ่ายทอดสรรเสริญเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของหมิ่นตงได้อย่างดีเยี่ยม และปลุกเร้าจิตใจของประชาชน”

เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง” ได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน และกลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศจีน ก่อให้เกิดเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานประกวดศิลปะทางโทรทัศน์ครั้งที่ 4 ของมณฑลฝูเจี้ยน และรางวัลที่ 3 “รางวัลแสงดาว” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดด้านศิลปะทางโทรทัศน์ระดับประเทศ ครั้งที่ 5

ช่วงปลายเดือนมกราคม ค.ศ. 1991 นายหวัง หลิง ได้ส่งวิดีโอเทปภาพยนตร์เรื่อง “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร-ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชาวหมิ่นตง” พร้อมด้วยหนังสือเพลงและจดหมายข่าวสมาคมศิลปะและวรรณกรรม ไปให้ท่านอาจารย์ปิงซิน “ผมจำได้ว่าบรรจุลงในถุงหนาๆ หนึ่งใบ ผมยังได้แนบจดหมายฉบับหนึ่งไปด้วย อธิบายสั้นๆ ถึงกระบวนการสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ ขอให้ท่านอาจารย์ปิงซินกรุณาติชมและให้ข้อเสนอแนะอันมีค่า เพื่อที่เราจะได้นำไปแก้ไขเพิ่มเติม”

ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน นายหวัง หลิงได้รับจดหมายตอบกลับจากวิทยาลัยชนชาติส่วนกลาง (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยชนชาติส่วนกลาง) บนซองติดแสตมป์ราคา 2 เจี่ยว ( 10 เจี่ยวเท่า 1 หยวน) เมื่อเปิดดู ปรากฏว่าเป็นลายมือที่อาจารย์ปิงซินเขียนด้วยตนเองว่า “เสียงเพลงที่สรรเสริญขุนเขาและท้องทะเลในบ้านเกิดนั้นเป็นสิ่งที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุด”

วัฒนธรรมของชนเผ่าเซอเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมหมิ่นตง ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้

ชนเผ่าเซอเรียกตนเองว่า “ซานฮา” ซึ่งหมายถึง “แขกผู้มาเยือนจากขุนเขา” หนิงเต๋อเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชาวเซออาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 มีประชากรชาวเซอหนึ่งแสนกว่าคน คิดเป็น 40% ของประชากรชาวเซอทั่วประเทศ และ 70% ของประชากรชาวเซอในมณฑลฝูเจี้ยน

หลังดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อ นายสี จิ้นผิงใส่ใจเป็นพิเศษต่อชาวเขาเหล่านี้ และได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและสำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยหลายครั้ง

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

https://www.jeenthainews.com/cmg/146715_20250625

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...