โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ฮุน เซน” ลั่นไทยต้องยอมรับสนธิสัญญาฝรั่งเศส อย่าขีดเส้นเขตแดนฝ่ายเดียว

เดลินิวส์

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 03.17 น. • เดลินิวส์
สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องไทยต้องยอมรับเนื้อหาของสนธิสัญญาซึ่งลงนามกับฝรั่งเศส เมื่อปี 2450 และเตือนว่า การที่ไทยกำหนดเขตแดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดพระวิหาร ทางตอนเหนือของกัมพูชา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีเนื้อหาตอนหนึ่ง เรียกร้องไทย "อย่าทำลาย ลืม หรือบิดเบือนประวัติศาสตร์" โดยเรียกร้องให้ไทยเคารพสนธิสัญญาฝรั่งเศส ร.ศ. 125 ปี 1907 หรือ พ.ศ. 2450

สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า “สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1907 ซึ่งรวมถึงแผนที่อย่างเป็นทางการ ต้องได้รับการเคารพ การเมินเฉยต่อเอกสารฉบับนี้ ถือเป็นการลักขโมย เราใช้แผนที่ถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยลงนามในสนธิสัญญานั้นกับฝรั่งเศส และต้องยอมรับมันด้วย”

การที่ไทยปฏิเสธยอมรับแผนที่จากสนธิสัญญา และลากเส้นกำหนดเขตแดนฝ่ายเดียว คือสาเหตุของความขัดแย้งในปัจจุบัน สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของไทย นำความทุกข์ยากมาสู่ชาวกัมพูชา เนื่องจากทำให้หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้พิการต้องหลบหนีออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง

สมเด็จฮุน เซน กล่าวด้วยว่า การอพยพและพลัดถิ่นฐานไม่ใช่สิ่งที่กัมพูชาต้องการ และเชื่อว่าคนไทยก็ไม่ต้องการเช่นกัน ขณะเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน กล่าวโทษ “กลุ่มผู้กระหายสงคราม” จำนวนหนึ่ง ที่ผลักดันให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความตึงเครียดทางการเมืองภายใน และลุกลามมาถึงปัญหาชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...