Apple อาจยกเครื่อง OS ใหม่ทุกไลน์ผลิตภัณฑ์
Apple อาจเตรียมยกเครื่องระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่! สู่ยุค "ระบุตามปีที่วางจำหน่าย" สร้างมาตรฐานใหม่ให้ Ecosystem
วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บริษัท Apple Inc. ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เตรียมพลิกโฉมระบบการตั้งชื่อซอฟต์แวร์ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ครอบคลุมระบบปฏิบัติการทั้งหมดใน Ecosystem เพื่อสร้างความสอดคล้อง ลดความสับสน และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานและนักพัฒนาไปอีกขั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของApple ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและมอบความเรียบง่ายในการใช้งาน
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการตั้งชื่อ: สู่ "ปีที่วางจำหน่าย"
แหล่งข่าววงในเปิดเผยถึงแผนการปฏิวัติการตั้งชื่อระบบปฏิบัติการ โดยเวอร์ชันใหม่จะถูกระบุด้วย "ปีที่วางจำหน่าย" แทนหมายเลขเวอร์ชันแบบเดิม นั่นหมายความว่า จากเดิมที่เรารู้จักกันในนาม "iOS 18" จะเปลี่ยนไปเป็น "iOS 26" รวมถึงการอัปเดตสำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ก็จะใช้ชื่อเป็น "iPadOS 26", "macOS 26", "watchOS 26", "tvOS 26" และ "visionOS 26" การปรับเปลี่ยนนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความกลมกลืนในแบรนด์ เนื่องจากปัจจุบันระบบปฏิบัติการต่างๆ เช่น iOS 18, watchOS 12, macOS 15 และ visionOS 2 ยังคงใช้หมายเลขเวอร์ชันที่แตกต่างกัน ตามวันที่เปิดตัวครั้งแรก
แม้โฆษกของApple ณ เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย จะปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่คาดการณ์กันว่า บริษัทฯ มีกำหนดการที่จะประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้อย่างเป็นทางการในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่Apple ใช้เปิดตัวนวัตกรรมซอฟต์แวร์ใหม่ๆ มาโดยตลอด
อินเทอร์เฟซผู้ใช้งานใหม่: "Solarium" เชื่อมต่อประสบการณ์
การปรับเปลี่ยนชื่อระบบปฏิบัติการครั้งนี้ จะมาพร้อมกับการยกเครื่องอินเทอร์เฟซผู้ใช้งาน (UI) ใหม่ทั่วทั้งระบบปฏิบัติการ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น เมื่อผู้ใช้งานเปลี่ยนไปมาระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ การออกแบบใหม่นี้มีชื่อเรียกภายในว่า "Solarium" และจะครอบคลุมถึง tvOS, watchOS และบางส่วนของ visionOS ตามรายงานของ Bloomberg News ในสัปดาห์นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Apple ในการสร้างประสบการณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวในทุกแพลตฟอร์ม
กลยุทธ์การตั้งชื่อใหม่นี้มีความคล้ายคลึงกับแนวทางที่เคยใช้โดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics Co. และ Microsoft Corp. โดย Samsung เคยเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนเรือธง Galaxy S ให้สอดคล้องกับปีที่เปิดตัว เช่น Galaxy S20 ในปี 2020 ในขณะที่ Microsoft ก็ได้เปลี่ยนไปตั้งชื่อระบบปฏิบัติการหลักตามปีที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1995 เช่น Windows 95, Windows 98 และ Windows 2000 การใช้ปีที่วางจำหน่ายช่วยให้ผู้บริโภคจดจำและเข้าใจเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น
ความแตกต่างที่โดดเด่นของ Apple จะใช้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งปี
อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Apple จะใช้ "ปีถัดไป" ในการตั้งชื่อ แทนที่จะเป็นปีปัจจุบัน นั่นหมายความว่า แม้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่จะเปิดตัวประมาณเดือนกันยายน 2025 แต่จะใช้ชื่อสำหรับปี 2026 ซึ่งเป็นแนวทางที่คล้ายคลึงกับการทำตลาดรถยนต์ หากApple ยังคงใช้กลยุทธ์นี้ การเปิดตัวซอฟต์แวร์ชุดต่อไปก็จะใช้ชื่อ '27' สะท้อนถึงการมองไปข้างหน้าและการวางแผนระยะยาวของบริษัท
ในอดีตApple เคยพยายามใช้แนวทางที่คล้ายคลึงกันนี้กับชุดซอฟต์แวร์สำหรับงานเอกสารและแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ โดยในเดือนสิงหาคม 2007 บริษัทได้เปิดตัว iWork ’08 และ iLife ’08 ซึ่งต่อมาคือ iLife ’11 ที่วางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2010 การกลับมาใช้กลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของApple ในแนวทางการตั้งชื่อที่อ้างอิงปี เพื่อความชัดเจนและง่ายต่อการจดจำ
นอกจากการเปลี่ยนแปลงชื่อแล้ว Apple ยังมีแผนที่จะมอบประสบการณ์การใช้งาน iPad ที่คล้ายกับ Mac มากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มประโยชน์ในการทำงานสำหรับผู้ใช้ระดับมืออาชีพ และบริษัทกำลังเปิดให้เข้าถึงโมเดล AI ของตนแก่นักพัฒนาภายนอก เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานที่ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มApple Intelligence ได้
คุณสมบัติใหม่อื่นๆ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ โหมดการแปลแบบเรียลไทม์สำหรับ AirPods และ Siri รวมถึง ตัวเลือกการเลื่อนหน้าจอด้วยสายตาบนชุดหูฟัง Vision Pro ในส่วนของปัญญาประดิษฐ์Apple กำลังวางแผนคุณสมบัติด้านสุขภาพและโหมดการจัดการแบตเตอรี่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
นอกจากนี้ ยังจะมีคีย์บอร์ดภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษแบบสองทิศทางใหม่ ปากกาเขียนดิจิทัลสำหรับผู้ใช้Apple Pencil และ แอปพลิเคชันใหม่สำหรับการเล่นเกมบนอุปกรณ์Apple ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของApple ในการพัฒนาและยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น.
อ้างอิง bloomberg.com