โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แพทย์แนะ! วิธีช่วยให้เด็กไอเพื่อระบายเสมหะออก ป้องกันเสมหะลงปอด

GedGoodLife

อัพเดต 21 ธ.ค. 2565 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2565 เวลา 05.08 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

เสมหะลงปอดในเด็กอาจสร้างอันตรายมากกว่าที่คุณคิด! โดยเสมหะเกิดจากร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เข้าไประคายเคืองหลอดลม ถ้าร่างกายสร้างเสมหะเยอะจนเกินไป ก็จะทำให้มีเสมหะจับตัวเป็นก้อน เหนียวข้น มีเสมหะเยอะ อาจทำให้เกิดภาวะเสมหะลงปอด ทำให้เด็กมีไข้ ไอมีเสมหะ ปอดติดเชื้อ และเป็นโรคร้ายต่าง ๆ ตามมาได้ ฉะนั้นผู้ปกครองควรสังเกตอาการไอของเด็ก และควรศึกษา “วิธีช่วยให้เด็กไอเพื่อระบายเสมหะออก” ตามที่แพทย์แนะนำ

ยาละลายเสมหะ

เด็กไอแบบไหน ที่ผู้ปกครองจำเป็นต้องช่วย?

หากพบว่าเด็กไอมาก ไอจนเหนื่อย ไอจนปวดท้องก็ยังไม่หยุดไอ ไอไม่ค่อยออกเหมือนมีอะไรติดอยู่ที่หลอดลม ผู้ปกครองควรพิจารณาเข้ามาช่วยให้เด็กไอออกมาได้ง่ายขึ้น เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ได้ว่า มีเสมหะที่เหนียวข้น คั่งค้างในหลอดลมมาก และเสมหะที่คั่งค้างในหลอดลมมากนี่เอง คือสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ เด็กไอเรื้อรัง

ฉะนั้นสิ่งที่ผู้ปกครองควรเรียนรู้ในการช่วยให้เด็กไอเอาเสมหะออกมาได้โดยง่าย คือ การเคาะระบายเสมหะ การฝึกให้เด็กไออย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสั่นสะเทือนเพื่อช่วยการไอ มาดูกันว่า วิธีช่วยเด็กเพื่อไอเอาเสมหะออก จะมีขั้นตอนอย่างไร แนะนำโดย ผศ.พญ.อาภัสสร วัฒนาศรมศิริ กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ รพ.วิภาวดี

วิธีช่วยให้เด็กไอเพื่อระบายเสมหะออก

1. สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ ให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความเหนียวข้นของเสมหะ

2. สั่งน้ำมูก บ้วน หรือดูดเสมหะในจมูกและปากที่มีออกมาก่อน ควรทำก่อนอาหาร หรือหลังอาหาร 1 ชม.ครึ่ง – 2 ชม. เพื่อไม่ให้อาเจียน หรือสำลัก

3. การจัดท่าให้เด็กอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เสมหะจากปอดถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น ให้ทำการเคาะแล้วจึงทำการสั่นสะเทือนในแต่ละท่า ท่าละ 3-6 นาที รวมทุกท่าไม่ควรนานเกิน 15-30 นาที แล้วจึงลุกนั่ง หรือยืนเพื่อให้ไออย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเด็กเหนื่อย หรือเบื่อทำเพียงบางท่า

4. การเคาะระบายเสมหะ ให้ใช้ผ้าขนหนูบาง ๆ วางบนตำแหน่งที่จะเคาะ ขณะเคาะให้ทำมือเป็นกระเปาะปลายนิ้วชิดกัน และมีการเคลื่อนไหวสบาย ๆ ตรงข้อมือ ข้อศอกและไหล่ ด้วยความถี่ 3 ครั้งต่อวินาที ให้ทั่ว ๆ บริเวณทรวงอกส่วนที่เคาะอยู่ โดยวนเป็นวงกลม หรือเลื่อนไปทางซ้ายและขวา ส่วนมากเด็กจะรู้สึกสบายเหมือนมีคนนวดให้ บางรายนอนหลับสบายขณะเคาะ

อ่านเรื่องเคาะปอดสำหรับเด็กเพิ่มเติมที่นี่ -> เทคนิคเคาะปอด ช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะให้ลูกน้อย

5. การสั่นสะเทือนเพื่อช่วยการไอ เป็นวิธีที่ยากกว่าการเคาะ ถ้าผู้ปกครองไม่สามารถทำได้ก็ไม่ต้องเป็นกังวลกับขั้นตอนนี้ การสั่นสะเทือนทำโดยวางฝ่ามือลงบนทรวงอก ในเด็กเล็กวางมือประกบบริเวณด้านหน้า และหลังที่ตรงกัน หรือใช้มือเดียววางบริเวณด้านหน้าทั้ง 2 ด้าน เด็กโตอาจวางมือซ้อนทับกัน เกร็งทุกส่วนจากไหล่ ข้อศอกมือ แล้วทำให้เกิดการสั่นสะเทือน โดยเริ่มขณะที่หายใจเข้าจนสุดไปจนตลอดการหายใจออก จะช่วยให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ดีขึ้น

6. การไอให้มีประสิทธิภาพ ต้องหายใจเข้าเต็มที่ แล้วกลั้นหายใจ 1-2 วินาที เพื่อให้ลมกระจายไปทั่วทุกส่วนของปอด และมีแรงขับดันเอาเสมหะออกมาได้เต็มที่ จากนั้นไอติดต่อกัน 2-3 ครั้ง การให้เด็กเล็กสูดหายใจเข้าเต็มที่ อาจใช้ของเล่นที่ต้องสูดหายใจแรง ๆ มาช่วย เช่น เป่าลูกโป่ง, เป่าฟองสบู่ หรือเป่ากังหัน เป็นต้น

ในเด็กเล็กถ้ามีเสมหะมาก ๆ อาจต้องใช้ลูกยางเบอร์ 1 ช่วยดูดเสมหะในปาก หากมีบางส่วนกลืนลงไปบ้างร่างกายก็จะขับออกมาเองได้

ยาแก้ไอประเภทไหนที่ควรให้เด็กกินระหว่างไอมีเสมหะ?

ยาแก้ไอที่มีฤทธิ์ขยายหลอดลม หรือละลายเสมหะจะช่วยให้อาการไอมีเสมหะในเด็กดีขึ้นได้ ควรเลือก ยาแก้ไอละลายเสมหะชนิดน้ำ เช่น คาร์โบซิสเทอีน (Carbocisteine) สำหรับเด็ก 2-12 ปี เนื่องจากมีรสชาติที่ดี และยังรับประทานได้ง่ายเหมือนกับน้ำหวานทั่วไป

ส่วนยาแก้ไอชนิดกดการไอ ไม่ควรให้เด็กกิน เพราะจะยิ่งมีผลเสียจากเสมหะที่คั่งค้างอยู่ อย่างไรก็ตามผู้ปกครองอาจเข้าพบแพทย์ หรือเภสัชกร ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการใช้ยาในเด็ก

เสมหะลงปอดอันตรายแค่ไหน?

เมื่อเสมหะลงปอดจะส่งผลให้ปอดติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาได้ โดยเฉพาะโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD) หรือทำให้เกิดโรคปอดติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และยังสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ด้วย เช่น การเกิดฝี เกิดหนองที่ปอด หรือเชื้ออาจเกิดการกระจายลุกลามออกจากปอดไปสู่กระแสเลือด และวิ่งเข้าสู่ร่างกายทำลายอวัยวะอื่น ๆ ถือได้ว่าเป็นอันตรายมาก

อ้างอิง : 1. vibhavadi 2. rakmor 3. lung

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...