โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว Black Panther Wakanda Forever ‘แด่ แชดวิก โบสแมน ผู้เป็นสหายของเรา’

TODAY

อัพเดต 10 พ.ย. 2565 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2565 เวลา 09.50 น. • workpointTODAY

รีวิว Black Panther Wakanda Forever ‘แด่ แชดวิก โบสแมน ผู้เป็นสหายของเรา’

Black Panther: Wakanda Forever แบล็คแพนเธอร์ วากันด้าจงเจริญ นับเป็นการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านรายได้และเสียงวิจารณ์มากที่สุดเรื่องหนึ่งของมาร์เวล ที่ยังคงมาตรฐานไว้ได้จากคราวที่แล้วแบบไม่มีฟอร์มตก แม้จะขาดนักแสดงคนสำคัญอย่าง แชดวิก โบสแมน ก็ตาม และอาจจะนับได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์มาร์เวลที่ดีที่สุดของปีนี้ ปิดฉากเฟส 4 ของ MCU ได้อย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย

เรื่องเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ระส่ำระสาย เมื่อวากันด้าต้องเสียประมุขอย่างทีชัลล่าไป ราชินีรามอนด้า (รับบทโดย แองเจลา บาสเซตต์) และเจ้าหญิงชูรี (รับบทโดย เลทิเทีย ไรท์) จึงต้องนำพาประเทศให้รอดพ้นภัยการคุกคามจากชาติมหาอำนาจที่ต้องการไวเบรเนียม และศัตรูใหม่ที่เข้ามาอย่าง เนมอร์ (รับบทโดย เตนอช เฮอร์ต้า) ผู้ปกครองอาณาจักรทาโลคานใต้มหาสมุทร ผู้ชมจึงต้องมาลุ้นกันว่าชาววากันด้าจะร่วมมือกันรับมือทั้งความโศกเศร้าและศึกรอบด้าน และก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร

[เนื้อหาต่อจากนี้อาจจะมีการเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วน]

จุดเปลี่ยนของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการจากไปอย่างกะทันหันของ แชดวิก โบสแมนในปี 2020 ก่อนการถ่ายทำ ทำให้ผู้กำกับอย่าง ไรอัน คูเกลอร์ ต้องปรับเปลี่ยนบทภาพยนตร์ใหม่ ให้เปรียบเสมือนจดหมายอำลา อุทิศแก่นักแสดงที่จากไป โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ปล่อยให้ผู้ชมได้โศกเศร้า อำลาแบล็กแพนเธอร์ ผู้เป็นที่รักของทุกคนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต่างจากตัวละครในช่วงต้นและสรุปจบได้อย่างสมบูรณ์ในตอนท้าย ซึ่งสะท้อนผ่านการเดินทางของตัวละครที่ต้องปล่อยวางจากอดีต และเติบโตจนยอมรับการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งก็เป็นเสมือนตัวแทนของผู้ชม ที่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะเพื่อให้ภาพยนตร์ชุดนี้เติบโตต่อไปได้อย่างสง่างาม และจดจำไว้เสมอว่าถึงแม้แชดวิกจะไม่อยู่ตรงนี้ แต่เขาก็จะไม่มีวันจากไปจากความทรงจำเช่นเดียวกับตัวละครทั้งหลายที่จะโลดแล่นอยู่บนหน้าจอให้เราได้พบกับเขาอีกครั้งเมื่อเราคิดถึง

ส่วนตัวละครใหม่อย่างเนมอร์ที่เป็นผู้เผยโลกใต้น้ำของมาร์เวลออกมาให้ชมเป็นครั้งแรก แต่ทั้งนี้ก็มีการเปลี่ยนบริบทจากคอมมิก ซึ่งเดิมทีเนมอร์นั้นเป็นชาวเมืองแอตแลนทิสมาเป็นทาโลคาน อาณาจักรใหม่ที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมแอซเท็คในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งนอกจากจะสร้างความแตกต่างจากอควาแมนของค่ายดีซีและเพิ่มความสวยงามทางด้านองค์ประกอบศิลป์แล้ว ยังเพิ่มความลุ่มลึกเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้กับเมืองสมมุตินี้ และเข้าคู่กับความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของวากันด้าได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมความเข้มข้นและช่วยเพิ่มน้ำหนักของความขัดแย้งและการตัดสินใจของตัวละครว่าเหตุใดเนมอร์ถึงเกลียดผู้คนบนพื้นดิน และเมื่อมีการใช้บริบททางประวัติศาสร์ของการล่าอาณานิคมในอเมริกากลางมาเสริมเล็กน้อยก็ยิ่งทำให้ความขัดแย้งของตัวละครนี้แข็งแรงขึ้นไปอีก

ถึงแม้โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ดูจะเป็นเอกเทศ เน้นเรื่องการขับเคลื่อนปมและตัวละครของตัวเองมากกว่าจะเน้นเรื่องการเชื่อมโยงกับจักรวาลมาร์เวลโดยรวม แต่ Wakanda Forever ยังคงไม่ทิ้งภาพใหญ่ โดยใส่จุดเชื่อมต่อกับจักรวาลมาร์เวล ด้วยตัวละคร คอนเทสซา วาเลนตินา อัลเลกรา เดอ ฟอนเทน (รับบทโดย จูเลีย หลุยส์-เดรย์ฟัส) ที่เคยปรากฏตัวมาแล้วทั้งใน Black Widdow และ Falcon and Winter Solider ซึ่งทำให้ผู้ชมได้เห็นตัวละครตัวนี้อย่างชัดเจนขึ้น แต่ก็ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาบางอย่าง ซึ่งปูทางไปสู่เฟส 5 ต่อไป

และถึง Wakanda Forever จะมีเส้นเรื่องหลักของการจากไป การปล่อยวาง และสงคราม ซึ่งทำให้โทนเรื่องดูค่อนข้างหนัก แต่ตัวภาพยนตร์ก็ยังคงสามารถแทรกความสนุก ฉากแอคชั่น และความตลกสไตล์มาร์เวลได้อย่างกลมกลืน และพอเหมาะผ่านตัวละครอย่าง โอโคเย่ (รับบทโดย ดาไน กูรีร่า) ทำให้การเดินทาง ของผู้ชมในเวลา 2 ชั่วโมง 41 นาที ได้ครบทุกความรู้สึก ทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปกับตัวละคร

ทั้งหมดนี้ ทำให้ Black Panther: Wakanda Forever แบล็คแพนเธอร์ วากันด้าจงเจริญ เป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์ ครบถ้วนทุกรส ทุกอารมณ์ แถมยังคงสอดประสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ลงไปอย่างแนบเนียนลงตัว รักษามาตรฐานภาคแรกไว้ได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าเหตุผลการตัดสินใจของตัวละครในบางจุดอาจจะดูเบาบางไป แต่ด้วยความสนุกของการพาผู้ชมท่องไปในโลกของวากันด้าและทาโลคาน ทำให้เราสามารถ มองข้ามจุดเล็ก ๆ เหล่านั้นไปได้อย่างง่ายดาย จนเมื่อเครดิตขึ้นและเพลงของรีฮันน่า แม่ค้าผู้กลับมาเป็นนักร้อง ดังก้องขึ้นมา ผู้ชมจะอยากปรบมือให้กับภาพยนตร์ในภาคนี้และออกไปพร้อมกับความรู้สึกว่าอยากให้ภาคต่อไปมาในเร็ววันอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...