โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTG วางแผนปี 69 อัดงบ 4.5 พันลบ. ลุยขยาย “นอนออย” เต็มสูบ ดันกำไรขั้นต้นแตะ 45%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 08.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า แนวคิด Everywhere เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Ecosystem ของ PTG โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ภายใน Ecosystem

การขยายเครือข่ายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่เป็นการวาง Infrastructure ของธุรกิจให้สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินทาง ชุมชนเมือง หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

รวมถึงการนำบริการออกไปสู่กิจกรรมและงานอีเวนต์ในชุมชนในรูปแบบ Food Truck เช่น งานวิ่งและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้ PTG เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของผู้คน เครือข่ายที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกันนี้ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจผ่าน Economies of Scale

โดยในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints ให้มีมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน โดยเป้าหมายดังกล่าวประกอบด้วยสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,300 แห่ง ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีเป้าหมายขยายสู่กว่า 3,000 สาขา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ อีกกว่า 200 แห่ง ธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่น ๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ

นอกจากการพัฒนาเครือข่ายบริการทั่วประเทศแล้ว PTG ยังเสริมศักยภาพด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล MaxMe Application ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมบริการต่าง ๆ ของกลุ่ม PTG ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการด้านพลังงาน อาหาร เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่องผ่านประสบการณ์เดียวกัน

โดยปัจจุบัน MaxMe ยังเชื่อมต่อกับพันธมิตรกว่า 650 ราย ครอบคลุมมากกว่า 2.6 ล้านจุดให้บริการ ในหลากหลายหมวดหมู่ของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหาร การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ไปจนถึงบริการทางการเงิน

การผสานเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจที่ขยายตัวมากขึ้นทั้งทางกายภาพและดิจิทัลดังกล่าว ทำให้บทบาทของสถานีบริการ PTG ค่อย ๆ เปลี่ยนจากจุดให้บริการพลังงาน ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการหลากหลายรูปแบบได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังให้กับยานพาหนะ การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการใช้บริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา

ด้านนายปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ กล่าวว่า แนวคิด Everyday สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของสถานีบริการ PTG จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจเข้ามาใช้บริการเพียงสัปดาห์ละครั้ง (Every week) เพื่อเติมน้ำมัน สู่การเป็นจุดหมายในชีวิตประจำวัน ผ่านธุรกิจ Non-Oil ที่หลากหลาย ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถแวะเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน

ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ภายใน Ecosystem จึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ PTG สามารถเข้าไปอยู่ในกิจวัตรประจำวันของผู้บริโภคได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นวันด้วยกาแฟ การแวะพักระหว่างการเดินทาง หรือการใช้บริการต่าง ๆ ที่ช่วยเติมพลังให้กับชีวิตในแต่ละวัน

กลยุทธ์ดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด Everyday Recharge • Everyday Rewards • Everyday Return โดย Everyday Recharge คือการทำให้บริการของ PTG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของผู้คน จากเดิมที่สถานีบริการ PT อาจเป็นเพียงจุดที่ผู้บริโภคแวะเข้ามาเติมน้ำมันสัปดาห์ละครั้ง สู่การเป็นจุดหมายที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ในทุกวันและตลอดวัน

ขณะที่ Everyday Rewards มุ่งสร้างคุณค่าให้กับทุกการใช้บริการ ผ่านระบบสมาชิก PT Max Card, PT Max Card Plus และ PT Max Card EV และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงบริการระหว่างธุรกิจต่าง ๆ ภายในเครือ หรือ Cross-BU Integration ทำให้ลูกค้าสามารถสะสมและใช้ Max Points จากการใช้บริการในธุรกิจต่าง ๆ ภายใน Ecosystem ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การดื่มกาแฟ การรับประทานอาหาร หรือการซื้อสินค้าในร้านค้าภายในเครือ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์และใช้บริการข้ามธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ

ส่วน Everyday Return เป็นการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาพัฒนาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคน ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการของสมาชิก โดยมี MaxMe Application เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลและนำเสนอข้อเสนอหรือสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการบริการ (Service Excellence) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกครั้งที่ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการ แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างประสบการณ์แบบ Personalized ในแต่ละการใช้บริการ ส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการภายใน Ecosystem ของ PTG อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน

จากโครงสร้างเครือข่ายดังกล่าว ทำให้ปัจจุบัน PTG มี Max World Touchpoints มากกว่า 6,126 จุดบริการทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านสมาชิก ภายใน Max World Ecosystem ทำให้ PTG มองเห็นศักยภาพในการเชื่อมโยงบริการกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้มากกว่า 153,150 ล้านโอกาส

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ในแต่ละวันเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการซื้อสินค้า ซึ่งล้วนเป็นโอกาสที่ PTG สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของธุรกิจทั้งหมดภายใต้แนวคิด “One PTG” ที่ทำให้บริการของ PTG เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง

นอกจากการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการต่าง ๆ แล้ว PTG ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนผ่านแนวคิด Everyone ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้คนใน Ecosystem ได้พร้อมกัน

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า Ecosystem ของ PTG ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบนิเวศทางธุรกิจของบริษัท โดย PTG เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อผู้คนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น การสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับชุมชน หรือการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพัฒนาบริการและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

การพัฒนาธุรกิจของ PTG จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายเครือข่ายบริการหรือการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกันใน Ecosystem เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในทุกพื้นที่ บริการสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และ Ecosystem สามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้คนในทุกภาคส่วน แนวคิด Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone จึงไม่ใช่เพียงทิศทางธุรกิจของ PTG แต่เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และสังคมไทย เข้าสู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นายพิทักษ์ ย้ำอีกว่า กลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere • Everyday • Everyone” ไม่ได้เป็นเพียงแผนสำหรับปี 2569 แต่เป็นทิศทางระยะยาวขององค์กร โดย “Everywhere” คือการวางโครงสร้างพื้นฐานให้สินค้าและบริการของ PTG เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ “Everyday” คือเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ที่จะทำให้ PTG เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้ามากขึ้น ส่วน “Everyone” คือการทำให้การเติบโตขององค์กรสร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้คนในระบบนิเวศของบริษัท

บริษัทไม่ได้มองการแข่งขันแบบแยกเป็นรายธุรกิจอีกต่อไป แต่กำลังวางตำแหน่งองค์กรให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ผ่านการเชื่อมโยง 13 แบรนด์ในเครือ เข้ากับ Max World Touchpoints กว่า 6,126 จุดทั่วประเทศ ณ สิ้นปี 2568 และตั้งเป้าขยายเป็นมากกว่า 7,000 จุดภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านราย ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 153,150 ล้านโอกาส

ในมิติของ “Everywhere” บริษัทจะเดินหน้าขยายเครือข่ายบริการให้ครอบคลุมทั้งสถานีบริการน้ำมัน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ศูนย์บริการยานยนต์ และแบรนด์ในเครืออื่น ๆ เช่น กาแฟพันธุ์ไทย, Coffee World, Autobacs และ Subway เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและบริการของ PTG ได้ในทุกพื้นที่และหลากหลายรูปแบบการใช้ชีวิตมากขึ้น

ขณะที่ “Everyday” จะเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต โดย PTG ต้องการเพิ่มความถี่การใช้บริการของลูกค้าจากเดิมที่แวะเติมน้ำมันสัปดาห์ละครั้ง สู่การเข้ามาใช้บริการทุกวันผ่านธุรกิจ Non-Oil ที่ตอบโจทย์กิจวัตรประจำวันมากขึ้น ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และบริการไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายกับสินค้าในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับแผนขยายธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยาย “กาแฟพันธุ์ไทย” สู่ประมาณ 3,000 สาขา จากการเพิ่มอีก 800-1,000 สาขา ขณะที่สถานีบริการน้ำมันจะเพิ่มอีกราว 50-60 สาขา และยังอยู่ระหว่างพิจารณาแบรนด์ใหม่เพิ่มเติม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem ให้ครอบคลุมโอกาสการใช้บริการของผู้บริโภคมากขึ้น

ด้านระบบสมาชิกและดิจิทัลแพลตฟอร์ม PTG ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิก PT Max Card จากกว่า 25 ล้านราย เป็นประมาณ 27 ล้านราย แบ่งเป็นสมาชิกบัตรแดงเพิ่มอีกราว 500,000 ราย และสมาชิกกลุ่มบัตรทั่วไปเพิ่มอีกราว 1.8-2.0 ล้านราย ขณะเดียวกัน MaxMe Application ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านราย บริษัทต้องการผลักดันให้เพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 2 ล้านรายภายในสิ้นปี เพื่อรองรับการใช้สิทธิประโยชน์และเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น

ในเชิงเป้าหมายธุรกิจ PTG ตั้งเป้ายอดขายน้ำมันเติบโต 3-5% จากฐานปี 2568 ที่อยู่ราว 6,500 ล้านลิตร ส่วนธุรกิจ Non-Oil ตั้งเป้าเติบโตเชิงรุกมากกว่า โดยเฉพาะ “กาแฟพันธุ์ไทย” ที่คาดยอดขายปี 2569 มากกว่า 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนราว 6,000 ล้านบาท และคาดว่าธุรกิจ Non-Oil โดยรวมจะเติบโตมากกว่า 50%

แม้รายได้รวมของกลุ่มยังมาจากธุรกิจ Oil มากกว่า 90% แต่ในมุมอัตรากำไรขั้นต้น ธุรกิจ Non-Oil มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 2568 สัดส่วนกำไรขั้นต้นของ Non-Oil อยู่ที่ประมาณ 40% และมีโอกาสเพิ่มเป็น 45% ในปี 2569 เร็วกว่ากรอบเป้าหมายเดิมที่บริษัทเคยวางไว้ว่าจะเข้าใกล้ระดับ 50:50 ในช่วงปี 2572 โดยหากการขยายธุรกิจเป็นไปตามแผน ปี 2570 อาจเห็นสัดส่วนใกล้ 50% ได้เร็วขึ้น

สำหรับงบลงทุนปี 2569 PTG วางไว้ที่ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยให้น้ำหนักกับ Non-Oil มากขึ้นอย่างชัดเจน แบ่งเป็นงบธุรกิจใหม่ราว 1,000 ล้านบาท งบขยายและพัฒนา Non-Oil ประมาณ 2,500 ล้านบาท และงบฝั่ง Oil ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการปรับปรุงสถานีบริการให้รองรับกลยุทธ์ Everyday และ Everyone มากกว่าการขยายเชิงปริมาณ

นายพิทักษ์ กล่าวอีกว่า การลงทุนต่อจากนี้จะไม่ใช่เพียงการเพิ่มสาขา แต่เป็นการยกระดับจุดให้บริการให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น เพื่อให้การใช้จ่ายภายใน Ecosystem ของ PTG ไม่ได้จบแค่การซื้อสินค้าและบริการ แต่ยังมีส่วนช่วยกระจายรายได้และสร้างโอกาสให้ผู้คนในระบบด้วย

ในส่วนของธุรกิจน้ำมัน PTG ระบุว่า ปัญหาน้ำมันหมดชั่วคราวในบางสถานีที่ผ่านมาเกิดจากความต้องการใช้ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ มากกว่าการขาดแคลนน้ำมันของประเทศ โดยย้ำว่าประเทศไทยยังมีปริมาณสำรองเพียงพอ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่การขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น

สำหรับการบริหารสต๊อก บริษัทระบุว่ายังดูแลลูกค้าตามพฤติกรรมการใช้จริง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมยืนยันว่าไม่มีแรงจูงใจในการกักตุนสินค้า เพราะไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว

กรณีภาครัฐกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มจาก 1% เป็น 1.5% และทยอยเป็น 3% บริษัทประเมินว่าจะทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยหากคิดจากปริมาณขายของ PTG การสำรอง 1% คิดเป็นราว 10 ล้านลิตร และหากเพิ่มเป็น 3% จะอยู่ที่ราว 30 ล้านลิตร หรือใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มประมาณ 200-300 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี PTG มองว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเร่งปรับโครงสร้างการเติบโตจากธุรกิจ Oil ไปสู่ธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น ผ่านการผสานเครือข่ายออฟไลน์ ฐานสมาชิก และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อผลักดันองค์กรจากผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน สู่การเป็น Ecosystem ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...