โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคมข่าวหุ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ตลาดหุ้นไทยหลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปิดบวก 4 วันติดต่อกัน รวมกว่า 87.52 จุด มูลค่าการซื้อขายรวมเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ หรือ “ฟันด์โฟลว์” ที่โหมกระหน่ำถาโถมช้อปปิ้งหุ้นไทยสนุกสนาน โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม SET50เป็นหลัก นำโดย PTT PTTEP กลุ่มธนาคาร KBANK BBL KTB SCB กลุ่มไฟฟ้านำโดย กัลฟ์ฯ GULFแล้วต่อด้วย BGRIM ส่วนสื่อสารยังคงเน้นที่ ADVANC รวมถึงหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOTที่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. พาขึ้นมาแบบไม้เดียว 5.25 บาท

เช่นเดียวกับหุ้นแถวสอง เราเริ่มเห็นการขยับมา 2-3 วันแล้ว เช่น WHA AMATA PR9 BDMS OR PTG และต่อไป ให้จับตามองหุ้นไซส์กลางและเล็กที่มีพื้นฐานดี ราคาขึ้นช้ากว่าตลาด มีกระแสเงินสดที่ดี และที่สำคัญคือ ธุรกิจยังมีอัตราการเติบโตต่อไปได้ดี น่าจะค่อย ๆ ถูกเข้ามาไล่เก็บ ส่วนบรรดาบิ๊กแคปที่ถูกเข้ามาซื้อก่อนหน้านี้ อาจจะมีสลับเพื่อขายทำกำไรออกมาบ้าง หากจะเข้ารับ ก็ต้องดูแนวรับให้แม่น ๆ ใจเย็น ๆ ไม่อย่างนั้นติดดอยแน่ ๆ

แนวต้านดัชนีในรอบถัดไป นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์หลายแห่งมองไว้ค่อนข้างจะตรงกัน คือ 1,450 จุดส่วนแนวรับ หากดัชนีย่อต่อหรือพักฐานลงมาจะอยู่ที่ 1,400-1,385 จุดนั่นคือระดับที่น่าจะเข้าซื้อได้ แต่ไม่ควรเข้าไปไล่ตามหุ้นขนาดใหญ่ที่ขึ้นมาค่อนข้างสูงแล้วหรือคันไม้คันมือ อยากจะเข้า อยากจะตาม ก็ต้องเล่นแบบเทรดดิ้ง เก็งกำไรช่วงสั้น หรือเข้าหุ้นที่มีปันผลสูง เพื่อเป็นเบาะรองรับเวลาเข้าไปแล้วติดดอย

3BBIF วันนี้ (13 ก.พ.) ขึ้นเครื่องหมาย XDเพื่อจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส 4/2568 จำนวน 0.224123 บาทต่อหน่วยลงทุนหากเห็นราคาย่อลงมาเยอะ ก็ไม่ต้องตกใจ และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะย่อลงมามากกว่าเงินปันผล เพราะวันที่ประกาศจ่ายเงินปันผล ราคาอยู่ที่ 6.40 บาท และผ่านมาจนถึงวานนี้ (12 ก.พ.) ราคาถูกไล่ขึ้นมาที่ 6.75 บาท หรือบวกขึ้นมาถึง 0.35 บาท มากกว่าเงินจ่ายปันผลซะอีก แนวรับแรก 6.55 บาท แนวรับสองคือ 6.45-6.40 บาทนั่นแหละ ส่วน DIFขึ้นเครื่องหมาย XD วันนี้เช่นกัน เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส 4/2568 จำนวน 0.2222 บาทต่อหน่วยลงทุนราคาแนวรับ 9.40 บาท

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยอีก 10,518 ล้านบาทส่งผลให้นับจากต้นปี 2568 เป็นต้นมา ต่างชาติซื้อหุ้นไทยแล้วกว่า 47,803 ล้านบาท และเท่าที่สอบถามจากนักวิเคราะห์ที่เกาะติดฟันด์โฟลว์ ต่างยังเชื่อมั่นว่า ต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยต่อไป อาจจะมีสลับขายทำกำไรออกมาบ้าง ส่วนนักลงทุนสถาบันของไทย วานนี้ซื้อน่ารักมาก ๆ 43 ล้านบาท จุ๋มจิ๋มจริง ๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า การขายของนักลงทุนสถาบันไทย หรือกองทุนต่าง ๆ นั้น มาจากการขายตามคำสั่งผู้ถือหน่วยลงทุน และหากนับจากต้นปี 2569 กองทุนขายหุ้นไทยออกมาแล้ว 31,079 ล้านบาท

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย แสดงความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมือง และการเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่องจนครบวาระ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยได้นำเสนอชุดนโยบายสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในระยะเร่งด่วน ภายใต้แนวคิด "ช้อปคุ้ม-เที่ยวปัง-ลงทุนท้องถิ่น-SMEs แข็งแรง-แรงงานมีทักษะ-แข่งขันอย่างเท่าเทียม"เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

แอสเซทไวส์ จัดงานวิ่งการกุศล “AssetWise BEAUTY RUN 2026”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี แต่มีข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับงานให้มี “มาตรฐาน” มากยิ่งขึ้น เช่น รางวัล 50 คนแรกที่เข้าเส้นชัยควรแบ่งเป็นนักวิ่งชาย นักวิ่งหญิง ไม่ควรนำมารวมกัน เพราะล่าสุด 50 รางวัลดังกล่าว เป็นผู้ชายมากกว่า 40 คน ส่วนผู้หญิงไม่ถึง 10 คน ทำให้มีนักวิ่งหญิงบ่น ๆ กันบ้าง, ช่วงนักวิ่งชาย-หญิง อันดับ 1-3 ที่กำลังเข้าเส้นชัย พิธีกรควรให้ความสำคัญ ณ ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ใช่มากล่าวไล่หลัง หลังจากนักวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว เช่น “เหลืออีก 100-200 เมตร เรามาร่วมต้อนรับนักวิ่ง ชื่อ….อะไรก็ว่าไป เพื่อให้เกียรติกับนักวิ่งที่ติดอันดับ และสุดท้ายจะต้องมีเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลอยู่หน้าเส้น เพราะล่าสุด มีนักวิ่งร่วงหลังเข้าเส้นฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลามากเกินไปกว่าจะเข้าถึง ณ จุดนั้น

คาเฟอีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...