โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.09-แกว่งในกรอบ Sideways-จับตาทิศทางฟันด์โฟลว์

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(27ก.พ.69)ที่ระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”

จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.04 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.00-31.25 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ทดสอบโซน 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น (แกว่งตัวในกรอบ 31.03-31.21 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ที่ทยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงแรก ตามรายงานข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึงดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ ที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ ในช่วงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงอีกครั้ง ตามการเทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ ธีม AI/Semiconductor ก่อนที่เงินดอลลาร์จะเผชิญแรงขายทำกำไรและย่อตัวลงบ้าง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้เล่นในตลาดและบรรดานักวิเคราะห์จะใช้ประกอบการประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ PCE ที่ FED ติดตามใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีภาวะภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ เพิ่มเติม

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้ง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างใกล้ชิด และ พัฒนาการของเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยในช่วงระหว่างวัน ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่มีแนวโน้มใช้จังหวะบรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มกลับสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยงในการทยอยขายทำกำไรสถานะถือครองสินทรัพย์ไทยได้ ซึ่งแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทในช่วงระยะสั้นได้บ้าง

นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือน เรามองว่า เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ตามโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้นำเข้า (Month-end Flows) ที่จะทำให้ เงินบาทอาจยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน ยกเว้น จะเห็นการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาทองคำ หรือ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งเรามองว่า อาจเป็นภาพที่เกิดขึ้นได้ในช่วงปลายสัปดาห์หน้า หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ต้องออกมาแย่กว่าคาดชัดเจน

และที่สำคัญ เรามองว่า ท่าทีของผู้เล่นในตลาดที่คลายกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านลงบ้าง อาจกดดันให้ ราคาทองคำย่อตัวลง หรืออย่างน้อยเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ทำให้เงินบาทจะขาดปัจจัยหนุนด้านแข็งค่าในช่วงนี้ จนกว่าประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง

แม้ว่า เงินบาทจะมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างจากปัจจัยกดดันด้านอ่อนค่าที่ได้กล่าวไว้ในช้างต้น ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากบรรดาผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออกต่างรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะหากเงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 31.50 บาทต่อดอลลาร์) ทำให้ โดยรวมเราคงมองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways บนความผันผวนที่สูงขึ้นจากระดับค่าเฉลี่ย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...