โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ สั่งขึ้นภาษีอีกครั้ง เป็น 15% ให้มีผลทันที

JS100

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
ทรัมป์ สั่งขึ้นภาษีอีกครั้ง เป็น 15% ให้มีผลทันที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่าหลังจากที่ทบทวนคำตัดสินของศาลฎีกา “ซึ่งเป็นการต่อต้านอเมริกาอย่างร้ายแรง” จากการฉุดรั้งมาตรการภาษีดั้งเดิม จึงตัดสินใจขึ้นอัตราภาษีศุลกากรรอบใหม่ที่ระดับ 15% โดยให้มีผลทันที ยืนยันว่า เป็นระดับที่ได้รับความเห็นชอบและผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายแล้ว

ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งประกาศอัตราภาษีที่ 10% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ให้อำนาจผู้นำสหรัฐฯ สามารถจัดการกับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการขาดดุลชำระเงินอย่างรุนแรง หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเกินไป จนกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยสามารถสั่งเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ของราคาสินค้า แต่มีกรอบเวลาบังคับใช้มาตรการนี้ 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือนเท่านั้น หากต้องการขยายเวลาจะต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส หรือออกกฎหมายฉบับใหม่มารองรับ

สำหรับ อัตราภาษีใหม่ที่ 15% มีข้อยกเว้นคือ กลุ่มสินค้าที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบแยกต่างหาก เช่น ยาและเวชภัณฑ์ สินค้านำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าไตรภาคีสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ) และภาษีสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เช่น เหล็ก และอะลูมิเนียม

ทั้งนี้ ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษายกเลิกมาตรการภาษีเดิม ที่ออกภายใต้กฎหมาย IEEPA โดยระบุว่า เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่พอใจและยังคงใช้กลยุทธ์ทางการค้าที่แข็งกร้าวต่อไป เพราะเห็นว่า จะเป็นการหารายได้เข้าประเทศ ส่งเสริมการผลิตในประเทศ และตอบโต้ประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน แต่ผลจากการใช้อัตราภาษีที่ 15% ทำให้สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงกว่าเดิม ในขณะที่จีน เวียดนาม อินเดีย และบราซิล กลับเสียภาษีในอัตราที่ลดลง

….

#ภาษีทรัมป์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...