โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ความพลิกผันภาษีทรัมป์ ทำผู้นำเข้าสหรัฐ จาก ‘ดีใจสุดขีด’ สู่ ‘แทบเป็นบ้า’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ “รีบประกาศเก็บภาษีรอบใหม่” แทนภาษีเดิมที่ศาลสูงสหรัฐเพิ่งสั่งยกเลิก ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในอเมริกาต้องเผชิญความไม่แน่นอนอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็แบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นอยู่แล้ว

แม้ว่าบางคนจะรู้สึกโล่งใจอย่างระมัดระวัง หลังศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ให้ยกเลิกภาษี “ตอบโต้กันไปมา” ที่ออกเมื่อปีที่แล้วภายใต้กฎหมาย IEEPA แต่เจ้าของธุรกิจจำนวนมากก็กังวลว่า จะได้เงินภาษีที่จ่ายไปแล้วคืนหรือไม่ และตกใจกับการที่ทำเนียบขาวรีบออกภาษีรูปแบบใหม่ทันที

โจนน์ คาร์ทิเกลีย ผู้ก่อตั้งร้านขายตุ๊กตา The Queen’s Treasures ซึ่งนำเข้าสินค้าจากจีน บอกว่า

“วันนั้นอารมณ์เปลี่ยนจากดีใจชั่วคราว กลายเป็นแทบจะบ้าคลั่ง”

เธอกำลังพยายามวางแผนตั้งราคาสินค้าใหม่หลังศาลตัดสิน แต่ทุกอย่างก็กลับมายุ่งเหยิงอีกครั้งเมื่อทรัมป์ประกาศเก็บภาษีใหม่

หลังคำตัดสินของศาล รัฐบาลทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก 10% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐ ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีเก็บภาษีได้สูงสุด 15% เป็นเวลา 150 วัน

ต่อมาทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า จะปรับเพิ่มเป็น 15% นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเครื่องมือทางกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้ขึ้นภาษีได้อีก ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตคำตัดสินของศาลครั้งนี้

บริษัท Learning Resources ผู้ผลิตของเล่นเพื่อการศึกษาที่ผลิตในจีน เป็นหนึ่งในบริษัทที่ฟ้องร้องคัดค้านภาษีดังกล่าว ริก โวลเดนเบิร์ก ซีอีโอของบริษัทบอกว่า คำตัดสินของศาลถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ แต่เขามองว่าการตอบโต้ของประธานาธิบดีเป็นเรื่องโชคร้าย

เขาหวังว่า ต่อจากนี้ธุรกิจจะได้ฟื้นฟูสถานะการเงิน เสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทาน และกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่า จะคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วอย่างไร หรือเมื่อใด ธุรกิจขนาดเล็กไม่มีความสามารถรอเงินคืนได้นานเหมือนบริษัทใหญ่ หลายแห่งกำลังจมอยู่กับหนี้ เพราะตามหลักแล้ว ผู้นำเข้าสหรัฐเป็นผู้จ่ายภาษี ไม่ใช่ผู้ส่งออกต่างประเทศอย่างที่รัฐบาลอ้าง

งานวิจัยของธนาคารกลางนิวยอร์กระบุว่า เกือบ 90% ของต้นทุนภาษีเมื่อปีที่แล้ว ตกอยู่กับผู้นำเข้าและผู้บริโภคในสหรัฐ

ไมเคิล โรเซนเบิร์ก เจ้าของบริษัทเสื้อกันหนาว Hawke & Co จ่ายภาษีไปมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว เขาบอกว่า หากได้เงินคืนจะเหมือนได้โชคก้อนใหญ่ แต่กระบวนการน่าจะยาวนานอย่างน้อยหนึ่งปี

ผลสำรวจขององค์กร Small Business Majority ระบุว่า เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กกว่าครึ่งต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อความอยู่รอด หรือชะลอแผนขยายกิจการ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนธันวาคมสูงกว่า 3% และบริษัทวิจัย Capital Economics มองว่า คำตัดสินของศาลไม่น่าจะช่วยกดเงินเฟ้อลงได้ทันที

ธุรกิจขนาดเล็กและกลางคิดเป็น 99% ของบริษัททั้งหมดในสหรัฐ และจ้างงานเกือบครึ่งหนึ่งของแรงงานภาคเอกชน หนึ่งในสามของบริษัทเหล่านี้พึ่งพาการนำเข้า หลายแห่งไม่สามารถปรับห่วงโซ่อุปทานได้รวดเร็วเหมือนบริษัทใหญ่ และในหลายกรณีก็แทบไม่มีทางเลือกผลิตสินค้าในสหรัฐได้

แรงกดดันทางการเงินเหล่านี้ ทำให้ปี 2025 มีธุรกิจขนาดเล็กยื่นล้มละลาย 2,446 ราย เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ตามข้อมูลของ Epiq Global Analytics

เบธ เบไนค์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สินค้าเด็ก Busy Baby บอกว่า คำตัดสินของศาลทำให้เธอรู้สึกเหมือนยกของหนักหลายพันปอนด์ออกจากอก เธอหวังว่าภาษีในอนาคตจะจำกัดวงแคบลง และนโยบายการค้าจะไม่ผันผวนเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม เธอยังไม่สามารถวางแผนสั่งสินค้านำเข้าในอนาคตได้ ปีที่แล้วเธอต้องถอนเงินเกษียณออกมาใช้ และปลดพนักงานบางส่วน เพื่อประคองธุรกิจและจ่ายภาษีเกือบ 50,000 ดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านบาท)
อ้างอิง: nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...