โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ภ.4 ทลายรังซิมบ็อกซ์ พร้อมรวบสองผัวเมีย นายหน้าจัดหาบัญชีม้า ส่งบอสเครือข่าย “ปอยเปต”

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 แถลงรวบยกแก๊งบัญชีม้า ขยายผลจับสองผัวเมีย นายหน้าชาวไทย รับงานบอสเครือข่าย “ปอยเปต” 1 บัญชี ได้ 6 พันบาท พร้อมทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ บุกยึดเครื่องซิมบ็อกซ์ซุกรีสอร์ตเมืองหนองคาย ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกเหยื่อ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ ศปก.บก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก. สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเกียรติศักดิ์ดา เหล็กหล่ม อายุ 56 ปี ชาว อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 576/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2568 ในคดีครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะฯ พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก และจับกุม น.ส.รัชนก วะทันติ อายุ 37 ปี ชาว อ.สระใคร จ.หนองคาย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 575/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2568

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาบัญชีม้า ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 3 ราย จึงได้สืบสวนขยายผลว่ามีการส่งบัญชี ที่ได้ทำการเปิดแล้วไปที่ใด จนทราบว่า ส่งให้กับบุคคลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไปยัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องหรือเครือข่ายที่มีการส่งพัสดุไปยังสถานที่แห่งเดียวกันพบว่ามีการส่งพัสดุจากบริษัทรับส่งพัสดุ 17 แห่ง ใน 7 จังหวัดของพื้นที่ภาค 4 และพบชื่อที่อยู่ของบุคคลจำนวน 6 คน ที่ทำหน้าที่รับส่งพัสดุที่เป็นสมุดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มและซิมการ์ดไปยัง อ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จึงได้ทำการจับกุมทั้ง 6 คน ในข้อหา "ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด พร้อมยึดของกลาง สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 27 เล่ม, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ 17 เครื่อง, บัตร ATM 15 ใบ และซิมการ์ด 15 ซิม
ทำการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ต่างให้การตรงกันว่า ได้รับการติดต่อจาก น.ส.รัชนก ให้ทำการเปิดบัญชีธนาคาร โดยจะให้ค่าจ้างบัญชีละ 3,000 บาท ทั้ง 6 คนก็มีทั้งเปิดบัญชีธนาคารเองและหาคนรู้จักมาเปิดบัญชีให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะจ่ายค่าจ้างคนเปิดบัญชีรายละ 3,000 บาทเท่ากัน ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนที่เปิดบัญชี ต้องทำแอปพลิเคชันผ่านบัญชีธนาคารลงในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ฝ่ายนายจ้างที่อยู่ที่ปอยเปตง่ายต่อการเบิกถอนเงิน เพราะถ้าใช้แบบกดบัตรเอทีเอ็มจะยุ่งยากในการเบิกถอนเงิน เมื่อได้บัญชีธนาคารและทุกอย่างครบเรียบร้อยก็จะมอบให้ น.ส.รัชนก เพื่อทำการส่งไปรษณีย์ หรือจัดส่งเอกชน ส่งไปยังผู้รับที่อยู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังทราบรายละเอียด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน ขอศาลจังหวัดอุดรธานี ทำการจับกุม น.ส.รัชนก ซึ่งจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในจังหวัดหนองคาย พร้อมสามี
จากการสอบสวนในเบื้องต้น น.ส.รัชนก ให้การว่า เคยขายบัญชีตัวเองให้กับเครือข่ายจัดหาบัญชีม้า จึงรู้วิธีการและขั้นตอน รวมทั้งที่มาของรายได้ จึงได้มีการประสานงานกับเครือข่ายบัญชีม้าที่อยู่ที่ปอยเปต เพื่อทำหน้าที่เป็นนายหน้า ในการหาคนมาเปิดบัญชีม้า โดยบอสที่อยู่ต่างประเทศจะมีรายได้ให้คือ หากหาคนเปิดบัญชีม้าได้ 1 บัญชีจะจ่ายค่าจ้างให้ 6,000 บาท แต่ตนจะจ่ายให้คนเปิดบัญชีเพียง 3,000 บาท และตนจะมีรายได้จากยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีม้า 3% จึงได้ทำหน้าที่นายหน้า หาคนไทยมาเปิดบัญชีม้า เพื่อส่งไปให้บอสที่ต่างประเทศ
หลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวสองสามีภรรยาไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และยังจะขยายผลจับกุม บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายจัดหาบัญชีม้าข้ามชาติ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 ยังได้แถลงถึงผลการจับกุม น.ส.เสาวณี ทองวิเศษ อายุ 36 ปี ชาว อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พร้อมของกลาง เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) จำนวน 6 เครื่อง, เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต แบบไร้สาย (Router wifi) ชนิดใส่ซิมการ์ด จำนวน 5 เครื่อง, เครื่องสำรองไฟ (UPS) จำนวน 1 เครื่อง และกล้องวงจรปิด จำนวน 2 เครื่อง
สืบเนื่องจาก ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พบความผิดปกติของการใช้งาน จึงได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ทำการตรวจสอบ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 จึงลงพื้นที่ทำการตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องในการใช้สัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ปกติ และอาจเป็นที่ตั้งเครื่องแปลงสัญญาณ ในขณะเดียวกันก็มีพลเมืองดีแจ้งว่า พบกลุ่มคนต้องสงสัย เช่าห้องพักรายวันแบบชั่วคราว ซึ่งเป็นรีสอร์ต ในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย และรีสอร์ต ในพื้นที่ ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ซึ่งทั้ง 2 จุด มีบุคคลที่น่าสงสัยเข้าออกและพักบ้างในบางวัน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบ
จึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดหนองคาย เข้าตรวจค้นทั้ง 2 จุด จุดแรกก็พบ น.ส.เสาวณี ทองวิเศษ อายุ 36 ปี อยู่ภายในห้องพัก ตรวจค้นในห้องพัก พบสายไฟถูกเจาะจากสวิตช์ไฟไปยังฝ้าเพดานของห้องพัก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบบนฝ้าเพดานก็พบเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box), เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต แบบไร้สาย (Router wifi) ชนิดใส่ซิมการ์ด และเครื่องสำรองไฟ จากนั้นก็ไปตรวจค้นที่จุดที่ 2 ก็พบของกลางชนิดเดียวกัน วางอยู่บนฝ้าเพดานของห้องพัก จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดและคุมตัว น.ส.เสาวณี ไปสอบสวน

จากการสอบสวน น.ส.เสาวณี ให้การว่า ไม่ทราบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ไว้ในห้องพัก เพราะเพียงแค่ได้รับการติดต่อจากเพื่อนชาย 2 คน ให้มานอนที่รีสอร์ต และเห็นว่านอนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จึงนอนมาเรื่อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีในข้อหา ใช้เครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต, และซ่อนเร้นสิ่งของซึ่งไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ซิมบ็อกซ์ คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับใส่ซิมการ์ดจำนวนมาก เพื่อให้สามารถรับและโทรออกผ่านเครือข่ายมือถือได้ เพื่อเปลี่ยนการโทรทางไกลให้เป็นสายท้องถิ่นราคาถูก แต่กลายเป็นเครื่องมือหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการปลอมเบอร์โทรศัพท์ และหลอกลวงเหยื่อ โดยซ่อนตัวตนและสลับซิมการ์ดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ และในกรณีการพบของกลางทั้งหมดนั้น ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่าไม่รู้เห็น เป็นเพียงการมาเปิดรีสอร์ต นอนกับเพื่อน จึงจะต้องสอบสวนขยายผลต่อไปว่า เพื่อนชาย 2 คนที่ไหวตัวออกจากรีสอร์ตไปก่อนนั้น เกี่ยวข้องกับการติดตั้งอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์เหล่านี้หรือไม่ ซึ่งตำรวจจะต้องขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ประชาชน ที่เข้าพักในโรงแรม รีสอร์ต ในพื้นที่ ภ.4 หากมีการพบความผิดปกติของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ สามารถแจ้งมายังโรงพักทุกแห่งเพื่อเข้าทำการตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ประชาชนระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อการชักชวน รับจ้างให้ทำการบัญชีธนาคาร บัญชีพร้อมเพย์ บัญชีวอลเล็ต หรือให้ยืมบัญชีของตนเอง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ในปัจจุบันมีหลอกลวงให้ประชาชนรับจ้างเปิดบัญชี หรือเป็นธุระจัดหาบัญชีให้ผู้อื่น โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ทำธุรกิจ รับโอนเงิน หรือให้ค่าตอบแทนง่าย ๆ ซึ่งในความเป็นจริง บัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า สำหรับกระทำความผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น หลอกลวงประชาชน ฉ้อโกงออนไลน์ หรือฟอกเงิน ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นผู้หลอกลวงผู้เสียหายโดยตรง แต่หากยินยอมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปิดบัญชี ให้ยืมบัญชี หรือจัดหาบัญชีให้ผู้อื่น ย่อมถือว่า มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามกฎหมาย จะได้รับโทษทางกฎหมายเช่นเดียวกับตัวการที่หลอกลวงผู้อื่น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภ.4 ทลายรังซิมบ็อกซ์ พร้อมรวบสองผัวเมีย นายหน้าจัดหาบัญชีม้า ส่งบอสเครือข่าย “ปอยเปต”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...