โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จะแก้’พระราชอำนาจ’หรือไม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 มกราคม 2569 เวลา 3.44 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มาขยายความกันหน่อย…

หลังจากอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมากระตุกสติคนที่อยากฉีกรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ทิ้งแล้วยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ และข้อกังวลเรื่องหมวด ๑ หมวด ๒ ใครที่คิดว่าตัวเองคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว ขอให้กลับไปคิดใหม่

"…ที่รัฐบาลตั้งคำถามไปเป็นคำถามในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจะเขียนล็อกแค่หมวด ๑ หมวด ๒ ไม่พอ จะดูแค่นั้นไม่ได้

เพราะเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องไปดูอีกหลายส่วนในรัฐธรรมนูญ

ตัวอย่างเช่นหมวดที่ว่าด้วยคณะรัฐมนตรีเป็นพระราชอำนาจทั้งนั้น เพราะเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

รวมไปถึงพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนด

พระราชอำนาจให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับสนธิสัญญา อำนาจยุบสภาก็อยู่ในหมวดว่าด้วยสภาฯ เพราะนายกฯ ยุบสภาเองไม่ได้

รวมถึงต้องไปดูเกี่ยวกับบทห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าแค่ไหนเป็นการเปลี่ยนแปลง

อย่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการประชามติแล้ว ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ลงพระปรมาภิไธยถือว่าตกไปเลย เป็นการยับยั้งโดยเด็ดขาด เป็นอย่างนี้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี ๒๔๙๒ จนถึงรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

ฉะนั้นถ้าใครไปเขียนให้เมื่อทรงใช้พระราชอำนาจแล้วให้สภาสามารถยืนยันได้ มันก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขัดต่อประเพณีการปกครองของประเทศไทย เพราะอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญพระมหากษัตริย์ทรงมีร่วมกับประชาชน

ดังนั้นถ้าอยากแน่ใจเกี่ยวกับเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ให้คนที่คิดจะแก้ไขออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อบันทึกเอาไว้ว่าจะแก้จุดใดบ้าง…"

สรุปในภาพรวม คำว่า "เปลี่ยนระบอบการปกครอง" มิได้เจาะจงเฉพาะการแก้ไขในหมวด ๑ และหมวด ๒ เท่านั้น

เพราะพระราชอำนาจปรากฏอยู่ในหลายหมวด หลายมาตรา ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

การแก้ไขพระราชอำนาจ โดยเฉพาะการแก้ไขเพื่อลดพระราชอำนาจ ก็คือการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมื่ออาจารย์บวรศักดิ์เตือนแบบนี้ พรรคการเมืองควรจะรับฟัง

ไปดูว่าพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีอะไรบ้าง ข้อมูลที่รวบรวมโดยสถาบันพระปกเกล้า มีดังนี้

๑.พระราชอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับที่ผ่านมาในเรื่องการยุบสภาผู้แทนราษฎร ได้บัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ให้เป็นผู้มีอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎรในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๐๓ บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป”

หลักการยุบสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารในการคานอำนาจกับสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง

ในขณะที่ฝ่ายบริหารจัดตั้งขึ้นโดยความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร การยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยฝ่ายบริหารจึงดูไม่มีน้ำหนัก ดังนั้น ธรรมเนียมประเพณีการปฏิบัติของประเทศไทยในรัฐธรรมนูญจึงมอบให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ได้พิจารณาความจำเป็นในการยุบสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเหมาะสม

๒.พระราชอำนาจในการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ

๑) พระราชอำนาจในการแต่งตั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ

ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภาให้มีประธานสภาฯ คนหนึ่งและรองประธานสภาฯ คนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้นๆ ตามมติของสภา

๒) พระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน

๓) พระราชอำนาจในการแต่งตั้ง “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร”

ภายหลังจากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์ยังมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔) พระราชอำนาจในการแต่งตั้ง “ผู้พิพากษาและตุลาการ”

นับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่การตัดสินคดีความต่างๆ นับแต่เดิมมาเป็นการตัดสินในนามพระมหากษัตริย์เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฎร ดังนั้น เมื่อมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่มีการแบ่งแยกอำนาจระหว่างนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ พระมหากษัตริย์ก็ยังคงมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง และให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่ง แต่ในกรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย เกษียณอายุ ตามวาระ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ ให้นําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

๕) พระราชอำนาจในการแต่งตั้ง “ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ” ตามคำแนะนำของวุฒิสภา ดังนี้

แต่งตั้ง “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” จำนวน ๗ คน

แต่งตั้ง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” จำนวน ๓ คน

แต่งตั้ง “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” จำนวน ๙ คน

แต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน” จำนวน ๗ คน

รวมถึงพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง “ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน” ตามคำแนะนําของวุฒิสภา โดยได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

แต่งตั้ง “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” จำนวน ๗ คน

๓.พระราชอำนาจในฐานะประมุขแห่งรัฐ

พระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบการปกครองประชาธิปไตยในฐานะประมุขแห่งรัฐ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาและการมีประเพณีในการปกครองที่ยาวนานของรัฐนั้น ตลอดจนเป็นการแยกพระมหากษัตริย์ออกจากการเมือง เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดและรวมศูนย์อำนาจไว้มากเกินไป

ดังนั้น การมีพระมหากษัตริย์จึงช่วยรักษาดุลยภาพให้เกิดขึ้นทั้งภายในสังคมและในทางการเมือง สะท้อนให้เห็นลักษณะการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศ ที่เรียกว่า “ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ” โดยพระราชอำนาจที่สำคัญปรากฏในรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา ๑๗๕-๑๘๐ ดังนี้

๑.พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

๒.พระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก

๓.พระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา

๔.พระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นกับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ

๕.พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ

๖.พระราชอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดีและเทียบเท่า และทรงให้พ้นจากตำแหน่ง

ครับ…พรรคการเมืองที่อยากจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรประกาศให้ชัดว่า พระราชอำนาจทั้งหมดที่ปรากฏนี้ จะยังมีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ถ้ายืนยันว่ายังมีอยู่ ก็มีคำถามตามมาว่า ทำไมไม่แก้รายมาตรา ซึ่งสามารถระบุถึงมาตราที่มีปัญหาได้มากกว่าจะฉีกทิ้งทั้งฉบับ

โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง รวมไปถึงมาตราที่้เกี่ยวกับการตรวจสอบหลักนักการเมืองมีอำนาจ เพราะต้องการสิ่้งนี้ไม่ใช่หรือ

ถ้ายังไม่ชัด ก็ขอแรงประชาชนครับ

"โหวตคว่ำ"

๘ กุมภาพันธ์ กาช่อง ไม่เห็นชอบ ในบัตรสีเหลือง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...