“ดาวโจนส์” ปิดบวก 307 จุด ลุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว-คลายกังวลกรีนแลนด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.69) ปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ช่วยลดความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะเดียวกันบรรยากาศการลงทุนยังผ่อนคลาย หลังมีสัญญาณคลี่คลายความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์กรณีกรีนแลนด์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,384.01 จุด เพิ่มขึ้น 306.78 จุด หรือ +0.63% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,913.35 จุด เพิ่มขึ้น 37.73 จุด หรือ +0.55% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 23,436.02 จุด เพิ่มขึ้น 211.20 จุด หรือ +0.91%
แรงหนุนสำคัญของตลาดมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE อยู่ที่ระดับ 2.8% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เริ่มผ่อนคลายลง
นอกจากนี้ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 ถูกปรับเพิ่มเป็น ขยายตัว 4.4% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.3% โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาครัฐ รวมถึงการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ราว 200,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ช่วยตอกย้ำภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่ม ของดัชนี S&P 500 ปิดในแดนบวก นำโดยกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลดลง จากความกังวลต่อระดับอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในกลุ่ม Magnificent Seven ปรับตัวขึ้นทั้งหมด นำโดย Meta Platforms ปรับขึ้น 5.7% และ Tesla เพิ่มขึ้น 4.2% ก่อนที่หลายบริษัทในกลุ่มดังกล่าวจะทยอยรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า ซึ่งนักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม
ด้านหุ้นรายตัว Procter & Gamble ปรับขึ้น 2.6% หลังรายงานกำไรไตรมาสล่าสุดสูงกว่าคาด ขณะที่ Abbott Laboratories ร่วงลงราว 10% จากการคาดการณ์กำไรในไตรมาสปัจจุบันที่อ่อนแอกว่าที่ตลาดประเมิน และMcCormick ปรับตัวลงประมาณ 8% หลังบริษัทประเมินแนวโน้มกำไรปี 2569 อ่อนตัวจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปิดการซื้อขายIntel ปรับตัวลงราว 6% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After Hours) แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่การคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ ส่งผลให้นักลงทุนผิดหวังต่อแนวโน้มธุรกิจในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) ในวันที่ 27–28 มกราคม 2569 รวมถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและตลาดการเงินในระยะถัดไป