โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อการสื่อสารหลุดจากมือมนุษย์อันตรายยิ่งกว่าเผด็จการทุกรูปแบบ

เดลินิวส์

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“เมื่อการสื่อสารหลุดจากมือมนุษย์ เหตุใดมนุษย์ต้องทวงอำนาจการกำหนดความจริงกลับคืนมา เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เริ่มคิด สรุป และสื่อสารแทนมนุษย์ การสื่อสารจึงกลายเป็นการส่งมอบกระบวนการคิด ให้ระบบจัดการ นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาข่าวปลอม แต่คือการที่สังคมเริ่มคิด ตีความ และให้เหตุผล ภายใต้กรอบเดียวกัน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ออกแบบกรอบนั้น เป็นการสูญเสียอธิปไตยทางความคิด และมันอันตรายกว่าเผด็จการทุกรูปแบบในอดีต”

นี่คือคำถามที่น่าสนใจจากนักพัฒนา และผลักดันแนวคิดไทยแลนด์ 4.0 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)

ดร.สุวิทย์ ได้ฉายภาพให้เห็นชัดขึ้นว่า พวกเราเติบโตมาในโลกที่เชื่อว่า ถ้ามีข้อมูลมากพอ ถ้าเทคโนโลยีก้าวหน้าพอ สังคมจะดีขึ้นเอง แต่เมื่อมองจากโลกของความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นระบบสุขภาพ นโยบายสาธารณะ การสื่อสารสังคม หรือการมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ เราพบความจริงหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ สังคมไม่ได้ล่มสลายเพราะขาดข้อมูล แต่มันล่มสลายเมื่อมนุษย์สูญเสียอำนาจในการกำหนดคุณค่าและให้ความหมายกับข้อมูลนั้น

ทั้งนี้การสื่อสารไม่ใช่เรื่องเทคนิค และไม่ใช่เพียงเรื่องของสื่อ มันคือ “ระบบปฏิบัติการของอารยธรรม” ที่สังคมใช้กำหนดว่าอะไรคือ “ความจริง” ใครควรถูกเชื่อ และอะไรควรอยู่ในหรือนอกขอบเขตของการคิด ทุกยุคที่รูปแบบการสื่อสารเปลี่ยน อำนาจจะเปลี่ยนมือเสมอ แต่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่อำนาจนั้นกำลังเคลื่อนออกจากมนุษย์ ไปสู่ระบบที่ไม่มีจิตสำนึก และไม่มีความรับผิดชอบทางศีลธรรม

จากการสื่อสารที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง สู่การสื่อสารที่ถูกกำกับโดยระบบ … คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า เอไอจะ “ฉลาดกว่ามนุษย์” แค่ไหน แต่คือ มันกำลังถูกใช้เพื่อ “จัดระเบียบความจริง” ของสังคมมนุษย์ อย่างไร เมื่อการสื่อสารมีปริมาณเกินกว่ามนุษย์จะจัดการได้ เอไอจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่กลายเป็นโครงสร้าง
พื้นฐาน

นับจากจุดนี้ การสื่อสารไม่อยู่ในมือมนุษย์อีกต่อไป แต่มันถูกคั่นกลางและกำกับโดยระบบ และอำนาจก็เริ่มเปลี่ยนมืออย่างเงียบๆ … โลกที่เราไม่ได้เห็นเหมือนกันอีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การปรับเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจ แต่คือ โลกที่ถูกจัดระเบียบโดยอัลกอริทึม โลกที่แต่ละคนเห็นไม่ใช่โลกเดียวกันอีกต่อไป แต่เป็นเวอร์ชันของโลกที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับพฤติกรรม ความกลัว และแรงจูงใจเชิงธุรกิจ/การเมือง

ในโลกเช่นนี้ ความจริงไม่จำเป็นต้องถูกบิดเบือน เพียงแค่ถูกจัดลำดับใหม่ ก็เพียงพอที่จะชี้นำผู้คนโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวซึ่งการเปลี่ยนผ่านที่ลึกกว่า: เมื่อมนุษย์เริ่มสูญเสียอธิปไตยทางความคิด โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดไม่ได้เกิดในระดับสังคม แต่เกิดในระดับ จิตสำนึก เมื่อเอไอ เริ่มคิด สรุป และสื่อสารแทนมนุษย์ การสื่อสารจึงกลายเป็นการ ส่งมอบกระบวนการคิด ให้ระบบจัดการ

นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาข่าวปลอม แต่คือการที่สังคมเริ่มคิด ตีความ และให้เหตุผล ภายใต้กรอบเดียวกัน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ออกแบบกรอบนั้น นี่คือ “การสูญเสียอธิปไตยทางความคิด” และมันอันตรายกว่าเผด็จการทุกรูปแบบในอดีต เพราะมันไม่ต้องใช้การบังคับ

เมื่อเอไอข้อมูล และแรงจูงใจเชิงระบบทำงานร่วมกัน การสื่อสารไม่ใช่การอธิบายโลกอีกต่อไป แต่กลายเป็น “การออกแบบโลก สิ่งที่ผู้คนเห็น วิธีที่ผู้คนคิด กรอบที่ใช้ตัดสินใจ ทั้งหมดนี้ กลายเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบระบบนี่คืออำนาจทางการเมืองรูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามรัฐ ไม่ผ่านรัฐสภา และแทบไม่ถูกตรวจสอบ

เหตุใด Tech-Moral Society จึงไม่ใช่ทางเลือก ตนไม่ได้เสนอแนวคิด Tech-Moral Society หรือสังคมที่ “ฉลาดและดี” ในฐานะอุดมคติทางศีลธรรม แต่เสนอในฐานะ “เงื่อนไขของการอยู่รอด” สังคมที่ปล่อยให้อำนาจการกำหนดความจริง อยู่ในมือระบบที่ออกแบบมาเพื่อดึงความสนใจโดยไร้กรอบศีลธรรม กำลังเล่นกับความเสี่ยงระดับอารยธรรม

Tech-Moral Society คือ สังคมที่ ใช้ เอไอเพื่อขยายปัญญามนุษย์ ไม่ใช่แทนที่ , ปกป้องเสรีภาพในการรับรู้และการคิด และยอมรับว่าเทคโนโลยีคือเรื่องศีลธรรม ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ
ถ้าเราไม่ออกแบบกรอบศีลธรรมกำกับระบบ ระบบจะออกแบบสังคมกำกับเราแทน ความจริง (Truth) ความไว้วางใจ (Trust) และความโปร่งใส (Transparency) ไม่ใช่คำสวยงาม แต่คือโครงสร้างกำกับอำนาจ ความจริงที่ไร้ความโปร่งใส คือความจริงที่ตรวจสอบไม่ได้ , ความโปร่งใสที่ไร้ความไว้วางใจ คือข้อมูลที่ไม่มีใครเชื่อ , ความไว้วางใจที่ไร้ความจริง คือการทำให้เชื่อ โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกชี้นำ

คำถามที่ประวัติศาสตร์จะถามเราประวัติศาสตร์จะไม่ถามว่า เรามี เอไอที่ฉลาดแค่ไหน แต่มันจะถามว่า ในวันที่อำนาจการกำหนดความจริงเริ่มหลุดจากมือมนุษย์ เรายืนดูอยู่เฉย ๆ หรือเราเลือกออกแบบอนาคตอย่างมีหลัก

นี่ไม่ใช่คำถามของเทคโนโลยี แต่คือคำถามของอำนาจ และของมนุษยชาติเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...