โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไม่หลอกเด็ก! ‘อนุทิน-ภท.’ เห็นชอบแก้ รธน. ย้อน ‘แคนดิเดต พท.เบอร์ 1’ ชัดหรือยัง?

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มกราคม 2569 เวลา 19.11 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“นิกร” ซัด “สมคิด” โจมตีทางการเมืองไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ยืนยัน “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ไม่หลอกเด็ก ชัดเจนเห็นชอบแก้ รธน. ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ย้อนถาม “แคนดิเดต พท. เบอร์ 1” ชัดหรือยัง?

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 69 นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมืิใจไทย (ภท.) ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลชี้แจงประเด็นนโยบายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐฒนตรี ได้กล่าวโจมตีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำหลอกเด็ก ว่า การที่นายสมคิดกล่าวหาว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำหลอกเด็กนั้น ถือเป็นการโจมตีทางการเมืองที่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ คนที่เคยอยู่ในทำเนียบรัฐบาลเช่นนายสมคิด ย่อมทราบว่าคำถามที่มาจากรัฐสภาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้นช้าไปกว่าที่ พ.ร.บ.ประชามติกำหนดไปแล้ว การที่ ครม. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 9(2) การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร และได้ตั้งคำถามที่ 1 ไปตามที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า "เห็นชอบว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" แบบไม่ขาดและไม่เกินส่งไปยัง กกต. ให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยอนุมัติงบประมาณให้พร้อมข้อมูลทั้งหมดโดยให้ประสานจากรัฐสภา นี่ต่างหากคือความจริงใจ และตามกฎหมาย พ.ร.บ.ประชามติแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังประชาชนและประชาสัมพันธ์นั้นคือ กกต. มิใช่รัฐบาลแต่อย่างใดเลย เพื่อความเป็นกลาง ตรงนี้ก็เป็นความจริงใจข้อกล่าวหาต่อรัฐบาลว่าละเลยที่ไม่เป็นธรรมอีกเช่นกัน

นายนิกร กล่าวว่า ตนยืนยันว่านายอนุทินนั้นได้กล่าวอย่างชัดเจน อย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใดๆ ต้องไม่ไปแตะในหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งสำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้ว หลักการนี้เคยมีมาตลอดในอดีต ปัจจุบันก็ยึดถือซึ่งเห็นได้จากการเป็นผู้ลงนามเสนอแก้ไขมาตรา 256 ในหมวด 15/1 ของพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมาก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าไม่ให้มีการแก้ไข และเพิ่งได้ยืนยันไปอีกครั้งว่า ในอนาคตพรรคภูมิใจไทยก็จะยึดมั่นในการที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนใดๆ ต่อความเป็นชาติ และต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไปชั่วอายุขัยของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นประเด็นนี้ก็ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจต่อคำมั่นทางการเมืองดังกล่าวนี้ได้ โดยไม่ต้องเป็นกังวล

นายนิกร กล่าวว่า ตนทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรค ประสานกับภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เพื่อรณรงค์ประชามติ "เห็นชอบ" รัฐธรรมนูญใหม่มาตลอด และเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2569 ก็เพิ่งร่วมแถลงเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนไปร่วมออกเสียงประชามติ และชี้ให้เห็นว่าการแก้รายมาตรานั้นสิ้นเปลือง ยุ่งยากกว่าการทำใหม่ทั้งฉบับมาก ที่สำคัญคือเรียกร้องให้ กกต. ย้ำขั้นตอนต่อประชาชน ให้เห็นขั้นตอนที่ชัดเจนโดยตลอด และที่สำคัญว่าการเห็นชอบในคำถามที่ 1 ในครั้งนี้มิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราใดๆ เลย ขั้นตอนต่อไปจึงจะเสนอกรอบวิธีการ และคณะกรรมการในการแก้ไข ซึ่งขั้นตอนนี้ทางพรรคถึงจะได้กำหนดให้ชัดเจนอีกครั้งว่าไม่ให้แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 เหมือนที่เคยทำมา จากนั้นก็ต้องทำประชามติอีกเป็นครั้งที่ 2 ถ้าผ่านถึงจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเสร็จแล้วก็จะกลับมาที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบจากนั้นก็ต้องขออนุญาตประชาชนออกเสียงประชามติเป็นครั้งที่ 3 ถึงจะเกิดรัฐธรรมนูญขึ้นได้ อีกหลายขั้นตอนที่ต้องผ่านรัฐสภาและประชาชน

"เท่าที่ดำเนินการมาตอนนี้ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินแคนดิแดตเบอร์หนึ่งของพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันชัดเจนแล้วต่อแนวนโยบายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญทั้งการได้พูดแล้วได้ทำแล้ว และการพูดอีกว่าจะทำอย่างไรซึ่งจะกระทำตามที่พูด แต่ยังไม่เห็นแคนดิแดตเบอร์หนึ่งของพรรคนายสมคิดว่าจะพูดแนวทางต่อรัฐธรรมนูญนี้ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ และดำเนินการอย่างไร ขอให้นายสมคิดไปสอบถามแล้วมาแถลงต่อสาธารณะให้ชดเจนตรงไปตรงมาด้วย" นายนิกร กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...